วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คสช.ยันกองทัพ ปฏิรูปมาตลอด

คสช.ยันกองทัพ ปฏิรูปมาตลอด

  • Share:

โต้สวน‘พงศ์เทพ’ พท.-ปชป.อัดต่อ ร่าง‘กฎหมายลูก’

ศึกดราม่าวิวาทะร่างกฎหมายลูกยังไม่จบ “องอาจ” ขอ กรธ.เปิดใจรับฟัง สวน สปท.อย่าเหมารวมทีม กมธ.เลวหมด “วัชระ” ตอก “วันชัย” แม่น้ำ 5 สายแหละตัวดี แต่งตั้งลูก-เมีย-ญาติโกโหติกายุ่บยั่บรับหลายเด้ง ท้าแน่จริงให้เสนอ “บิ๊กตู่” เปิดโพยรายชื่อให้หมด อย่าว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง เหน็บแสบตั้งกระทู้สะท้อนทุกข์คนจนดีกว่าจ้องเชลียร์ “จาตุรนต์” ชี้ไม่ยอมปลดล็อก หวังจำกัดบทบาทตั้งใจทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ “ปึ้ง” ซัดทีมช่างขี้โกงยัดอะไหล่เทียม ดักคออย่าเอาเปรียบกันเกินไป “คณิน” เชื่อกว่าจะบรรลุยุทธศาสตร์ 20 ปี ชาติพังก่อน “อุเทน” สับแหลกวางกับดักผิดเพี้ยนหลัก ปชต.สร้างแตกแยก “วัฒนา” กระทุ้งบริหารชาติต้องมีต้นทุนทางปัญญา คสช.โต้ “พงศ์เทพ” กองทัพปฏิรูปตัวเองตลอด

ประเด็นวิวาทะในเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งตามโรดแม็ป ระหว่างกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และแม่น้ำ 5 สาย กับฝ่ายการเมืองยังไม่จบลงง่ายๆ ล่าสุดแกนนำ 2 พรรคใหญ่อย่าง ประชาธิปัตย์และเพื่อไทย ยังคงพร้อมใจกันออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างกฎหมายลูกต่อเนื่อง

“องอาจ” ขอ กรธ.เปิดใจรับฟัง

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ถือเป็นกฎหมายที่สำคัญต่อการเดินหน้าประเทศไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน ให้เกิดการปฏิรูปไปในทิศทางที่ดีขึ้น ล้วนเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอำนาจ ตั้งแต่การได้มาซึ่งอำนาจ กลั่นกรองการเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจ และตรวจสอบการใช้อำนาจ ยิ่งเป็นเรื่องการใช้อำนาจแทนประชาชนผ่านกระบวนการทางการเมือง ต่างๆ จึงต้องพิจารณาให้กฎหมายเหล่านี้ใช้ได้จริง และได้รับการยอมรับจากประชาชน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริงมีส่วนร่วมออกกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ไม่ใช่มีส่วนร่วมแค่พิธีกรรมเพื่อพูดว่าได้ทำแล้ว เมื่อเปิดเนื้อหาต่อสาธารณะแล้วขอเรียกร้องให้ กรธ. เปิดใจกว้าง รับฟังข้อเสนอที่เป็นประโยชน์จากภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้ได้ร่างที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

สวน สปท.อย่าเหมารวม กมธ.เลว

นายองอาจกล่าวว่า ส่วนกรณีที่สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอให้ปรับกลไกการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ตนเห็นด้วยกับบางข้อเสนอ แต่บางข้อเสนอก็ไม่เห็นด้วย เช่น 1.เสนอให้มีที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง และมีจำนวนไม่มากเกินไปนั้น จำนวนมากหรือน้อยไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ถ้าได้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยทำงานมากถือเป็นเรื่องดี ส่วนข้อกังวลว่าบางคนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมนั้น เป็นเรื่องแต่ละบุคคล ควรลงโทษเป็นรายๆ ไม่ใช่เหมารวมว่าที่ปรึกษา กมธ.ส่วนมากไม่ดี 2.เสนอว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้เอาผิดรัฐมนตรีถึงขั้นติดคุกนั้น ในทางปฏิบัติผู้อภิปรายตั้งใจเอาผิดรัฐมนตรีให้ได้ แต่จะเอาผิดถึงขั้นติดคุกขึ้นอยู่กับประชาชนและศาล ไม่ได้อยู่ที่ผู้อภิปรายและไม่มีใครเอาเวทีอภิปรายมาเป็นเวทีฝึกพูด เพราะถ้าไม่มีข้อมูลเพียงพอก็เหมือนเป็นการฆ่าตัวตายทางการเมือง

ตั้งกระทู้บรรเทาทุกข์ชาวบ้าน

นายองอาจกล่าวต่อว่า 3.เห็นด้วยว่าควรมีบท ลงโทษรัฐมนตรีที่หลีกเลี่ยงการตอบกระทู้ โดยเฉพาะกระทู้สด 4.ส่วนข้อเสนอไม่ต้องการให้มีกระทู้โหลเพื่อหวังผลหาเสียงในพื้นที่นั้น ข้อเท็จจริงต้องให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนในพื้นที่ชนบทห่างไกลของชาวบ้าน จึงไม่ใช่กระทู้โหลตามที่กล่าว 5.เห็นด้วยว่าญัตติที่ผ่านสภา รัฐบาลควรทำให้เห็นผลในทางปฏิบัติ ดังนั้นการปรับกลไกการทำงานของสภาให้เกิดประสิทธิภาพเป็นเรื่องดี แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ว่าทำให้ได้ผลจริงในทางปฏิบัติ และไม่เกิดปัญหาใหม่ตามมาหรือไม่

ตอก “วันชัย” แม่น้ำ 5 สายตัวดี

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเสนอของนายวันชัย สอนศิริ กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมือง สปท. ที่ต้องการควบคุมบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาประจำ กมธ. ล้วนเป็นข้อเสนอแนะที่ดี แต่นายวันชัยไม่เคยได้ปฏิบัติ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนให้เป็น ส.ส. เห็นด้วยที่นายวันชัยระบุว่าการตั้งที่ปรึกษา กมธ. เพื่อสนองตำแหน่งแก่พรรคพวก แล้วตำแหน่งในแม่น้ำ 5 สาย บอร์ดรัฐวิสาหกิจต่างๆ เป็นการสนองตำแหน่งแก่พรรคพวกหรือไม่ ไม่ใช่เพื่อเกียรติยศอย่างเดียว แต่ราชการยังต้องจ่ายเงินเดือน 2 ถึง 3 ทางซ้ำซ้อนกันด้วย มิหนำซ้ำยังนำเอาบุตรภรรยาญาติโกโหติกาพาเหรดมาเป็นผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ ที่ปรึกษายกโขยงเอาเงินเดือนเอาเบี้ยประชุมกันเป็นเทือก

อย่าว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

นายวัชระกล่าวต่อว่า หากนายวันชัยแน่วแน่ที่จะปฏิรูปควบคุมและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐจริง ต้องเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจมาตรา 44 เริ่มต้นจากให้มีความพอเพียงรับเงินเดือนตำแหน่งเดียวเท่านั้น และควรเปิดเผยรายชื่อผู้ช่วย ที่ปรึกษาทั้งหมดในแม่น้ำ 5 สาย ให้ประชาชนรับรู้ว่ามีคนนามสกุลเดียวกันมากน้อยเพียงใด อย่าว่าแต่เขาแล้วอิเหนาเป็นเอง ที่นายวันชัยบอกว่า ในยุคของ ส.ส.มีการกดขี่ข้าราชการนั้น หากเป็นข้าราชการที่ดีต้องไม่ยอมให้กดขี่ สามารถร้องเรียนตรวจสอบได้ แล้ววันนี้การกดขี่ข้าราชการหมดสิ้นแล้วหรือ และอยากให้นายวันชัยระบุให้ชัดไปเลยว่าที่ปรึกษา กมธ.คนใด พรรคไหนที่ตบทรัพย์ ต้องดำเนินคดีให้เด็ดขาด อย่ามากำกวมเหมารวม และขอถามว่าในแม่น้ำ 5 สาย นายวันชัยตรวจสอบเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ว่า ไม่มีการตบทรัพย์

สะท้อนทุกข์ดีกว่ากระทู้เชลียร์

นายวัชระกล่าวอีกว่า ที่นายวันชัยเสนอว่าไม่ควรใช้เวทีอภิรายไม่ไว้วางใจเป็นเวทีฝึกพูด โดยใช้ข้อมูลจากสื่อมาตัดแปะนั้น อย่าดูถูกนักการเมือง แล้วที่นายวันชัย หรือ สนช.พูดอวยนายกฯในสภาทุกวันนี้ไม่อายปากบ้างหรือ ที่สำคัญนายวันชัยบอกไม่อยากให้ตั้งกระทู้โหลนั้น นายวันชัยไม่เคยได้เป็น ส.ส. แต่มาจากการแต่งตั้งโดยทหาร ให้เป็นท่านห้อยท่านโหน จึงไม่รู้ว่าการตั้งกระทู้นั้นมีวิปควบคุมอยู่ อย่าดูถูกว่าเป็นกระทู้โหลหาเสียง ทุกกระทู้ย่อมมีความสำคัญสะท้อนปัญหาประชาชนในพื้นที่สามารถ นำมาตั้งกระทู้ถามรัฐบาลได้หมด ที่สำคัญชาวบ้านต้องการได้ยินคำตอบจากรัฐมนตรีโดยตรงว่าจะแก้ไข ปัญหาให้อย่างไร ไม่ใช่มีแต่การด่านักการเมืองฝ่ายเดียวแล้วยกยอนายกฯในสภาเหมือนเช่นทุกวันนี้

ยุทธศาสตร์ชาติ คสช.ยังไร้วี่แวว

ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายก-รัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไว้ในรัฐธรรมนูญ เป็นความตั้งใจของรัฐบาล คสช.และผู้ร่างรัฐธรรมนูญ แต่เวลานี้ยังไม่มีใครเห็นยุทธศาสตร์ชาติมีเนื้อหาสาระอย่างไร ที่น่าเป็นห่วงคือไม่มีวี่แววการปฏิรูปของ คสช.และรัฐบาล ที่ทำมา ไม่มีอะไรแสดงให้เห็นว่ากำลังนำไปสู่ยุทธศาสตร์ที่ดีในอนาคตได้ ถ้าจะมียุทธศาสตร์ที่ดีควรได้เห็นตัวอย่างที่ดีๆบ้าง ยิ่งในภาวะที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศตกต่ำ แต่ในรัฐธรรมนูญกลับกำหนดให้ยุทธศาสตร์ชาติแก้ไขได้ยาก ทัศนคติของผู้มีอำนาจเป็นแบบปิด ประชาชนไม่มีส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายที่เห็นต่างยิ่งไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็น ส่งผลแนวโน้มสังคมไทยคงต้องไปเรียนรู้แก้ไขในวันข้างหน้าแทน

ตั้งใจทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ

นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า ส่วนที่รัฐบาล คสช.ยังไม่ปลดล็อกการเมือง และยังไม่เปิดเผยร่างกฎหมาย ลูกนั้น ทั้งหมดเป็นความตั้งใจให้พรรคการเมืองมีบทบาทอย่างจำกัด ต้องประสบอุปสรรคในการทำหน้าที่ เป็นไปอย่างทุลักทุเล ไม่ใช่เป็นเรื่องอุบัติเหตุหรือความเผลอเรอ แต่เป็นความตั้งใจทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ทำอะไรไม่ได้จนมีผลต่อการบริหารประเทศ โดย คสช. รัฐบาลและผู้ร่างรัฐธรรมนูญทั้งหลาย มีความคิดที่จะจำกัดบทบาทพรรคการเมือง ทำให้การบริหารประเทศอยู่ในมือผู้ที่ไม่สังกัดหรือเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง เมื่อไม่เชื่อระบบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา เป็นธรรมดาสิ่งเหล่านี้ต้องเกิดขึ้น และวันนี้ไม่คิดว่าพูดไปแล้วทัดทานความเสียหายได้ แต่หวังอนาคตจะมีคนสนใจและร่วมแก้ปัญหา

“ปึ้ง” ซัดทีมช่างขี้โกงยัดอะไหล่เทียม

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากให้ กรธ.ทำกฎหมายลูกออกมาให้ดี กฎหมายลูกเปรียบเหมือนอวัยวะที่ทำให้ร่างกายคนสมบูรณ์ดูดีไม่พิการ ไม่ควรนำแขนขาเทียมจากวัสดุด้อยคุณภาพมาทำเป็นอวัยวะ เพราะที่สุดต้องมานั่งซ่อมแซมเปลี่ยนอวัยวะเทียมตลอดเวลา ยิ่งมาเจอทีมช่างขี้โกงเอาของไม่ดีมาทำอะไหล่ยิ่งแย่ไปใหญ่ อยากให้ กรธ.คิดให้รอบคอบ บ้านเมืองเป็นของทุกคน ขอให้การทำกฎหมายลูกอย่ามีบทบัญญัติที่บีบบังคับ แข็งกร้าว เอาเปรียบจนเกินงาม รวมถึงการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีต้องคิดกันให้หนัก อย่าให้บ้านเมืองถึงทางตัน เดินตามกันไปแบบผิดๆ อย่าให้คนนั่งด่าสาปแช่งไล่หลัง เปรียบเปรยได้ว่าเอาทีมช่างไร้ฝีมือมาทำอวัยวะเทียม ทำให้คนดีดูอัปลักษณ์หรืออาจถึงตายได้ เพราะอวัยวะทำงานได้ไม่ดี หกล้มศีรษะฟาดพื้น เป็นอัมพฤกษ์อัมพาต

กว่าบรรลุยุทธศาสตร์ชาติพังก่อน

นายคณิน บุญสุวรรณ ประธานคณะทำงานติดตามการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ขู่รัฐบาลชุดต่อไปถ้าไม่ทำตามยุทธศาสตร์ชาติถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ ว่า สิ่งที่นายมีชัยพูดเป็นความจริง เพราะบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญมาตรา 275 ระบุให้ สนช.และ ครม.ชุดปัจจุบัน จัดทำยุทธศาสตร์ชาติให้เสร็จเพื่อให้รัฐสภาและ ครม.ที่มีขึ้นภายหลังการเลือกตั้งปฏิบัติตาม แน่นอนว่าถ้า ครม.ชุดใหม่ไม่ทำตามจะตายหยังเขียด ในทางกลับกันถ้า ครม.ชุดใหม่ทำตามทุกอย่าง แบบเป็นเด็กดี กว่าจะถึง 20 ปีประเทศก็ตายกันพอดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจประเทศและคนยากคนจนจะตายก่อนเพื่อน เพราะยุทธศาสตร์ชาติมีแต่กฎหมายและตัวหนังสือ ที่อ้างอิงจากข้อมูลสมมุติฐานความเชื่อเก่าๆ ที่เกิดก่อนปี 2559 กลายเป็นกับดักอันเบ้อเริ่ม นอกจากประเทศเดินหน้าไม่ได้ ยังถอยหลังกลับไปที่เก่าไม่ได้ เพราะทำลายทิ้งไปหมดแล้ว

“อุเทน” สับวางกับดักสร้างแตกแยก
ด้านนายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า เป็นห่วงในเนื้อหาสาระของร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง เท่าที่ทราบ กรธ.ยึดร่างที่เสนอโดย กกต.เป็นหลัก มี กกต.คนหนึ่งเคยอวดอ้างสรรพคุณว่า พรรคการเมืองตั้งยาก อยู่ยาก ยุบยาก หมายถึงการตั้งพรรคการเมืองยากขึ้น ตรงกันข้ามกับหลักการประชาธิปไตยที่ต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ดังนั้นทุกอย่างไม่ควรยุ่งยากซับซ้อน ควรเข้าถึงได้ง่าย ทั้งการตั้งพรรคการเมือง การดำเนินกิจกรรม หรือการพิจารณายุบพรรคควรง่ายด้วย ควรเพิ่มโทษที่รุนแรงเด็ดขาด เพื่อใช้ป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียง แต่ในร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง กลับกำหนดทั้งจำนวนสมาชิกและบังคับเก็บค่าบำรุงพรรคจากสมาชิกผู้ก่อตั้งมากเกินไป แทนที่จะดูจากอุดมการณ์ จนคล้ายกีดกันไม่ให้คนเข้ามาสนับสนุนพรรค สะท้อนให้เห็นว่ามีความพยายามบั่นทอนให้พรรคและการเมืองไทยอ่อนแอ สร้างข้อจำกัด วางกฎระเบียบที่เต็มไปด้วยอคติต่อฝ่ายการเมือง เชื่อว่าหากดื้อดึงออกมาในลักษณะที่ว่านี้ จะสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นก่อนถึงการเลือกตั้ง
ชี้กฎหมายลูกผิดเพี้ยนหลัก ปชต.

นายอุเทนกล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่ทำให้เนื้อหาของกฎหมายลูกผิดเพี้ยนไปจากหลักการของร่างรัฐธรรมนูญ ที่บอกว่ามีเจตนารมณ์ส่งเสริมให้บุคคลมีเสรีภาพในการร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองนั้น เพราะผู้ที่มีหน้าที่เสนอความคิดเห็นในร่างกฎหมายลูก ทั้ง กกต. หรือ กรธ. ไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรือทำพรรคการเมืองมาก่อน เป็นมุมมองของนักวิชาการ และข้าราชการประจำเท่านั้น ที่สำคัญยังมีหลายกรณีที่ชี้ชัดว่าไม่รับฟังความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะของนักการเมือง แต่ต้องขอบคุณ คสช. รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่ออกมายืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ป ขอให้ยึดมั่นในสิ่งที่พูดไว้

จวกมือไม่ถึงดันมาวางอนาคต

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเปิดใจเล่าถึงความผิดพลาดที่เคยร่วมกับกลุ่มการเมืองข้างถนน ปิดบ้านปิดเมืองจนเกิดการรัฐประหาร ทำให้ตัวเองตกงาน เพราะหนังสือพิมพ์ที่ทำงานอยู่ต้องปิดตัวลง ผลพวงของรัฐประหารทำให้เศรษฐกิจเสียหายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน การบริหารที่ขาดสติทำให้เครื่องยนต์ ทางเศรษฐกิจทุกตัวดับสนิท ท้ายสุดต้องใช้การแจกเงินอันเป็นมาตรการสิ้นคิด กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังไร้ความสามารถแจกเงินไม่ได้ตามกำหนด ดังนั้นจะมีธุรกิจอีกมากต้องปิดกิจการเพิ่มทำให้คนตกงานมหาศาล แต่ที่น่ากลัวคือกลุ่มคนยึดอำนาจและบริหารบ้านเมืองเสียหายยับเยินขณะนี้ คือผู้ที่วางยุทธศาสตร์ชาติให้คนไทยต้องเดินตามอีก 20 ปี โดยมีรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติด้วยวิธีปิดหูปิดตาประชาชนเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ ผ่าน ส.ว.สรรหา และองค์กรอิสระทั้งหลาย

ต้องมีต้นทุนปัญญาบริหารชาติ

นายวัฒนาระบุอีกว่า การบริหารบ้านเมืองนอกจากต้องใช้ศาสตร์และศิลป์แล้ว ต้องมีต้นทุนทางปัญญา บ้านเมืองไม่อาจบริหารโดยการทำลายฝ่ายตรงข้าม สร้างวาทกรรมขยายความขัดแย้ง เพื่อให้อยู่ในอำนาจต่อไป หรือลอกนโยบายรัฐบาลเก่าโดยขาดความเข้าใจ แต่เอามาเปลี่ยนชื่อใหม่ หรือสร้างเรื่องกลบความล้มเหลวหลอกประชาชนไปวันๆ โลกปัจจุบันอยู่ในยุคธุรกิจแห่งการทำลายล้าง การเกิดของธุรกิจใหม่จะทำลายธุรกิจเดิม เช่น ธุรกิจฟิล์มถ่ายรูปถูกแทนที่ด้วยกล้องดิจิตอล โทรศัพท์มือถือแบบเก่าถูกแทนที่ด้วย Smart Phone เป็นต้น ประเทศจึงต้องการผู้นำที่มีความรู้มากกว่าซ้ายขวาหน้าหลัง หรือมีวิสัยทัศน์แค่เอาเวลาราชการมาแสดงจำอวดออกกำลังโชว์ประชาชน หรือจะผลิตยาสีฟันหรือรองเท้าแตะส่งออกเพื่อตีตลาดโลก แต่นับเป็นความโชคดีของคนพวกนี้ที่มาเกิดในยุคปัจจุบัน หากเกิดในสมัยขงจื๊อจะถูกเอาไปตัดหัว หรือหากเกิดในสมัยนายพล Kurt Hammerstien-Equord ของเยอรมันต้องถูกเอาไปยิงทิ้ง คงไม่มีใครปล่อยให้ขยันสร้างความเสียหายได้มากมายขนาดนี้

คสช.โต้กองทัพปฏิรูปตัวเองตลอด

อีกด้าน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคสช. กล่าวถึงกรณีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวพาดพิงว่าไม่มีการปฏิรูปกองทัพในงานเสวนา “ชีวิตคนไทยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ว่า ต้องขอบคุณในความปรารถนาดีของนายพงศ์เทพที่แสดงความห่วงใยต่อการปฏิรูปกองทัพ ยืนยันว่ากองทัพมีการปฏิรูปตนเองตามหลักการและนโยบายมาโดยตลอด กองทัพไม่เคยหยุดนิ่งการปฏิรูปมิหนำซ้ำยังพัฒนาเปลี่ยนแปลงตลอด ทั้งรูปแบบการทำงาน ปฏิรูปโครงสร้าง กองทัพ และยุทโธปกรณ์ แต่การปฏิรูปกองทัพอาจไม่ได้มองเห็นทันที และไม่เป็นที่เปิดเผยในบางเรื่อง แต่ยืนยันว่ากองทัพมีการปฏิรูปตนเองให้สอดรับกับแผนงานและภารกิจของกองทัพให้ลุล่วงภายใต้กรอบนโยบายและงบประมาณที่มีอยู่ เป็นการปฏิรูปกองทัพของประชาชน ดูแลประเทศชาติเรื่องความมั่นคง ภัยคุกคามต่างๆ รวมทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ กองทัพช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบมีการบริหารจัดการ

คงอำนาจช่วงเปลี่ยนผ่านไว้ก่อน

พ.อ.ปิยพงศ์กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์เปลี่ยนแปลงในปี 2560 ที่จะมีประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เตรียมการเลือกตั้ง และกระบวนการทางการเมืองต่างๆ เป็นไปตามโรดแม็ปที่ คสช.ประกาศไว้ แต่ภารกิจหลักคสช.คือการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศในช่วงนี้ เพื่อก้าวผ่านความยากลำบากต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง ขณะที่มาตรการต่างๆของ คสช.ที่ประกาศเอาไว้ จะคงไว้อีกระยะหนึ่งเช่นกัน เพื่อทำให้ช่วงก่อนการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีความสับสนวุ่นวาย ส่วนการผ่อนปรนมาตรการของ คสช. อาจมีการพิจารณา และดำเนินการเมื่อถึงช่วงเวลาอันเหมาะสม

โพลชี้คนพอใจรัฐแจกเงินคนจน

สำนักวิจัยซุปเปอร์โพลเปิดผลสำรวจความเห็นประชาชน เรื่องเสียงสะท้อนผู้บริโภคต่อโครงการซื้อข้าวช่วยชาวนา พบว่าประชาชนร้อยละ 93.4 เห็นด้วย เพราะเงินถึงมือชาวนาโดยตรง ได้ข้าวดีราคาถูก ทำให้ ชาวนาเข้มแข็ง กลไกตลาดมีประสิทธิภาพและรักษาอาชีพชาวนา มีเพียงร้อยละ 6.6 ที่ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการแทรกแซงกลไกตลาด ส่วนโครงการอนุมัติเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ พบว่าร้อยละ 75.9 เห็นด้วย ขณะที่ร้อยละ 24.1 ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 84.4 ยังพอใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุดต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการแก้ปัญหาชาติ ขณะที่ร้อยละ 15.6 ระบุว่าพอใจค่อนข้างน้อยถึงไม่พอใจเลย

“เจ๋ง” แจ้นแจง ป.ป.ช.ซุกบัญชี

อีกเรื่อง นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ “เจ๋ง ดอกจิก” อดีตแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า วันที่ 6 ธ.ค. จะเดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมทนายความ เพื่อขอชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีถูก ป.ป.ช. ยื่นเรื่องดำเนินคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. สมัยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทย (นายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.มหาดไทย) ขอแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าสมัยที่พ้นจากตำแหน่งเมื่อปี 2556 เข้าใจว่าได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ไปแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่ได้ยื่น จน ป.ป.ช.มีหนังสือเตือนมาที่บ้าน แต่บ้านหลังดังกล่าวตนไม่ได้พักอาศัยอยู่ ทำให้ไม่ทราบว่ามีหนังสือเตือนมา อีกทั้งช่วงดังกล่าวตนถูกคุมขังอยู่ หลังทราบเรื่องได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ไป เมื่อเดือน มิ.ย.2557 แต่ที่สุดก็ถูก ป.ป.ช.เอาผิดในเรื่องนี้ จึงต้องการไปชี้แจงเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าไม่ได้จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินแต่อย่างใด

“วันชัย” แฉมีล็อบบี้ล้ม พ.ร.บ.แร่

ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปท. กล่าวถึงกรณี สนช.เตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แร่ในสัปดาห์นี้ ว่า ทราบมาว่ามีการวิ่งเต้นล็อบบี้จากฝ่ายรัฐบาลและ สนช.คว่ำไม่ให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน เพราะถ้ากฎหมายออกมาใช้บังคับ นายทุนใหญ่ที่ทำธุรกิจแร่อาจหากินไม่ง่ายเหมือนเก่า เพราะกฎหมายบัญญัติให้มีคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ ประกอบด้วยหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้ามามีส่วนร่วมกันบริหารจัดการดูแล ทำให้ส่วนราชการไม่มีอำนาจเด็ดขาดเหมือนเก่า นายทุนใหญ่ไม่สามารถวิ่งเต้นหรือครอบงำได้เหมือนเดิม ทราบว่าการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการสู้กันอย่างดุเดือด แต่ละมาตรากว่าจะออกมาได้หนักหนาสาหัส ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน เมื่อร่างกฎหมายนี้จ่อเข้า สนช.จึงมีอดีตข้าราชการ ข้าราชการ และนายทุนใหญ่ธุรกิจแร่ ไปวิ่งเต้นกับบิ๊กรัฐบาล และ สนช.บางส่วน ให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ไปทบทวนใหม่ มีท่าทีค่อนข้างแน่ชัดว่าจะทุบให้เป็นหมัน จึงน่าติดตามว่า สนช.และรัฐบาล จะแพ้ทุนหรือการครอบงำได้หรือไม่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้