วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผู้เสียหาย ม.เอกชนดัง อุบลฯเอาชื่อกู้ กรอ.กว่า20 ราย แจ้งความเพิ่มอีก

ผู้เสียหาย ม.เอกชนดัง อุบลฯเอาชื่อกู้ กรอ.กว่า20 ราย แจ้งความเพิ่มอีก

  • Share:

ผู้เสียหายเครือข่าย "กลุ่มโดนฟ้อง กยศ. กรอ.โปลี่ 49" อีกกว่า 20 คน เข้าแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มหลังถูกมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ กู้เงินกองทุนเพื่อการศึกษา กรอ. กยศ โดยเจ้าตัวไม่รู้เรื่อง.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี เครือข่าย กลุ่มโดนฟ้อง กยศ. กรอ. โปลี่ 49 กว่า 20 คน เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ อธิการบดี และ ผู้เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอิสเทิร์น UMT กรณีถูกปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์เข้ากู้ยืมเงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกพันรายได้ในอนาคต (กรอ) จนถูกฟ้องร้องเรียกเงินคืน ทั้งที่ไม่ได้ทำสัญญากู้ยืมและไม่ได้เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นางสาวไพรทูลย์ จูมาพันธ์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 231 ม.5 ต.ขามใหญ่ อ.เมืองอุบลราชธานี หนึ่งในผู้เสียหายเปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า เมื่อปี 2549 ตนได้ไปกรอกใบสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอิสเทิร์น UMT พร้อมจ่ายเงินค่าสมัครเรียน 500 บาทจริง แต่ไม่ได้ไปเรียนเนื่องจากต้องไปทำงานที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยที่ไม่ได้ติดต่อหรือทำธุรกรรมใดๆ กับทางมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอิสเทิร์น UMT

ต่อมาเดือน มิถุนายน 2558 ตนได้รับจดหมายทวงหนี้การกู้ยืมเงินของกองทุน กรอ. 94,900 บาท ตนรู้สึกตกใจมากจึงได้โทรไปสอบถามสำนักงาน กรอ.ได้รับคำตอบว่ามีรายชื่อของตนทำสัญญากู้ยืมเงิน กรอ.ที่มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอิสเทิร์น UMT เมื่อปี 2549 ทั้งนี้เพื่อความมั่นใจจึงได้สอบถามไปยัง ธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ก็ได้คำตอบว่ามีรายชื่อของตน กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. และ กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกพันรายได้ในอนาคต (กรอ) จริง

นางสาวไพรทูลย์ ยังเล่าอีกว่ายอมรับว่า ตนได้กู้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. เมื่อตอนที่ศึกษาอยู่ชั้น ม.4-ม.6 แต่ กรอ.ตนไม่เคยได้ทำสัญญากู้ แม้แต่ลงทะเบียนเรียนกับทางมหาวิทยาลัย UMT ตนก็ไม่ได้ลงทะเบียนเรียน กลับมีหนังสือทวงหนี้ ตนจึงได้เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและมาติดต่อกับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งก็ได้รับคำตอบด้วยการบ่ายเบี่ยงโยนกันไปมาตลอด ผ่านไปถึงเดือนมิถุนายน 2559 ตนได้มีโอกาสเจอกับทางอธิการบดี โดยรับปากว่าจะดำเนินการใช้หนี้ตามขั้นตอนให้เสร็จภายในสิ้นเดือน มิถุนายน 2559 แต่ก็เงียบหายไปจนหมดหวัง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางสาวไพรทูลย์ กล่าวอีกว่า มีผลกระทบกับชีวิตในหลายด้าน ทั้งครอบครัว การงาน และทางด้านจิตใจ ที่ต้องมาเป็นหนี้โดยที่ตนเองไม่ได้ใช้ ตนอยากให้เรื่องนี้จบโดยเร็วเคลียร์หนี้สินทั้งหมดให้ตนและผู้เสียหายรายอื่นๆ ให้จบไปตนไม่ต้องการที่จะมีเรื่องฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล พร้อมกันนี้ตนอยากจะฝากถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัย ให้ออกมายืนยันออกมารับผิดชอบในสิ่งที่มหาวิทยาลัย หรือ เจ้าหน้าที่ก่อขึ้น อย่าปล่อยไว้แบบนี้ ยิ่งจะทำให้เรื่องที่เกิดขึ้นแย่ไปอีก และหากไม่ออกมารับผิดชอบก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม

พ.ต.ท.ปรามโมทย์ ชื่นตา รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี กล่าวหลังจากที่มีการสอบปากคำผู้เสียหายว่า เบื้องต้นว่าในช่วงเดือนพฤษภาคม 2559 ทางกองทุน กยศ.กรอ. ทวงหนี้มายังนักศึกษา โดยที่น้องนักศึกษาที่ได้รับหนังสือทวงหนี้ได้ติดต่อไปยังสถานศึกษา รับปากว่าจะดำเนินการชำระหนี้ให้น้องๆนักศึกษาจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน แต่จนกระทั้ง 12 กรกฎาคม 2559 ได้มีหมายเรียกของศาลให้เข้าสู่กระบวนการ ซึ่งจากการที่พนักงานสอบสวนตรวจดูเอกสารเบื้องต้นปรากฏว่า เป็นเอกสารสัญญากู้ไม่ได้เป็นลายมือชื่อของนักศึกษา คงจะต้องเป็นในเรื่องของการปลอมเอกสารสิทธิ์ และใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม อันน่าที่จะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น ทั้งนี้ก็ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ในส่วนของผู้ที่ศาลมีหมายเรียกให้เข้าสู่กระบวนการนั้น ก็ต้องไปติดต่อสำนักงานอัยการ ที่มีการคุ้มครองสิทธิ์เพื่อขอคำแนะนำช่วยเหลือ อีกส่วนให้ผู้เสียหายไปแถลงต่อศาลว่า เขาไม่มีผลผูกพันกับ กยศ. กรอ. แต่อย่างใด เนื่องจากสัญญาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการกระทำของผู้เสียหาย ในส่วนของคดีอาญาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้ดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม สำหรับที่ผ่านมา เคยมีกรณีแบบนี้บ้าง ตนเองเคยประสานกับทางมหาวิทยาลัยดังกล่าว ล่าสุดทราบว่า ได้มีการเจรจาชดใช้คืนเงินกันไปแล้ว 2 ราย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้