วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บนสะพานแน่น ยืนสงบ89วิ.รําลึก5ธันวา

บนสะพานแน่น ยืนสงบ89วิ.รําลึก5ธันวา

  • Share:

วงอ.ส.วันศุกร์เล่นดนตรี เผยแพร่‘พระเกียรติคุณ’ ไทยจุดเทียนถวายทั่วหล้า

พสกนิกรไทยทั้งในประเทศและต่างแดน รวมใจจัดงานรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2559 พร้อมปฏิญาณตนทำความดีสืบสานพระราชปณิธาน รวมทั้งร่วมเผยแพร่พระเกียรติคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ขจรไกล ขณะเดียวกัน ปวงประชาราษฎร์ร่วมจุดเทียนถวายความจงรักภักดีและความอาลัย จนแสงเทียนสว่างทั่วหล้า

เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม 2559 พสกนิกรไทยทั่วหล้าพร้อมใจจัดกิจกรรมเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ซึ่งมีทั้งการทำบุญตักบาตร การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ถวายเป็นพระราชกุศล รวมถึงการจัดกิจกรรมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจ และพระจริยวัตรของในหลวงรัชกาลที่ 9

คนมาแน่นสะพานภูมิพล 1–2

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่เวลา 06.00 น. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมหน่วยงานภาครัฐ องค์กรส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ร่วมกันจัดงาน “ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 5 ธันวาคม 2559” ที่สะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2559 อย่างไรก็ตามสะพานภูมิพล 1 กรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ สะท้อนสายพระเนตรอันยาวไกลในการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ อีกทั้งได้มีพระราชดำริในการบรรเทาปัญหาอุทกภัยโดยการก่อสร้างคลองลัดโพธิ์ด้วย โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน นำข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนทุกหมู่เหล่านับหมื่นคน ซึ่งทยอยเดินมาตั้งแต่เวลา 02.00 น. จนเต็มกลางสะพานภูมิพล 1 และภูมิพล 2 ร่วมกันยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เป็นเวลา 89 วินาที แล้วร่วมร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด” เพลง “สรรเสริญพระบารมี” และทำบุญถวายมหาสังฆทานพระสงฆ์ 999 รูป ที่มีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชัยญาติการาม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ร่วมกล่าวปฏิญาณทำดี

จากนั้นทั้งหมดได้ร่วมกันเขียนโปสต์การ์ด กล่าวคำปฏิญาณในการทำความดี ทั้งนี้ ประชาชนที่เข้าร่วมงาน 50,000 คนแรก ได้รับเข็มกลัดที่ระลึกรูปเลข ๙ และได้รับของที่ระลึก “ดินของพ่อ สู่ดวงใจของคนไทย” จำนวน 19,999 ชุด ที่มาจากพิธีรวมดินมหามงคลทั่วประเทศ ซึ่งในที่นี้ได้อัญเชิญดินจากโครงการในพระราชดำริและสถานที่ปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้ง 77 จังหวัด รวมทั้งดินมหามงคลจากวังสระปทุม ด้าน พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำให้เราได้จัดงานบนสะพานแห่งนี้ที่มีความสำคัญและควรจดจำว่าไทยมีพระมหากษัตริย์อันยิ่งใหญ่ เพราะทำให้ไทยอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้และควรรักษาไว้

ทำพิธีตอกหมุดพระเมรุมาศ 26 ธ.ค.นี้

นอกจากนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรม ศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดสร้างพระ เมรุมาศ ว่า คณะกรรมการจะประชุมติดตามความคืบหน้าในวันที่ 26 ธ.ค. จากนั้นในช่วงบ่ายจะเชิญ คณะกรรมการทุกคนร่วมพิธีตอกหมุดกึ่งกลางพระ เมรุมาศที่สนามหลวง เพื่อเตรียมดำเนินการตามแบบผังของการก่อสร้าง ซึ่งจะทำกล่องครอบไว้เพื่อเปิดพื้นที่ให้ กทม. เตรียมจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี และประมาณวันที่ 10 ม.ค.2560 จะเริ่มทำการล้อมรั้วและดำเนินการลงเสาเข็มเพื่อก่อสร้างให้เสร็จทันเวลา โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. สั่งการให้ทุกคนทำงานให้ดีที่สุด เชื่อว่าทุกคนจะทุ่มเทเสียสละทำงานด้วยใจ เพื่อให้สมพระเกียรติ ขณะเดียวกัน จะเชิญประชาชนให้มีส่วนร่วมในขั้นตอนการแทงหยวกกล้วย การตัดกระดาษ การทำดอกไม้จันทน์ ภายใต้การกำกับของช่างสิบหมู่ เพื่อให้พระเมรุมาศที่ออกมายิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ตามขนบธรรมเนียมราชประเพณีตามหลักแบบราชวงศ์รัตนโกสินทร์

ร่วมตักบาตรที่ลานคนเมือง

อีกด้านหนึ่ง ที่บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม พร้อมด้วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ สามเณร จำนวน 189 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เดินนำพระสงฆ์และสามเณรรับบาตรจากคณะผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากร จากทุกกระทรวง และประชาชน ซึ่งแต่งกายไว้ทุกข์ ร่วมนำข้าวสารอาหารแห้งมาตักบาตรกันอย่างเนืองแน่นลานคนเมือง

จัดซุ้มดอกไม้สดเทิดพระเกียรติ

ขณะที่บริเวณปากคลองตลาด ถนนจักรเพชร กรุงเทพฯ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าได้จัดซุ้มดอกไม้สด มีการนำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงพระราชกรณียกิจในพื้นที่ต่างๆ ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้นานาชนิด ซึ่งแต่ละซุ้มมีการออกแบบซุ้มแตกต่างกันออกไปอย่างสวยงามตระการตา ยาวตลอดแนวถนนจักรเพชร 100 เมตร เพื่อถวายเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 5 ธันวาคม โดยจัดระหว่างวันที่ 5-6 ธ.ค.นี้ โดยมีประชาชนสัญจร รวมถึงนักท่องเที่ยวให้ความสนใจถ่ายภาพเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกอย่างคับคั่ง

เทิดทูนในหลวง ร.9 ดั่งแสงสว่าง

นายสามารถ สุวรรณคร อายุ 44 ปี เจ้าของร้านดอกไม้ “เล็กมาสั่ง” ย่านปากคลองตลาด กล่าวว่า ช่วงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช สวรรคต มีร้านจัดทำซุ้มดอกไม้เพียง 2-3 ร้าน พ่อค้าแม่ค้าเห็นว่าเป็นเรื่องดี เพื่อแสดงความอาลัย ประกอบกับปากคลองตลาดมีชื่อเสียงเป็นแหล่งขายดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุด และให้ช่างจัดดอกไม้ฝีมือระดับประเทศ ร่วมกันทำซุ้มดอกไม้ มีพระบรมฉายาลักษณ์ให้ประชาชนได้ร่วมไว้อาลัย ด้านนายภูวนาถ ชุ่มศรีบรินทร์ เจ้าของร้านดอกไม้ “นภสร” กล่าวว่า ตนจัดซุ้มมาตั้งแต่ในหลวง ร.9 สวรรคตได้ 8 วัน โดยทำเป็นพวงมาลัยขนาดใหญ่อยู่หน้าร้านขายดอกไม้ย่านปากคลองตลาด และในวันที่ 5 ธ.ค. เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ปีนี้แม่ค้าพ่อค้า 3,000 คน ได้ช่วยกัน จัดซุ้มดอกไม้พระบรมฉายาลักษณ์ ครั้งสุดท้าย ตนจัดซุ้ม “แสงเทียนกับดวงดาว” สื่อถึงพระองค์ ทรงเป็นแสงสว่างให้กับคนที่มีปัญหา เพราะพระองค์ทรงงานหนักแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ทุกด้านเสมอเป็นต้นแบบให้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคนั้น

สมเด็จพระเทพฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล

สำหรับการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 5 ธ.ค. ซึ่งนับเป็นวันที่ 53 และตรงกับวันสำคัญของปวงชนชาวไทย คือวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบรอบ 90 พรรษา ราษฎรไทยทั่วทุกสารทิศจึงเดินทางมาร่วมน้อมแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมากกว่าทุกวัน โดยที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 07.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดจักรวรรดิราชาวาส และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

แห่กราบพระบรมศพแน่น

ส่วนการเปิดให้ราษฎรเข้าถวายสักการะพระ บรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ที่ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 36 โดยเวียนบรรจบมาตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 90 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศของความภักดีครั้งสำคัญนี้ว่า ตั้งแต่หัวค่ำของวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา เหล่าพสกนิกรไทยจำนวนนับพันคนจากทั่วสารทิศเดินทางมาปักหลักพักค้างแรมบนฟุตปาทถนนพระจันทร์ ยาวไปจดหน้าวัดมหาธาตุ ระยะทางนับร้อยเมตร ด้วยมุ่งมั่นที่จะได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นกลุ่มแรก แม้สายฝนโปรยปรายลงมาจนพื้นฟุตปาทชื้นแฉะทั้งเส้นทาง แต่ทุกคนก็ไม่หวั่น หวังทดแทนพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าที่ทรงงานเพื่อราษฎรมาเกือบศตวรรษ โดยสองชั่วโมงแรกที่เปิดให้พสกนิกรเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นถวายสักการะพระบรมศพ ก็มีคนเข้าไปแล้ว 5,615 คน ขณะที่กระทรวงมหาดไทยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมาเป็นหมู่คณะ จาก จ.สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อุบลราชธานี และอ่างทอง รวม 3 พันคน

ปลื้มปีติ ร.10 พระราชทานอาหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 พสกนิกรที่มาร่วมแสดงความอาลัยต่างปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้น เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทานอาหารให้กับพสกนิกรที่มาถวายสักการะพระบรมศพ โดยทรงให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ มาแจกจ่ายที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งเหนือ ล้วนเป็นอาหารชั้นเยี่ยมเลิศรสจากร้านมีชื่อเสียง ทั้งยังเพิ่มปริมาณให้เพียงพอแก่พสกนิกร ที่เดินทางมาเป็นจำนวนมากด้วย อาทิ ข้าวต้มปลาแซลมอน ติ่มซำ ไก่ทอด ข้าวหน้าไก่ ราดหน้า ข้าวไก่เทอริยากิ ฯลฯ

เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ ทรงปรุงข้าวผัดญี่ปุ่น

ขณะเดียวกันที่เต็นท์จิตรลดาอาสาทำเพื่อพ่อ ข้างประตูเทวาภิรมย์ ถนนมหาราช สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชทานอาหารมาแจกจ่ายให้แก่พสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เช่นกัน เป็นข้าวผัดญี่ปุ่น ที่ทรงปรุงด้วยพระองค์เอง ณ พระตำหนักทิพย์พิมาน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จำนวน 500 กล่อง โดยเจ้าหน้าที่กองกิจการในพระองค์ฯ เป็นผู้เชิญอาหารพระราชทาน มามอบให้คุณหญิงจามรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดา รับไปแจกพสกนิกร ที่เสร็จสิ้นจากการถวายสักการะพระบรมศพ

พระองค์โสมฯ ทรงทอดไก่แจก

ด้านพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นการส่วนพระองค์มายังรถโรงครัวเคลื่อนที่ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ที่หน้ากรมศิลปากรในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ทรงประกอบสดแจกจ่ายพสกนิกร เป็นไก่ทอดพร้อมข้าวเหนียวนึ่ง โดยมีประชาชนมาต่อแถวรับอาหารที่ทรงปรุงสดด้วยพระองค์เอง พร้อมชื่นชมพระบารมีของพระองค์โสมฯไปพร้อมๆกัน

มธ.สาธิต 9 เมนูทรงโปรด

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ครัวธรรมศาสตร์อาสา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาคมวารสารศาสตร์ จัดกิจกรรม ชม-ชิม 9 เมนูทรงโปรดเพื่อความพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้แก่ พริกเกลือ, สปาเกตตีมิลานเนส, ไข่พระอาทิตย์, บะหมี่หมูแดง, ผัดผักถั่วงอกถั่วลันเตาผัดผักคะน้า, ไชโป๊วผัดไข่, หนำเลี้ยบผัดหมู, พริกขิง ปลาฟู, หมูสะเต๊ะ และของหวาน ตะโก้แห้ว โดยภายในงานมีการสาธิต 3 เมนูทรงโปรดจากเชฟชื่อดัง ได้แก่ เมนูพริกเกลือ โดยนายดวงฤทธิ์ แคล้วปลอดทุกข์ นักออกแบบอาหารและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารชาววัง, เมนูมิลานเนส โดย น.ส.เนตรอำไพ สาระโกเศศ จากร้านทริปเปต บราเซอรี่ และเมนูไข่พระอาทิตย์ โดยนายนิพนธ์ มาสรังรอง เชฟครัวยุโรปประจำโรงแรมแกรนด์ไชน่า เยาวราช นอกจากนี้ยังมีศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาร่วมชิมอาหาร อาทิ นุ้ย-สุจิรา อรุณพิพัฒน์, ต้อ-มารุต สาโรวาท, เบส-เขษมพงศ์ พลเดช, เบลล์-เขมิศรา พลเดช ศิลปินวัยรุ่นชื่อดัง และนักร้องเกาหลีวงทรีวันซิกส์ ซึ่งกิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนและจิตอาสาจำนวนมาก

ทรงเป็นตัวอย่างความเรียบง่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเชฟสาธิต 3 เมนูทรงโปรดแล้ว ครัวธรรมศาสตร์ได้นำอาหารทรงโปรดบรรจุลงปิ่นโตนำไปให้บริการแก่จิตอาสาและหน่วยงาน ต่างๆรอบสนามหลวง ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ไกลจากโรงครัว จำนวน 62 เถา พร้อมนำ 9 เมนูทรงโปรดแจกให้กับ จิตอาสาที่มาให้บริการกับประชาชนรอบสนามหลวง โดยเมนูทรงโปรดทั้ง 9 รายการ หมดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ นายเขมทัตต์กล่าวว่า เนื่องในโอกาครบรอบ 62 ปี คณะวารสารศาสตร์ สมาคมวารสารศาสตร์ฯ จึงจัดกิจกรรมร่วมกับศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ในวันที่ 5 ธันวาคม เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเรื่องความพอเพียง ผ่านอาหารทรงโปรดของรัชกาลที่ 9 เพื่อแสดงให้ประชาชนได้เห็นตัวอย่างความเรียบง่ายของพระองค์ โดยอาหารแต่ละรายการนั้น มีส่วนประกอบและเครื่องปรุงที่มีประจำทุกครัวเรือน ประชาชนสามารถทำได้เองทุกบ้าน

นักร้องเกาหลีร่วมเป็นจิตอาสา

ในส่วนของเหล่าจิตอาสาที่มาช่วยอำนวยความ สะดวกให้กับคนที่มาถวายสักการะพระบรมศพนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไม่ได้มีเฉพาะคนไทยเท่านั้น เพราะ ฮัม อึนจอง นักร้องวงทีอาร่า จากเกาหลีใต้ เดินทางมาร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาแจกอาหารและยาดมให้กับประชาชนที่มากราบพระบรมศพด้วย โดย ฮัม อึนจอง ที่มาในชุดไทยจิตรลดา กล่าวว่า ต้องการมาร่วมแสดงความอาลัยพระบรมศพ และร่วมทำกิจกรรมเพื่อถวายพระองค์ท่าน ทราบว่าพระองค์ทรงงานหนักเพื่อคนไทย เมื่อพระองค์สวรรคตเป็นข่าวดังไปทั่วโลก รวมทั้งเกาหลีด้วย เมื่อมาสนามหลวงได้เห็นคนไทยรอเข้ากราบพระ บรมศพจำนวนมาก เป็นเครื่องยืนยันว่าคนไทยรักพระองค์มากเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ เพราะพระองค์ทรงทำเพื่อประชาชน จึงทำให้ประชาชนรักพระองค์มากมายขนาดนี้ ซึ่งถือเป็นเกียรติมากที่ได้มาร่วมเป็นจิตอาสาถวายพระองค์

อดีตผู้ต้องขังสัญญาเป็นคนดี

ด้านสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ผู้สื่อข่าวยังพบกับ นายภูวเรศ อิ่มเอิ่ม อายุ 32 ปี ผู้ต้องขังในคดีชิงทรัพย์เมื่อปี 2554 ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เดินเท้าจากเรือนจำกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมกับถือพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 เข้าแสดงความอาลัยที่หน้าพระบรมโกศ พร้อมสัญญาว่าจะเป็นคนดีของสังคมเพื่อตอบแทนในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ต่อไปนี้จะสอนลูกหลานว่า ในหลวง ร.9 เป็นเสมือนเทวดาเดินดิน เป็นแรงบันดาลใจให้ทำความดี และสิ่งที่ตนได้รับคือทรงพระราชทานชีวิตใหม่ให้ตน

แจงเหตุปิดจุดคัดกรอง 3 ทุ่ม

วันเดียวกัน พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 แถลงผลการประชุมร่วมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ว่า ได้ประเมินสถานการณ์ในการรองรับคนที่เดินทางเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ยอดประชาชนที่เดินทางมาทั้งหมด 56,000 คน โดยได้เปิดให้ประชาชนที่เดินทางเข้ามาสักการะตั้งแต่เวลา 04.00 น. และคนสุดท้ายได้ออกจากพระบรมมหาราชวังในเวลา 02.00 น. ซึ่งในส่วนของจุดคัดกรองมีความจำเป็นต้องปิดในเวลา 21.00 น. แต่ประชาชนที่ยังนั่งรอบริเวณจุดรอคอย ยังสามารถเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพได้ทุกคน ซึ่งสำนักพระราชวังมาชี้แจงว่า อยากให้ประชาชนที่เดินทางเข้ามาได้สมหวัง แต่การปิดจุดคัดกรองและห้ามประชาชนเข้ามาในเวลาที่กำหนดนั้น เพื่อฟื้นฟูระบบรักษาความปลอดภัยและเคลียร์พื้นที่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

ห้ามจุดเทียนรอบกำแพง

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของการดูแลผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป ซึ่งเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ได้เริ่มบริการเต็นท์เพื่อคัดแยกดูแลเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้รอคิวเป็นเวลานานแล้ว สำหรับกิจกรรมเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพื้นที่สนามหลวง ไม่มีการจัดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ แต่หากประชาชนต้องการเข้ามาแสดงความจงรักภักดี เช่น การจุดเทียน สามารถมารวมตัวกันได้ที่ฝั่งทิศใต้ แต่ขอความร่วมมือห้ามจุดเทียนบริเวณรอบกำแพงพระ บรมมหาราชวัง เพราะจะสร้างความเสียหายให้กับกำแพง

งดแจกอาหารประเภทยำ

ด้าน พญ.นฤมล สวรรค์ปัญญาเลิศ หัวหน้ากลุ่มฉุกเฉินทางการแพทย์ กรมการแพทย์ ในฐานะเลขานุการคณะทำงานของศูนย์ปฏิบัติการร่วมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงนี้เกิดอากาศแปรปรวน โดยช่วงเช้าอากาศจะหนาว และในช่วงกลางวันอากาศจะร้อน ทำให้ประชาชนไม่ สบายกันมาก ขอให้ประชาชนทุกคนดูแลสุขภาพ เช่นเดียวกับอาหารในสภาพอากาศแบบนี้ ทำให้อาหารบางประเภท เช่น ประเภทยำ ส้มตำ ขนมจีนและเอแคลร์ จึงขอความร่วมมือกับจิตอาสาที่จะมาแจกอาหาร โปรดงดเว้นอาหารประเภทดังกล่าว แต่สำหรับเต็นท์ประกอบอาหารในพื้นที่ท้องสนามหลวงได้ทำอาหารปรุงสุกแจกเป็นเวลาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ประชาชนถือหลักการ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ

ปวงประชาจุดเทียนด้วยใจภักดิ์

ต่อมาเวลา 18.00 น. กลุ่มจิตอาสาจากเต็นท์โครงการทำดีเพื่อพ่อ และประชาชนทั่วไป รวมตัวที่ท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมกันร้องเพลงชาติ หลังจากนั้นได้จุดเทียนเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม และขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด ทั้งนี้ นายนันทวัฒน์ อิทธิพลกรวินท์ ประธานโครงการทำดีเพื่อพ่อ กล่าวว่า เนื่องจากวันพ่อของทุกปี หน่วยงานราชการจัดงานจุดเทียนที่บริเวณสนามหลวง ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ แต่ในปีนี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม พ่อจากไปแล้ว แต่ความรักและความจงรักภักดีต่อพระองค์และราชวงศ์จักรี ยังคงมีอยู่ต่อไป จึงได้ร่วมกันจุดเทียน และอยากให้ทุกปีมีการจุดเทียนต่อไป หากอธิษฐานได้ อยากบอกว่าจะสืบสานความดีของพ่อ และจะทำความดีพร้อมทั้งน้อมนำพระราชดำรัสมาดำเนินชีวิตต่อไป

สักการะพระบรมศพกว่า 1.2 ล้านคน

กระทั่งช่วงค่ำวันที่ 5 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กอร.รส.รายงานยอดรวมประชาชนที่เดินทางมายังท้องสนามหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 5 ธ.ค.โดยนับตั้งแต่เริ่มเปิดให้ถวายสักการะพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวัง ในเวลา 04.45-19.00 น.พบว่า มีราษฎรเข้าพระบรมมหาราชวังรวมทั้งสิ้น 33,295 คน ยังคงเหลือแถวประชาชนในเต็นท์พักคอยสนามหลวงฝั่งเหนืออีกนับหมื่นคน นอกจากนี้รายงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรอง รอบสนามหลวง รวม 8 จุด พบประชาชนเดินทางมายังท้องสนามหลวง รวมทั้งสิ้น 155,037 คน ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยว 10,170 คน ขณะเดียวกัน สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีจำนวนมากที่สุด ทำลายสถิติทั้งหมดตลอดช่วง 35 วัน คือ 56,367 คน ทั้งนี้หากนับการเปิดถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท 35 วัน สำนักพระราชวังยังเก็บสถิติด้วยว่า มีประชาชนมาถวายสักการะพระบรมศพ และรับภาพพระราชทานไปแล้วรวมทั้งหมด 1,237,475 คน ยอดเงินที่ประชาชนถวายเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 94,896,294.75 บาท

เผยแพร่พระเกียรติคุณด้านดนตรี

ด้านลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดการแสดงดนตรีแจ๊สเฉลิมพระเกียรติ “คีตรัตนบรมราชานุสรณ์ ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” น้อมรำลึกถึงองค์อัครศิลปินผู้มีความเป็นเลิศทางด้านดนตรีแจ๊ส กับดนตรีที่ทรงโปรดปราน โดยสมาชิกวง อ.ส.วันศุกร์ โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งการแสดงครั้งนี้มีการบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์รูปแบบต่างๆ รวม 11 เพลง ควบคุมวงโดย รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ รวมทั้งมีการเสวนาพระอัจฉริยภาพทางดนตรี และบทเพลงพระราชนิพนธ์ อนุสรณ์แห่งความทรงจำของโลก จากนั้นประชาชนร่วมกันขับร้องเพลง When you are smilling เพื่อส่งใจรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนจะมีการบรรเลงบทเพลงแสงเทียน ซึ่งในช่วงนี้ประชาชนได้ร่วมกันจุดเทียน เพื่อตั้งปณิธานในการเผยแพร่พระเกียรติคุณด้านดนตรีและเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างถูกต้อง

สลักน้ำแข็งส่งเสด็จในทิพย์วิมาน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแกะสลักน้ำแข็ง เจิดจรัสในทิพย์วิมาน จากกลุ่มช่างแกะสลักน้ำแข็งแห่งประเทศไทยกว่า 50 คน โดยออกแบบส่วนบนเสมือนวิมานสรวงสวรรค์ ซึ่งมีเลข ๙ เป็นสัญลักษณ์ของพระองค์ มีกระต่ายเป็นปีนักษัตร ปีพระบรมราชสมภพ ครุฑเป็นตราประจำของประเทศไทย และบริเวณฐานของประติมากรรมเปรียบดั่งประชาชนทุกคนที่พร้อมใจแสดงความอาลัยแด่พระผู้เสด็จ สู่สวรรคาลัย

“บิ๊กฉัตร” เปิดงาน “วันดินโลก”

สำหรับในภูมิภาคและชุมชนไทยในต่างประเทศ ประชาชนไทยต่างก็รวมใจจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ และร่วมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค.2559 อย่างพร้อมเพรียง อาทิ เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ฉะเชิงเทรา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาทรัพยากรดิน จนสามารถพลิกฟื้นดินเสื่อมโทรม ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์เพาะปลูกพืชได้ เนื่องในวันดินโลก 5 ธันวาคม 2559 พร้อมกับ 200 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ โดยมีข้าราชการในสังกัด และประชาชนนับพันคนร่วมงาน ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และยืนสงบนิ่ง 89 วินาที ภายในงานมีการแสดงดนตรีเป่าแซกโซโฟน บรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ และฉายวีดิทัศน์พระราชดำรัส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี เนื่องในวันดินโลก และผู้แทน FAO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกอ่านสารจากผู้แทน FAO รวมทั้งนิทรรศการพระมหากรุณาธิคุณด้านการพัฒนาดินจากยอดดอยสู่ชายทะเล

พระอัจฉริยภาพพลิกฟื้นดิน

พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า จากการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯไปเยี่ยมประชาชนทุกภูมิภาค ปัญหาที่ทรงพบบ่อยปัญหาเรื่องสภาพดินที่ไม่มีความอุดมสมบูรณ์ การเพาะปลูกได้ผลผลิตต่ำ เป็นผลให้ราษฎรมีฐานะยากจน ด้วยพระอัจฉริยภาพสามารถจำแนกดินที่มีปัญหาตามภูมิภาคต่างๆและทรงจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อหาต้นเหตุของปัญหาและทดลองหาวิธีการแก้ไขปัญหาดินของภูมิภาคนั้นๆ นำไปสู่โครงการแก้ปัญหาดิน อาทิ โครงการแกล้งดินต้นแบบ การแก้ปัญหาดินเปรี้ยวจัด การแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม การใช้หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ พลิกฟื้นผืนดินคืนความอุดมสมบูรณ์จากพระปรีชาสามารถและพระราช กรณียกิจที่ทรงปฏิบัติในด้านการพัฒนาที่ดิน การอนุรักษ์ดินและน้ำ เป็นที่ประจักษ์และยอมรับระดับสากล ซึ่งสมัชชาสหประชาชาติมีมติรับรองเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2556 ให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็น “วันดินโลก”

ชาวเขาทำบุญถวายในหลวง ร.9

ที่หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.เชียงราย ร่วมกับประชาชนทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป ส่วนที่วัดท่าข้าม–ศรีดอนชัย ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย นายทัศนัย สุธาพจน์ นอภ.เชียงของ ร่วมกับชาวบ้านและชนเผ่าไทลื้อกว่า 1,000 คน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ด้านว่าที่ ร.ต.กรกฏ ประเสริฐวงษ์ นอภ.แม่ฟ้าหลวง ผบ.ควบคุม ฉก.ม.3 สามแยกอีก้อ ต.แม่สลองนอก ร่วมกับพ่อค้า ประชาชนและชนเผ่าต่างๆ กว่า 800 คน ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล ที่หอประชุมบ้านเทอดไทย

ฟ้อนเทียนแสดงความอาลัย

ที่หน้าหอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อ.เมืองเชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 199 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนกว่า 5,000 คน ร่วมงาน โดยในช่วงเย็นจะมีพิธีในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จัดขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายอาลัย การแสดงทางวัฒนธรรม การฟ้อนเทียน โดยช่างฟ้อนกว่า 3,000 คน นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน นำข้าราชการและประชาชนกว่า 500 คน ทำบุญตักบาตรพระเณร 99 รูป บริเวณริมฝั่งแม่น้ำปาย ในศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายตามพระ ราชดำริบ้านท่าโป่งแดง

บริจาคโลหิต–แจกแว่นคนชรา

ที่ทุ่งศรีเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.อุบลราชธานี นำข้าราชการ ประชาชนทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ 90 รูป ส่วนธนาคารเลือดชั้น 2 รพ.สรรพสิทธิประสงค์ นพ.ชลิต ทองประยูร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีประชาชนร่วมบริจาคโลหิตจำนวนมาก ขณะที่นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ข้าราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่ากว่า 1,000 คน ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ 200 รูป บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี พร้อมกันนี้ นางณัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา นำคณะกรรมการเหล่ากาชาดมาตั้งโต๊ะบริการตรวจวัดสายตาและแจกแว่นตา 700 ชิ้น ให้กับผู้สูงอายุ คนแก่ คนชรา คนยากจน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในหลวง ร.9

ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล

ที่สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช ร่วมกับข้าราชการ ประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ก่อนจะร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจืดลงในคลองหน้าเมือง นายดลเดช พัฒนรัฐ ผวจ.ยะลา นำข้าราชการและประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 10 รูป ที่อาคารหอประชุมหลังเก่า ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา ขณะที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา ประชาชนและข้าราชการทุกหมู่เหล่าร่วมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะที่ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 นำกำลังพลในสังกัดพร้อมครอบครัว ร่วมปลูกต้นไม้ยืนต้น 2,000 ต้น บริเวณอ่างเก็บน้ำค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

ผู้นำศาสนาภูเก็ตร่วมบำเพ็ญกุศล

ที่บริเวณวงเวียนหอย หรือวงเวียนหัวเจาะแร่ ศูนย์กีฬาสะพานหิน อ.เมืองภูเก็ต นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผวจ.ภูเก็ต พล.ร.ท.สุรพล คุปตะพันธ์ ผบช.ทร.3 นำข้าราชการและประชาชนชาวภูเก็ตร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ 118 รูป พร้อมกันนี้ ผู้นำศาสนาจากศาสนาคริสต์ ประกอบพิธีอธิษฐานขอพรจากพระเจ้า ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ประกอบพิธีสวดมนต์และอธิษฐานจิต ศาสนาอิสลามกล่าวคำแสดงความอาลัย ศาสนาซิกข์ประกอบพิธีอารดาสเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10

สตรีต อาร์ต ถวายความภักดี

ที่บริเวณกำแพงบ้านเลขที่ 100 ถนนดีบุก ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต กลุ่มนักเรียน-นักศึกษาจากสถาบันต่างๆใน จ.ภูเก็ต ในนาม 4 Studio กว่า 30 คน และประชาชนจำนวนหนึ่งร่วมกันสร้างสรรค์งาน “100 of Art เพื่อพ่อ” วาดพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในรูปแบบของงานสตรีต อาร์ต (Street Art) แสดงความอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เสร็จสมบูรณ์ หลังเริ่มสร้างสรรค์งานมาตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา และในช่วงเย็น ประชาชนและนักเรียนนักศึกษารวมตัวร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางมาท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต ได้เห็นว่าคนไทยมีความรักและจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 มากเพียงใด

รพ.เสาไห้ฯจัดอุปสมบทหมู่

ส่วนที่ถนนเลียบชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมกันใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้งพระภิกษุ 89 รูป ในโครงการอุปสมบทหมู่ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) จนแถวยาวเหยียดกว่า 500 เมตร ขณะเดียวกัน ที่ลานวัฒนธรรมถนนปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี นายศักดิ์ สมบุญโต ผวจ.กาญจนบุรี ร่วมกับประชาชนกว่า 5,000 คน ทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ 89 รูป ที่วัดสมุห์ประดิษฐาราม จ.สระบุรี นพ.สุวัฒน์ ธนกรนุวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสาไห้เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ร่วมเป็นประธานในพิธีอุปสมบทหมู่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล จำนวน 9 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

วัดดังร่วมทำบุญถวายในหลวง ร.9

ที่วัดป้อมรามัญ อ.พระนครศรีอยุธยา พระครูเกษมจันทวิมล หรือพระอาจารย์แดง เจ้าอาวาส จัดงานเพื่อน้อมเกล้าฯรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีจากศิษยานุศิษย์ รวมทั้งเหล่าศิลปินดารา นักร้อง นักแสดง พร้อมแจกพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เสื้อยืดสีดำ 1,900 ตัว ข้าวสาร จำนวน 509 ถุง และซีดีเพลงชุดน้อมส่งเสด็จ จำนวน 3,000 แผ่นแก่ผู้ร่วมงานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ที่วัดสว่างอารมณ์แคแถว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม พระครูยติธรรมานุยุต หรืออาจารย์แป๊ะ เจ้าอาวาส จัดพิธีครอบครูให้กับศิษยานุศิษย์ หล่อพระพุทธรูปพระเงินพระทองหน้าตัก 89 นิ้ว และไถ่ชีวิตโค กระบือมอบให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้ไปประกอบอาชีพเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล มีการเปิดโรงครัวจัดเลี้ยงอาหารฟรีตลอดทั้งวัน

ปล่อยบอลลูนเทิดพระเกียรติ

ที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 56 หมู่ 2 ต.หนองกระทุ่ม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี “ไทยรัฐทีวี” ร่วมกับศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐฯ บริษัท Zignature Marketing จำกัด สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) Thailand Space and Aeronautics Research (TSR) และ International Youth Astronomy and Space Academy (IYASA) จัดตั้งโครงการทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศไทย (Discovery of Thailand’s Astronauts Scholarship Program) เป็นโครงการแข่งขันชิงทุนการศึกษาด้านการสำรวจอวกาศของสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเป็นครั้งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปล่อยลูกบอลลูนพร้อมข้อความ “น้อมรำลึกถึงพระบิดาแห่งเทคโนโลยีของชาวไทยทั้งปวงเนื่อง ด้วยวันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีพระคุณอันหาที่สุดมิได้ต่อความก้าวหน้าของการพัฒนาเทคโนโลยีไทยจนได้รับการขนานนามว่าเป็นพระบิดาแห่งเทคโนโลยีของชาวไทยทั้งปวง” เพื่อน้อมรำลึกและแสดงความอาลัยแด่ในหลวง ร.9 โดยบอลลูนขึ้นไปอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 35,000 เมตรเหนือพื้นโลก ถึงขอบอวกาศเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์โลก

คนไทยในสหรัฐฯน้อมรำลึกในหลวง ร.9

นอกจากนี้ คนไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา รวมถึงจัดกิจกรรมและนิทรรศการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยพร้อมเพรียง อาทิ ที่วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในรัฐ แมรีแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่จัดงานในช่วงเช้าวันที่ 4 ธ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น เช่นเดียวกับคนไทยในนิวยอร์ก มารวมตัวจัดงาน”50วัน 5 ธันวา...รำลึกถึงพ่อคิดถึงพ่อ” ที่ถนนที่ 17 ยูเนี่ยน สแควร์ กลางเมืองแมนฮัตตัน ส่วนที่วัดไทยในแอลเอมีพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร และตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล

ชุมชนไทยซิดนีย์–นิวซีแลนด์บำเพ็ญกุศล

ส่วนที่ Tumbalong Park ,Darling Harbour นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เวลา 18.00 น.วันที่ 5 ธ.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นซิดนีย์) สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ โดยนายณัฐพล ขันธหิรัญ กงสุลใหญ่ฯ จัดงานแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีคนไทยรวมทั้งชาวต่างชาติในซิดนีย์และพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ในโอกาสนี้ นางรุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ ผอ.ททท.สำนักงานซิดนีย์ ยังได้กล่าวเชิญชวนให้คนไทยเดินทาง “กลับบ้านกราบพ่อ” และได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ในการร่วมถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้น ตัวแทนจากทีมประเทศไทยและสมาคมต่างๆ รวมทั้งสิ้น 29 คน กล่าวแสดงความอาลัย ถวายราชสดุดี และร่วมสานต่อปณิธานความดีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกับการเปิดเพลงพระราชนิพนธ์ และฉายวีดิทัศน์พระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ก่อนจบพิธีด้วยการยืนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีโดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งหลังจากนั้นคนไทยในซิดนีย์ ได้พร้อมใจแปรอักษรเป็นตัว เลข ๙ และคำว่า S Y D และที่นิวซีแลนด์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน ร่วมกับวัดญานประทีป ชุมชนชาวไทยที่พำนักอาศัยอยู่ในนครโอ๊คแลนด์ และบริเวณใกล้เคียงจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวนิวซีแลนด์เข้าร่วมพิธีจำนวนกว่า 500 คน

สหรัฐฯส่งสารเทิดพระเกียรติ

วันเดียวกัน เว็บไซต์ของสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เผยแพร่สารจากนายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ใจความว่า ในนามของประธานาธิบดีบารัค โอบามาและประชาชนชาวอเมริกัน ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมายังประชาชนชาวไทยเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 5 ธันวาคม ปีนี้ นับเป็นปีที่เศร้าสลดด้วยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต ซึ่งพวกเราน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ครองแผ่นดินด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลและพระวิริยะอุตสาหะที่ทรงทุ่มเทอุทิศพระองค์เพื่อพสกนิกร อีกทั้งรำลึกถึงน้ำพระราชหฤทัยไมตรีที่ทรงมอบให้แก่สหรัฐอเมริกาตลอดมา นอกจากนี้ ปวงชนชาวอเมริกันขอกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล

เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย พร้อมทั้งขอเทิดพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมชนกนาถ ด้วยการยึดมั่นในความพยายามสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเราทั้งสองให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้