วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับตาอาลีบาบาเจาะ "คลาวด์" สุดห่วงฐานข้อมูลประเทศไทยไม่ปลอดภัย

จับตาอาลีบาบาเจาะ "คลาวด์" สุดห่วงฐานข้อมูลประเทศไทยไม่ปลอดภัย

  • Share:

“พาณิชย์” เตรียมลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงกับ “อาลีบาบา” ช่วง “สมคิด” ยกทัพประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-จีน สัปดาห์นี้ เน้นส่งเสริมและพัฒนา SME ค้าขายผ่านเว็บดัง ทั้ง Lazada, Tmall Global และ Alibaba จากเดิมจะลงนาม MOU ที่ร่วมมือแบบลงลึก และผูกมัดไทยเกินไป จับตาอาลีบาบารุกระบบ Cloud ของไทย ห่วงข้อมูลสำคัญไม่ปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 7-11 ธ.ค.นี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะนำคณะฝ่ายไทยเดินทางไปประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน ที่ประเทศจีน นอกจากนี้ยังจะหารือกับนายแจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป และผู้บริหารบริษัท หัวเหว่ย เทคโนโลยี เพื่อหารือถึงความร่วมมือด้านการลงทุนในไทยด้วย โดยในการพบปะกับนายแจ็ค หม่า จะมีการร่วมลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent : LOI) ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของไทย โดยนางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และบริษัท Alibaba.com Singapore E-Commerce Private Limited เพื่อร่วมมือกันส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SME) ของไทยให้เข้าสู่ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) หรือทำการค้าขายผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ของอาลีบาบา

โดยสาระสำคัญของ LOI ได้แก่ การอำนวย ความสะดวกให้ SME ไทยเข้าสู่การค้าขายออนไลน์ ทั้งในประเทศและในระดับโลก, ความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพ SME ให้ค้าขายออนไลน์ ทั้งในประเทศ เช่น Lazada.com และในระดับโลก เช่น Alibaba.com และ Tmall Global.com, ความร่วมมือในการปรับปรุงเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยทั้งระบบ, การสนับสนุนให้ไทยสร้างระบบ E-Commerce, ความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากร ของไทยในด้านดิจิทัล รวมถึงความร่วมมือด้านการลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นกระทรวงพาณิชย์และอาลีบาบา จะลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่เป็นกรอบความร่วมมือกันที่มีความลึกมากกว่านี้ แต่ภายหลังจากถูกทักท้วง กระทรวงพาณิชย์จึงได้ปรับปรุงแก้ไขสาระสำคัญใน MOU ให้เหลือเพียงหนังสือแสดงเจตจำนง ที่เป็นเพียงกรอบความร่วมมือแบบกว้างๆเท่านั้น

สำหรับสาระสำคัญของ MOU ที่แต่เดิมจะลงนามร่วมกัน มุ่งไปที่ความร่วมมือพัฒนาศักยภาพ SME ไทยให้ทำการค้าขายทางออนไลน์, สนับสนุนให้ SME และผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องในห่วงโซ่การผลิต เปิดร้านค้าออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มของอาลีบาบา ทั้ง Lazada, Tmall Global และ Alibaba.com, สนับสนุนให้ใช้ระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Payment), อำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าและระบบโลจิสติกส์ รวมถึงขั้นตอนการเสียภาษี, จัดหาวัตถุดิบในการผลิต ทั้งในประเทศและในโลก, ส่งผู้เชี่ยวชาญของอาลีบาบามาฝึกอบรมบุคลากรไทยให้สามารถสร้างแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ และจะนำบุคลากรไทยไปฝึกงานที่อาลีบาบา 1 ปี

ขณะเดียวกัน อาลีบาบาจะสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรของไทยด้านดิจิทัล และระบบ E-Commerce โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ ส่วน Alibaba Cloud จะสนับสนุนรัฐบาลไทยในการพัฒนาระบบรับฝากข้อมูล (Cloud) เพื่อสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0, มีส่วนร่วมในการพัฒนาโปรแกรมที่เรียกว่า Create @ Alibaba Cloud สำหรับผู้เริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ (Start Up) ของไทยและใช้ระบบ Cloud ของอาลีบาบาในการส่งเสริมการพัฒนาซอฟต์แวร์ของไทยทั้งในตลาดจีน และตลาดโลก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการลงนามใน LOI แล้ว ต้องจับตาดูว่าทั้งรัฐบาลไทยและอาลีบาบาจะดำเนินการร่วมกันอย่างไร และจะดำเนินการตาม MOU หรือไม่ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบ Cloud ซึ่งถือเป็นระบบข้อมูลสำคัญของประเทศในทุกด้าน เช่น ข้อมูลของประชาชน ข้อมูลด้านการเกษตร การค้า การเงิน เป็นต้น และก่อนหน้านี้ อาลีบาบาได้พยายามหารือกับไทยในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกรมศุลกากรของไทยกับหุ้นส่วนในเครือเว็บไซต์ Alibaba.com เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกรายย่อยของไทย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องความปลอดภัยทางข้อมูล และความปลอดภัยผ่านระบบ Cloud

ทั้งนี้ หากอาลีบาบาแลกเปลี่ยนข้อมูลและมีความร่วมมือกับไทยผ่านระบบ Cloud จริง ถือว่าน่าเป็นห่วงมาก เพราะอาลีบาบาจะได้ข้อมูลของประเทศไทยอย่างง่ายดาย เนื่องจากรัฐบาลไทยมีนโยบายจัดระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหาร (Management Information System: MIS) ของทุกส่วนราชการ รวมทั้งเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างส่วนราชการ เพื่อนำข้อมูลนี้มาใช้ประกอบการตัดสินใจดำเนินนโยบายด้านต่างๆของรัฐบาล รวมถึงนำข้อมูลไปไว้ในระบบ Cloud ด้วย จึงถือว่าข้อมูลเหล่านั้นสำคัญมาก และเกิดความกังวลว่า ข้อมูลที่อยู่ในระบบ Cloud จะไม่ปลอดภัย ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยิ่งทำให้ไม่มีความมั่นใจว่าข้อมูลที่จัดเก็บไว้จะปลอดภัยและมั่นคงต่อประเทศชาติ

ด้านนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับอาลีบาบา ส่วนใหญ่จะเป็นการพัฒนาคนของไทยให้สามารถค้าขายทางออนไลน์ โดยผ่านแพลตฟอร์มของอาลีบาบาได้ เช่น SME เพราะตลาดกลางซื้อขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ตของอาลีบาบาได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดจีนที่เป็นตลาดหลักของไทยและมีผู้บริโภคมหาศาล หากสินค้าไทยสามารถเข้าไปค้าขายในเว็บไซต์ของอาลีบาบาได้ จะทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากสามารถคลิกเข้าไปเลือกชมและเลือกซื้อได้ ส่งผลให้สินค้าไทยขายดีมากขึ้น และบุกเจาะตลาดได้อย่างกว้างขวาง

“ถ้าคนไทยมัวแต่กลัวว่าอาลีบาบาจะเข้ามารุกตลาดของไทยมากเกินไป ทั้งด้านการค้า การเงิน การลงทุนขอให้เลิกคิด เราอย่ากลัว เพราะถ้ากลัว คงไม่ต้องทำอะไร สิ่งที่รัฐบาลทำล้วนแต่เป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการและประเทศไทยทั้งสิ้น”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้