วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มาลินสกายผับยื้อ ยังไม่ยอมรื้อถอน

มาลินสกายผับยื้อ ยังไม่ยอมรื้อถอน

  • Share:

ตำรวจตรวจกล้องวงจรปิดพบ 2 พยานปากเอกช่วยเหลือลูกนายพลเหยื่อการ์ดโหด “มาลินสกาย” ด้านฝ่ายโยธามีคำสั่งให้รื้อส่วนต่อเติมชั้นดาดฟ้าผับดัง ชาวเน็ตแชร์ว่อนรื้อร้านแล้วเมื่อไปตรวจเหลือแต่โครงเหล็กขีดเส้นตายภายใน 30 วัน ขณะที่ ป.ป.ท.สั่งเช็กบิลเจ้าหน้าที่ละเว้นปล่อยให้เปิดสถานบริการหรือโรงแรม

ตำรวจเร่งหาพยานสางคดีรุมทำร้ายลูกนายพล เปิดเผยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ธ.ค. พ.ต.อ.ธีรพล อินทรลิบ รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.สถาพร โพธิ์ศรี รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เรียกประชุมตำรวจฝ่ายสืบสวนและสอบสวนเพื่อเร่งคลี่คลายคดีการ์ดรุมทำร้ายร่างกายนายอิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยพายัพ เป็นลูกชายของ พล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผบ.มทบ.38 จังหวัดน่าน เหตุเกิดที่ร้าน “มาลินสกาย” ตั้งอยู่ชั้นดาดฟ้าภายในอาคารมาลินพลาซ่า ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ต่อมาผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้เข้ามอบตัวแล้วทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วยนายกฤษณะ หรือบอล อมิตรสูญ อายุ 36 ปี แฟนหนุ่มของอุ้ม-ลักขณา วัธนวงส์ศิริ ดาราช่อง 3 ถูกระบุว่าเป็นคนสั่งการ์ดรุมทำร้ายผู้เสียหาย นายถนอมศักดิ์ พิพัฒน์กิจการ อายุ 43 ปี นายฐานนันดร หมั่นแสวง อายุ 23 ปี นายอดิศักดิ์ เพ็งเหล็ง อายุ 20 ปี และนายอภิวัฒน์ ณ ลำพูน อายุ 21 ปี ทั้งหมดยื่นขอประกันตัวศาลจังหวัดเชียงใหม่พิจารณาอนุญาตให้ประกันตัว “บอล กฤษณะ” พร้อมกับลูกน้อง 4 คน

ทั้งนี้ ในที่ประชุมตำรวจฝ่ายสืบสวนนำภาพกล้องวงจรปิดจากร้านขายเครื่องสำอางอยู่ชั้น 1 บริเวณทางขึ้นลิฟต์ของอาคารมาลินพลาซ่า ตรวจพบชายวัยรุ่น 2 คนช่วยกันพยุงนายอิศราชนุวัฒภ์ออกมาจากลิฟต์แล้วเดินไปลานจอดรถ แต่ภาพในกล้องไม่สามารถเห็นใบหน้าพยานทั้ง 2 คนได้ชัดเจน จากคำให้การของผู้เสียหายทราบว่าทั้ง 2 คนเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่เข้าไปช่วยเหลือแล้วพาไปส่งที่หอพักเพื่อนหญิง ทั้ง 2 คนเป็นพยานสำคัญอาจเห็นเหตุการณ์ ขณะที่การ์ดรุมทำร้ายรวมไปถึงคนสั่งการ ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบสวน คดีนี้พยานฝ่ายผู้เสียหายยังไม่มีใครมาให้การ คาดว่าหวาดกลัวอิทธิพลจะถูกทำร้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาสั่งให้รื้อถอนร้านมาลินสกาย ต่อเติมผิดแปลนสร้างโครงสร้างเหล็กที่ดาดฟ้าชั้น 5 นั้น จนเกิดกระแสแชร์ว่อนในโลกโซเชียลว่าร้านถูกรื้อแล้ว เมื่อไปตรวจสอบที่ร้านยังไม่มีรื้อถอน ชั้นล่างพบหนังสือติดประกาศจากทางเทศบาลตำบลช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ นำมาติดระบุว่า “ประกาศคำสั่งห้ามใช้อาคารหรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารที่อาจเป็นภยันตราย ตามมาตรา 40 วรรคหนึ่ง หรือตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง และคำสั่งให้รื้อถอนอาคารตามมาตรา 42 วรรคหนึ่งของร้านมาลินสกาย หนังสือคำสั่งระบุว่า เจ้าของอาคารคือบริษัท ขอนแก่นโปรฟิเทียร์ จำกัด ได้รับอนุญาตให้ทำการดัดแปลงอาคารลงวันที่ 3 กันยายน 2557 เพื่อใช้เป็นอาคารพาณิชย์คอนกรีตเสริมเหล็ก 4 ชั้น”

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาเข้ามาตรวจสอบ พบว่ามีการกระทำให้ผิดไปจากแผนผังแบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับใบอนุญาต และการกระทำนั้นไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องตามกฎกระทรวง สั่งให้รื้อถอนส่วนที่ต่อเติมเป็นโครงสร้างเหล็กตั้งแต่ชั้นดาดฟ้าชั้น 5 ที่ร้านมาลินสกายให้เสร็จภายใน 30 วัน

สำหรับโรงแรมเดอะคอร์ ก่อนหน้านี้นายกฤษณะ อ้างเป็นเจ้าของนั้น เมื่อตรวจสอบเป็นของบริษัท โฮมรีสอร์ท จำกัด ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานให้ก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 4 ชั้น พื้นที่ 2,390 ตารางเมตร จำนวน 1 หลัง (60 ห้อง) ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่โยธาตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดไปจากแผนผังบริเวณแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับในใบอนุญาตและการกระทำนั้นไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องตามกฎกระทรวง ให้ทางเจ้าของโรงแรมรื้อถอนบางส่วนดังนี้คือ โครงสร้างเหล็กที่ใช้เป็นร้านอาหารและที่พักผ่อนชั้นดาดฟ้าทั้งหมดภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ได้รับคำสั่งนี้ ปิดป้ายไว้หน้าอาคารทั้ง 2 แห่ง ห้ามฉีกออกหรือทำลายอย่างเด็กขาด ลงนามโดยนายบุญธรรม ศรีคำมูล รองนายกเทศมนตรีตำบลช้างเผือก ปฏิบัติราชการแทนนายกเทศมนตรี

ด้านนายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้สัมภาษณ์กรณีสั่งการให้ ป.ป.ท. เขตพื้นที่ 5 ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายร่างกายลูกชายผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ที่ร้านมาลินสกาย จังหวัดเชียงใหม่ ว่า เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจแล้วแต่ยังไม่ได้รายงาน หากพบว่ามีการละเลยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อพิจารณาให้หน่วยงาน ต้นสังกัดตั้งกรรมการสอบวินัยเพื่อเอาผิด แต่หากเรื่องไหนเป็นอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะรวบรวมพฤติการณ์ทั้งหมดเสนอให้ ป.ป.ช.ต่อไป ทั้งนี้ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้อำนาจ ป. ป.ท.ตรวจสอบเบื้องต้นข้าราชการได้ในทุกระดับ ขณะนี้ทุกอย่างอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลัง ดำเนินการตรวจสอบอยู่ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ปล่อยปละ ละเลย รู้ว่าสถานบันเทิงหรือโรงแรมใดไม่ได้ขออนุญาต แต่ไม่ยอมเข้าไปดำเนินการ ก็ถือว่าอยู่ในข่ายที่มีความผิด ก็ต้องหาพยานหลักฐานตรงนี้ ดูรายละเอียดที่ผ่านมาดำเนินการอย่างไรหรือไม่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้