วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สถาปนา 'ป.อ.ปยุตฺโต' ขึ้นเป็นสมเด็จ

สถาปนา 'ป.อ.ปยุตฺโต' ขึ้นเป็นสมเด็จ

  • Share:

พระราชาคณะรูปแรกในรัชสมัยรัชกาลที่10

“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” เสด็จฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานถวายแด่พระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. ทั้งทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานพัดยศแด่พระภิกษุสงฆ์ที่ได้เลื่อนและตั้งสมณศักดิ์ โอกาสนี้ทรงสถาปนา “พระพรหมคุณาภรณ์” (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน ขึ้นเป็น “สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์” นับเป็นสมเด็จพระราชาแห่งคณะสงฆ์ไทยรูปแรกในสมัยรัชกาลที่ 10 พร้อมทรงสถาปนารองสมเด็จพระราชาคณะ 3 รูป จากวัดบวรฯ วัดมหาธาตุฯ และวัดพระธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหา วชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระ ราชวังดุสิต พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า พัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณ วรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกร รัศมีโชติ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม 2559 ท่ามกลางพสกนิกรจำนวนมากที่เฝ้ารอรับเสด็จ ทั้งบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง และรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

จากนั้นเวลา 17.30 น. รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม สมเด็จพระเจ้า อยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จ พระราชดำเนินไปยังชานหน้าพระอุโบสถ บรรพชิตจีนและญวน ถวายพระพรเสร็จแล้วเสด็จฯเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร แล้วเสด็จฯลงยังชานหน้าพระอุโบสถ พระราชทานสังควัตถุแก่ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้สูงอายุ ฝ่ายหน้า-ฝ่ายใน

ต่อมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินจากพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ประทับรถพระที่นั่ง ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯ ให้อาลักษณ์ สำนักอาลักษณ์และเครื่องราช อิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านกระแสพระราชโองการสถาปนาสมณศักดิ์ ชั้นสมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะเจ้าคณะรอง จบแล้ว พระสงฆ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ ดุริยางค์

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทร เทพยวรางกูร ทรงประเคนสุพรรณบัฏและหิรัญบัฏ พัดยศ ผ้าไตร เครื่องประกอบสมณศักดิ์ แด่สมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะ เจ้าคณะรองที่ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯสถาปนาตามลำดับ รวม 159 รูป ประกอบด้วย สมเด็จพระราชาคณะ 1 รูป คือพระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต ป.ธ.9) วัดญาณเวศกวัน เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ในราชทินนามที่จารึกในสุพรรณบัฏ ที่ “สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ญาณอดุลสุนทรนายก ปาพจนดิลกวรานุศาสน์ อารยางค์กูรพิลาสนามานุกรม คัมภีรญาณอุดมวิศิษฏ์ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสรบวรสังฆารามคามวาสี อรัญวาสี”

พระราชาคณะเจ้าคณะรอง หรือรองสมเด็จพระราชาคณะ 3 รูป ประกอบด้วย 1.พระธรรมวราจารย์ (แบน กิตฺติสาโร) วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ราชทินนาม “พระสุธรรมาธิบดี” พระธรรมสุธี (พีร์ สุชาโต) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์ เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ราชทินนาม “พระธรรมปัญญาบดี” และพระธรรมมังคลาจารย์ (ทอง สิริมงฺคโล) วัดพระธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่ เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ราชทินนาม “พระพรหมมงคล วิ.” เป็นต้น จากนั้นทรงประเคนสัญญาบัตร พัดยศแด่พระสงฆ์ ซึ่งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ใหม่ตามลำดับอีกจำนวน 155 รูปดังนี้ พระราชาคณะชั้นธรรม 7 รูป พระราชาคณะชั้นเทพ 20 รูป พระราชาคณะชั้นราช 41 รูป และพระราชาคณะชั้นสามัญ 87 รูป

ทั้งนี้ การสถาปนาสมณศักดิ์ พระพรหมคุณาภรณ์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะในครั้งนี้ นับเป็นสมเด็จพระราชาคณะรูปแรกในสมัยรัชกาลที่ 10 ทั้งยังเป็นสมเด็จพระราชาคณะรูปแรกที่ไม่มีตำแหน่งทางการปกครองอื่น นอกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะแล้ว จะส่งผลให้ต้องเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) โดยตำแหน่งทันที

สำหรับประวัติสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เจ้าของนามปากกา ป.อ.ปยุตฺโต นับเป็นปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาแห่งยุคปัจจุบัน ที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างยิ่ง ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน ต.บางระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม และราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์

มีนามเดิมว่า ประยุทธ์ อารยางกูร เกิดเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2481 ที่ตลาดศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย มีกิจการโรงสีไฟ เรียนชั้นประถมศึกษาที่ ร.ร.ประชาบาลชัยศรีประชาราษฎร์ เมื่อจบชั้นประถมศึกษา บิดาพาไปเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนวัดปทุมคงคา แต่พำนักอยู่ที่วัดพระพิเรนทร์ ได้รับทุนเรียนดีของกระทรวงศึกษาธิการเป็นประจำ แต่ด้วยสุขภาพไม่ดี เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลับไปบรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จากนั้นได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมจนกระทั่ง พ.ศ.2496 ได้ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดพระพิเรนทร์ สามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก และสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคขณะเป็นสามเณร เป็นรูปที่ 2 แห่งรัชกาลที่ 9 จึงได้รับพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์อุปสมบทเป็นพระภิกษุในฐานะนาคหลวง เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2504 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดเบญจมบพิตร ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์

ภายหลังอุปสมบท ได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจน พ.ศ.2505 สำเร็จการศึกษาปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และท่านยังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญทางการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยได้เป็นรองเลขาธิการมหาวิทยาลัย ขณะที่เป็นเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ด้วย

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ได้อุทิศตนให้กับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งด้านการบรรยายทางวิชาการ การแสดงพระธรรมเทศนา ตลอดจนงานนิพนธ์ เอกสารวิชาการ และตำราจำนวนมาก ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ สามารถแต่งตำราและบรรยายทั้งหลักพระพุทธศาสนาโดยตรง และพระพุทธศาสนาประยุกต์กับวิชาการต่างๆ ทางโลกแทบทุกสาขา ดังปรากฏหลักฐานจากการแต่งหนังสือกว่า 312 เรื่อง และการบรรยายนับพันครั้ง อีกทั้งยังได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติมากมาย อาทิ รางวัลการศึกษาเพื่อสันติภาพ พ.ศ.2537 จากยูเนสโก นับเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติให้รับรางวัลนี้ นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2549 ยังได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ จากในหลวงรัชกาลที่ ๙ แต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประเภทวิชาปรัชญา สาขาวิชาศาสนศาสตร์

สำหรับลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2512 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระศรีวิสุทธิโมลี พ.ศ.2516 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่พระราชวรมุนี พ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพเวที พ.ศ.2536 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่พระธรรมปิฎก พ.ศ.2547 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นพรหม ที่พระพรหมคุณาภรณ์ และในวันที่ 5 ธ.ค.2559 ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

ต่อมาในช่วงค่ำ ที่วัดญาณเวศกวัน อ.สามพราน จ.นครปฐม มีพุทธศานิกชน ศิษยานุศิษย์ และประชาชน ราว 1,000 คน นั่งรอรอบๆพระอุโบสถ บางคนเตรียมพวงมาลัย พานดอกไม้ธูปเทียน เพื่อถวายสักการะและถวายมุทิตาจิตแก่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ โดยทางวัดนำทีวีมาตั้งให้ประชาชนรอรับชมการถ่ายทอดสด พิธีโปรดเกล้าฯสถาปนาสมณศักดิ์ พระมงคลธีรคุณ รองเจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน เปิดเผยว่า วัดได้เตรียมสถานที่และอาหารรองรับประชาชนที่เดินทางมา ในส่วนพิธีของทางวัดเมื่อเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์เดินทางมาถึงขึ้นไปกราบพระประธานในพระอุโบสถ พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญชัยมงคลคาถา จากนั้นให้พระเถรานุเถระพร้อมพระสงฆ์ของวัดญาณเวศกวัน ถวายมุทิตาสักการะ ส่วนพุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ และประชาชนที่เดินทางมา อาตมาจะรับถวายมุทิตาแทน เนื่องจากต้องให้ทางสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ พักผ่อนก่อนที่จะออกมาพบปะกับสาธุชน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้