ข่าว
100 year

หวังฐานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ธ.ค. 2559 06:45 น.
SHARE

(แฟ้มภาพ)

นายสมบูรณ์ ยินดียั่งยืน รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีนักลงทุนจากต่างประเทศสนใจเข้ามาลงทุนและพัฒนาแร่ควอตซ์ ในประเทศไทย โดย กพร.อยู่ระหว่างจัดทำนโยบายการพัฒนาแหล่งแร่ควอตซ์ เพื่อรองรับการผลิตพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ซึ่งหากสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์จากแร่ควอตซ์ในประเทศไทย จะส่งผลให้เกิดรายได้แก่ประเทศจำนวนมหาศาล ก่อให้เกิดการลงทุนและพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้ เทคโนโลยีขั้นสูงและมีมูลค่าสูงในประเทศ อีกทั้งทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลดลง สามารถแข่งขันกับพลังงานทางเลือกอื่นๆได้ และประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตซิลิกอนเกรดโลหกรรมซิลิกอนเกรดแสงอาทิตย์และแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เป็นโลหะผสมอะลูมิเนียม และโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในภูมิภาคอาเซียนได้

สำหรับศักยภาพแร่ควอตซ์สามารถนำไปพัฒนาเป็นซิลิกอนเกรดแสงอาทิตย์ โดยประเทศไทยมีปริมาณสำรองแร่ควอตซ์คุณภาพ 25 ล้านตัน ผลิตซิลิกอนเกรดแสงอาทิตย์ได้ 6 ล้านตัน ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 1 ล้านเมกะวัตต์ สร้างรายได้ให้ประเทศไม่น้อยกว่า 3.6-4.5 ล้านล้านบาท โดยพื้นที่ที่พบว่าเป็นแหล่งแร่ควอตซ์ ได้แก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีปริมาณ 997,000 ตัน เพชรบุรี มีปริมาณ 97,000 ตัน สระแก้ว มี 400,000 ตัน ระยอง มีปริมาณ 7.56 ล้านตัน จันทบุรี มีปริมาณ 20,000 ตัน และราชบุรีมีปริมาณ 16 ล้านตัน สำหรับเซลล์แสงอาทิตย์ที่ใช้ในการแปลงแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า หากมีการใช้งานที่ถูกวิธี และการดูแลรักษาอย่างถูกต้องจะทำให้เซลล์แสงอาทิตย์ใช้งานได้นานถึง 20-30 ปี โดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมบูรณ์ ยินดียั่งยืนแร่ควอตซ์พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ภูมิภาคอาเซียนซิลิกอนเกรดแสงอาทิตย์

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้