วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อ้าง ผมเป็นสายสืบ! หนุ่มหลอกสาวไปลอกคราบ ชิงทอง 2 สลึง หวิดเสียตัว

อ้าง ผมเป็นสายสืบ! หนุ่มหลอกสาวไปลอกคราบ ชิงทอง 2 สลึง หวิดเสียตัว

  • Share:

สาวเมืองลิงนั่งรอรถในศาลาคนเดียว เจอหนุ่มขี่ จยย.มาบอกเป็นสายสืบ เดี๋ยวจะมีการจับยาบ้ารายใหญ่ อาสาพาไปส่งที่ปลอดภัย แต่กลับพาไปหลังเขาจี้ปลดทรัพย์ ก่อนบังคับให้ถอดเสื้อ กางเกง ยังดีที่มีไหวพริบออกอุบายคว้าไม้ไล่ตี แจ้งตำรวจจับ...

วันที่ 4 ธ.ค. พ.ต.ต.ณัฐพล พงษาณุวัฒน์ สารวัตรเวรสอบสวนสภ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุจี้ชิงทรัพย์ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พ.ต.อ.ภูการวิก โชติเสถียร ผกก.สภ.โคกสำโรง จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกสกัดจับ

ต่อมา ร.ต.อ.นิกสัน จงธรรม รอง สว.ปราบปราม ได้นำกำลังสกัดจับคนร้าย ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปตามเส้นทาง จ.ลพบุรี มุ่งหน้า อ.โคกสำโรง ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร

จากการสอบสวน ทราบชื่อผู้เสียหาย คือ น.ส.หนิง (นามสมมติ) อายุ 23 ปี ชาว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ได้ออกมานั่งรอรถโดยสารประจำทาง เพื่อจะเดินทางไป จ.ลพบุรี ที่ศาลาพักผู้โดยสารที่ริมถนนสายโคกสำโรง-ลพบุรี โดยนั่งอยู่คนเดียว ก่อนจะมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน วิ่งผ่านมาทางลพบุรีมาจอด คนขับเป็นชายหนุ่ม ทราบชื่อต่อมาคือนายอานุ ปารีพันธ์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ม.8 ต.โคกสูง อ.ปลาปาก จ.นครพนม

จากนั้น นายอานุ ได้ออกอุบายบอกกับ น.ส.หนิง ที่นั่งอยู่ศาลาพักผู้โดยสารคนเดียวว่า เดี๋ยวจะมีการจับกุมแก๊งยาบ้ารายใหญ่บริเวณนี้ อาจจะมีการยิงต่อสู้กัน หากยังนั่งอยู่จะทำให้ได้รับอันตราย จากนั้นแสดงตัวว่าเป็นตำรวจสายสืบกองปราบปรามยาเสพติด ให้ น.ส.หนิง ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปหลบในที่ปลอดภัย จนหลงเชื่อ จึงยินยอมซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปกับนายอานุ ซึ่งต่อมาได้แสดงตนเป็นคนร้าย ขี่พาไปที่เปลี่ยวหลังเขาทับควาย

เหตุการณ์ช่วงนี้ น.ส.หนิง ให้การอย่างตื่นเต้นว่า "เมื่อถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้จอดรถให้ลงจากรถจักรยานยนต์ แล้วชักมีดยาวประมาณ 3 นิ้วออกมาจากเอว จี้ที่คอ บังคับให้เปิดกระเป๋าสะพายภายในมีโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง 1 เครื่อง เงินสดอยู่ 500 บาท คนร้ายได้เอาไป พร้อมทั้งกระชากสร้อยคอทองคำหนักสองสลึงที่คอไปด้วย

จากนั้นได้ใช้มีดจี้บังคับให้ถอดเสื้อและกางเกงออกเพื่อจะข่มขืน แต่ขอหลบไปถอดกางเกงใต้ต้นไม้ เห็นท่อนไม้อยู่ใต้ต้นไม้ จึงคว้าขึ้นมาเดินไปที่คนร้าย และตีอย่างแรง จนคนร้ายวิ่งหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไป ส่วนตัวเองได้วิ่งออกมาที่ถนนใหญ่พบคนขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา จึงให้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ

ต่อมา สารวัตรเวรได้สอบสวนผู้ต้องหารายนี้ ทราบว่าเคยต้องโทษคดีชิงทรัพย์ มาสองครั้งแล้ว และในเขตท้องที่ใกล้เคียงมีคดีเกิดขึ้นลักษณะนี้อีกหลายคดีที่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ จึงประสานสถานีตำรวจต่างๆ นำผู้เสียหายมาดูตัว อาจจะเป็นคนร้ายคนเดียวกันที่ก่อเหตุ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้