วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สิงคโปร์กะกินรวบเอเชียกลาง

สิงคโปร์กะกินรวบเอเชียกลาง

  • Share:

นางนุซฮัท ซาดิก ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ของสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานบินมากรุงเทพฯ และใช้เที่ยวบิน HY532 ของสายการบินอุซเบกิสถานแอร์เวย์ส บินไปกรุงทัชเคนท์พร้อมกับ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ทั้งสองท่านเป็นผู้สังเกตการณ์นานาชาติการเลือกตั้งประธานาธิบดีอุซเบกิสถานเช่นเดียวกัน

รัฐบาลจัดรถ 1 คัน พร้อมคนขับและผู้ติดตาม 2 คน ให้ผู้สังเกตการณ์แต่ละคน ผู้ติดตามของพ่อผมคือ 1. นายเบกิมคูลอฟ อูซอกบอย โชอิม–คูโลวิช ผ.อ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการอุซเบ็ก และ 2. นายไอริสเบคอฟ อันซาร์ อาริบจาโนวิช นิสิตปี 3 สถาบันพัฒนาการจัดการแห่งสิงคโปร์ในกรุงทัชเคนท์

มหาวิทยาลัยจากหลายประเทศไปตั้งวิทยาเขตที่กรุงทัชเคนท์ เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ในแนวของตน เมื่อเด็กจบมาแล้วก็จะเอาไปทำงานให้ตนในภูมิภาคนี้ เช่น รัสเซียไปตั้งวิทยาเขตของ Moscow State University ที่เปิดสอนเฉพาะคณะคณิตศาสตร์และคณะจิตวิทยา รัสเซียยอมใช้ชื่อเสียงมหาวิทยาลัยมอสโกมาดักเด็กสมองดีจากเอเชียกลางเอาไปเป็นอาจารย์ เพราะรู้ดีว่าพวกนี้เก่งคณิตศาสตร์มาตั้งแต่เมื่อ 500-700 ปีที่แล้ว

สิงคโปร์ต้องการเข้ามาครอบครองทรัพยากรในพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลในภูมิภาคเอเชียกลาง จึงมาลงทุนสร้างวิทยาเขตของ Singapore Institute of Management Development อย่างใหญ่โตและทันสมัยในกรุงทัชเคนท์
ด้วยทุนมหาศาลและชื่อเสียงด้านการศึกษาที่ดีระดับโลก ทำให้สถาบันของสิงคโปร์ในกรุงทัชเคนท์ได้ยอดสมองของอุซเบกิสถานเข้าไปเรียน ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์และนิสิตชั้นปี 3 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลพ่อผมเป็นผู้เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
พวกที่รัฐบาลอุซเบ็กจัดให้มาดูแลคณะผู้สังเกตการณ์ฯ จะมีทีมละ 2 คน คนแรกเป็นผู้ใหญ่ระดับอธิการบดี อีกคนจะเป็นนิสิต ซึ่งนิสิตที่ได้รับการคัดเลือกส่วนใหญ่จะมาจากสถาบันของสิงคโปร์ พวกนี้พูดภาษาอุซเบ็ก ภาษารัสเซีย ภาษาอังกฤษได้ดีมาก หลายคนพูดภาษาเกาหลี หรือญี่ปุ่นได้อย่างดีเยี่ยมด้วย

พ่อผมสังเกตการทำงานของนิสิตอุซเบ็กที่มาจากสถาบันสิงคโปร์แล้ว ได้เขียนลงในไลน์ทางการไอดี @LGJ0596P ว่า “มาตรฐานระดับโลกไม่มีใครตกเกรดเลยสักคน นิสิตเกือบทุกคนได้ทุนให้ไปใช้ชีวิตอยู่ในสิงคโปร์เป็นช่วงๆ ไปเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานของสิงคโปร์เพื่อนำมาผสมกับวัฒนธรรมของเอเชียกลาง”

เมื่อถามว่า สำเร็จการศึกษาแล้ว พวกคุณจะไปทำงานอะไร หลายคนตอบว่าจะทำงานกับบริษัทสิงคโปร์ในอุซเบกิสถาน คาซัคสถาน คีร์กีซ ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน ฯลฯ สำหรับนายไอริสเบคอฟ อันซาร์ แกตอบพ่อผมว่า “ผมอยากทำงานกับบริษัททัวร์สิงคโปร์ มีเมืองบนเส้นทางสายไหมจำนวนมากที่ผู้คนบนโลกอยากมาเยือน แต่พวกเรายังขาดความรู้ด้านการบริหาร ความรู้ที่เรียนจากสถาบันชั้นนำของสิงคโปร์ที่มาเปิดสอนที่นี่จะทำให้ผมสามารถบริหารจัดการการท่องเที่ยวบนเส้นทางสายไหมด้วยระบบสากลได้”

อังกฤษกลัวตกผลประโยชน์ในเอเชียกลางเหมือนกัน จึงมาทุ่มทุนสร้าง Westminster International University ไว้อย่างใหญ่โตไม่แพ้ของสิงคโปร์ ส่วนอิตาลีมาตั้ง Polytechnic University of Turin ที่สุดของการลงทุนด้านการศึกษา เพื่อดักเด็กหัวดีเอาไว้ใช้ทำงานให้กับตนเองคือเกาหลีใต้ ด้วยการมาตั้ง South Korea Inha University
พวกเกาหลี อิตาลี สิงคโปร์ และอังกฤษ คิดแบบเดียวกับที่พ่อผมคิดเมื่อ พ.ศ.2534 แต่ความคิดของพ่อไม่ได้รับการสนับสนุน แถมยังถูกขัดขวางและทำลายเสียอีก นี่ถ้าเราคนไทยทำเรื่องนี้เสียตั้งแต่ พ.ศ.2534 เราคงไม่เสียเวลาเปล่าไปนานถึง 25 ปี

เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา พ่อผมตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อเตรียมตัวจับรถไฟเที่ยวแรกไปนครซาร์มาคานด์ ที่สถานีรถไฟพ่อมีโอกาสนั่งสนทนากับรองประธานรัฐสภาสาธารณรัฐคีร์กีซ และรัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการของอุซเบกิสถาน

การสนทนากับ ฯพณฯ ดานียารอฟ บาฮติโยร์ คุเดย์เบอร์ดิเยวิช รมช.การศึกษาขั้นพื้นฐานของอุซเบกิสถาน (Ministry
of Public Education) พ่อผมได้ความคิดดีๆมาหลายเรื่อง ซึ่งผมจะทยอยนำมาเล่ารับใช้ในโอกาสต่อไปครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้