วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พท.ซัดกรธ. ลืมปฏิรูปกองทัพ สนช.รีบปัดเตะถ่วง

พท.ซัดกรธ. ลืมปฏิรูปกองทัพ สนช.รีบปัดเตะถ่วง

  • Share:

จับไผ่ดาวดินคดี112 แชร์บทความบีบีซีฯ

กรธ.-สนช.แท็กทีมปัดใบสั่ง คสช.วางกับดักยื้อเวลาเลือกตั้ง “อมร” ยัน กรธ.เดินตามขั้นตอนใน รธน. พร้อมส่งต่อร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง-กกต.ใส่มือ สนช. หลัง รธน.ประกาศใช้ “พีระศักดิ์” การันตีไม่มีดึงเกมเตะถ่วง จ่อส่ง กมธ.วิสามัญเก็บตัวต่างจังหวัดเร่งคลอด ก.ม.ลูก “วิรัตน์” งัดสัญญาประชาคมมัดคอ “บิ๊กตู่” ห้ามเลื่อนวันกาบัตร เตือนปล่อยไว้นานระบบเศรษฐกิจยิ่งหมักหมมแก้ยาก “วัชระ” กระตุกรีบปลดล็อก ยุมีดาบ ม.44 ใครก่อเหตุวุ่นวายสั่งยุบพรรคไปเลย “สุดารัตน์” สับผู้มีอำนาจมองพรรคการเมืองเป็นคู่แข่ง จ้องตัดช่องทางสื่อสารกับชาวบ้าน บี้เปิดแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีรับฟังผู้รู้รอบด้าน ตร.รวบ “ไผ่ ดาวดิน” ผิดม.112-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แชร์บทความบีบีซีไทย

ประเด็นร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งและข้อเรียกร้องปลดล็อกพรรคการเมือง ยังคงเป็นปมร้อนที่ฝ่ายการเมืองวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเกมการเมืองหวังผลยื้อเวลาการเลือกตั้งออกไป ขณะที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ประสานเสียงยืนยันว่าทุกอย่างเดินตามขั้นตอนในรัฐธรรมนูญ

กรธ.ปัดวุ่นรับใบสั่ง–ยื้อเวลา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ธ.ค. นายอมร วาณิชวิวัฒน์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึง ข้อท้วงติงจากพรรคการเมืองว่า กรธ.พยายามยื้อเวลาการจัดเลือกตั้งว่า ยืนยันว่า กรธ.ไม่ได้มีเจตนายื้อเวลา รวมทั้งไม่ได้มีใบสั่งให้เขียนกฎหมายตามที่มีคนวิจารณ์ จะยื้อเวลาไม่ได้อยู่แล้ว เพราะต้องดำเนินตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและมองประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ยืนยันว่าโรดแม็ปยังเป็นไปตามเดิมทุกประการ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองและ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขณะนี้ กรธ.เร่งทำจนเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว พร้อมจะส่งมอบให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปพิจารณาได้ทันทีเมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้

เชิญมือโปรช่วยร่าง 8 ก.ม.ลูก

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรธ.กล่าวว่า ถึง การทำงานของอนุกรรมการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญของ กรธ.ว่า กรธ.ได้ตั้งอนุกรรมการ 8 คณะ เพื่อร่างกฎหมายลูกที่เหลืออีก 8 ฉบับ จะมี กรธ.นั่งเป็นประธานและบางคณะอาจจะมี กรธ.เป็นรองประธานด้วย และจะเชิญผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆมาเป็นอนุกรรมการ รวมทั้งเชิญผู้เชี่ยวชาญนักวิชาการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกฎหมายดังกล่าวมาให้ข้อมูล ทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ จะได้รู้ว่าจะต้องเขียนอะไรลงไปบ้าง เนื่องจากเวลาอาจกระชั้นชิดและ กรธ.มีภารกิจมาก เกรงว่าหากร่างกันเองอาจจะทำไม่ทันและไม่ละเอียดพอ

สนช.การันตีไม่ดึงเกมเตะถ่วง

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 กล่าวถึงการเตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญของ สนช.ว่า หลังจากกรธ.ส่งกฎหมายลูกมา สนช.มีเวลา 60 วันในการพิจารณา เราเตรียมการศึกษาทุกอย่างล่วงหน้าไว้แล้ว เพื่อความละเอียดรอบคอบ วางแผนว่าพอได้รายชื่อ กมธ.วิสามัญร่างกฎหมายลูก จะไปเก็บตัวที่ต่างจังหวัดชุดละ 3 วัน เพื่อให้มีสมาธิได้สาระรายละเอียดงานเต็มที่ เมื่อถึงเวลากฎหมายลูกจริงแม้เวลาบีบรัดแต่คงไม่ล่าช้า น่าจะใช้เวลาไม่เต็มเหยียดถึง 60 วันด้วย จะมาหาว่าเรายืดเวลาเตะถ่วงอะไรไม่ได้ ไม่ต้องกังวลว่าเราจะเล่นแง่เชื่อว่า ทุกอย่างเดินตามโรดแม็ป ส่วนสัดส่วนใน กมธ.วิสามัญร่างกฎหมายลูกแต่ละชุด กำลังหารือกันระหว่างประธาน สนช.ทั้งสามคน เบื้องต้นอยู่ที่ชุดละ 25-30 คน มีสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มาร่วมชุดละ 2 คน นอกนั้นเป็นตัวแทน ครม.และ กรธ. ถ้าหารือกันแล้วประธาน สนช.จะประกาศเป็นนโยบายออกไป คาดว่าสัปดาห์หน้าจะยุติได้

โต้วางกติกามัดมือมัดเท้านักการเมือง

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) คณะนิติศาสตร์ ร่วมกับคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม และศูนย์สำรวจความเห็นนิด้า จัดเสวนา “ชีวิตคนไทยภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่” โดยนายอุดม รัฐอมฤต กรธ.กล่าวปาฐกถาเรื่อง “รัฐธรรมนูญกับการปฏิรูปประเทศ”ว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะให้ทุกคนอยู่ในกรอบ คาดหวังว่าเครื่องมือนี้จะทำให้คนเข้าสู่ระบบมีแบบแผนมากขึ้น และทำอย่างไรไม่ให้อำนาจทั้งหลายเป็นของใครคนใดคนหนึ่ง เราไม่ได้ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อวันนี้ แต่คิดเพื่อวันข้างหน้า อยากเห็นบ้านเมืองมีทิศทาง กลไกจะบังคับให้รัฐต้องปฏิรูปบ้านเมือง ทั้งนี้แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะแก้ไขได้ยาก แต่ไม่ได้คิดว่าจะต้องมัดมือมัดเท้านักการเมืองหรือคนที่ใช้อำนาจ เราเชื่อเรื่องของประชาชน และยืนยันว่าไม่ได้ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อมารองรับอำนาจใคร เพราะท้ายที่สุดสังคมจะเป็นผู้ตัดสิน และในวันข้างหน้าถ้าเห็นว่าอะไรไม่ถูกก็เปลี่ยนแปลงได้

“คำนูณ” โอ่เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

จากนั้นเป็นการเสวนาหัวข้อ “ชีวิตคนไทยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิก สปท.กล่าวว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ นับจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้ไปอีก 6 ปี ใน 7-8 เดือนแรก อาจจะเต็มไปด้วยความผันผวนความไม่แน่นอน แต่หวังว่าจะจบลงด้วยดีและนำพาประเทศไทยไปสู่สิ่งที่ดีกว่า สิ่งที่คนไทยจะได้เห็นในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือการสร้างกลไกให้มีการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง ส่วนอำนาจตามมาตรา 44 ยังคงอยู่จนกว่าคสช.จะส่งมอบอำนาจหน้าที่ให้รัฐบาลจากการเลือกตั้ง หมายความว่าเราจะมีโอกาสได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างครั้งใหญ่เกิดขึ้นแน่นอน แม้จะมองไม่เห็นว่าจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน แต่คาดหวังว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นและทำให้เราไม่สามารถคาดการณ์วันเลือกตั้งที่แน่นอนได้ คาดได้เพียงประมาณปลายปี 60 หรือต้นปี 61

“บรรเจิด” ปลุก ปชช.ตื่นตัวมีส่วนร่วม

นายบรรเจิด สิงคะเนติ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ นิด้าและ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว ชีวิตคนไทยเปลี่ยนแน่นอน แต่จะเปลี่ยนอย่างไรขึ้นอยู่กับภาคประชาชนว่าจะปฏิรูปอย่างไรและมีความพร้อมจะขับเคลื่อนหรือไม่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้แนวการร่างไม่ได้เป็นไปตามแนวรัฐธรรมนูญนิยมที่เน้นเรื่องสถาบันต่างๆ แต่พูดถึงกระบวนการที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างการปฏิรูปประเทศ แต่การจะปฏิรูปยากมาก แต่ถ้าไม่ปฏิรูปประเทศไทยจะลำบาก ดังนั้น ประชาชนต้องมีส่วนในการปฏิรูปตั้งแต่ตอนนี้ อย่ารอให้รัฐธรรมนูญประกาศใช้ เพราะจะช้าเกินไป คิดว่าวันนี้องค์กรต่างๆ จะต้องเตรียมแล้ว เพราะถ้ากระบวนการปฏิรูปไม่มีฝ่ายประชาชนเข้าไปกำกับ จะไม่มีผลต่อประชาชนในแง่บวก อาจจะเป็นการปฏิรูปที่ไปสู่อำนาจรัฐมากขึ้น

“พงศ์เทพ” ฉะควรปฏิรูปกองทัพด้วย

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ อยู่ที่ประชาชนมีอำนาจมากน้อยเพียงใด กลไกการบริหารจัดการประเทศต้องวางอำนาจที่แท้จริงให้อยู่กับประชาชน แล้วรัฐธรรมนูญที่กำลังจะได้ใช้นี้ ประชาชนมีอำนาจแท้จริงหรือไม่ ประชาชนคงไม่เชื่อว่า คสช.จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศได้ดีกว่าประชาชนเอง ส่วนการปฏิรูปถ้ารัฐบาลและ คสช.ทำได้ดีจริง 2 ปีที่ผ่านมาน่าจะปฏิรูปไปแล้ว ซึ่งเรื่องที่ควรปฏิรูปมากคือ การปฏิรูปกองทัพแต่กลับไม่เห็น มีเพียงการปฏิรูปตำรวจที่เขียนไว้อย่างดี ทั้งที่กองทัพใช้งบประมาณจำนวนมากแต่กลับไม่มีการพูดถึง ไม่ทราบว่า กรธ.เห็นว่ากองทัพนี้ดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องปฏิรูปหรืออย่างไร ส่วนที่บอกว่ามาตรา 44 จะยังคงอยู่แม้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว อยากถามว่าอำนาจตามมาตรา 44 นี้ชอบด้วยหลักนิติธรรมหรือไม่ ในฐานะคนไทยคนหนึ่งตนหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น แม้จะหวาดระแวงอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับปี 34 ที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นคนร่าง แต่ยังหวังว่า พลังของพี่น้องชาวไทย จะทำให้ฟันฝ่าข้อจำกัดที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้วางไว้ แล้วเดินหน้าประเทศไปด้วยกัน

กุนซือ ปชป.จี้เปิดสาระ ก.ม.ลูก

วันเดียวกัน นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ปฏิเสธว่าไม่ใช่การถ่วงการเลือกตั้ง แต่เพื่อให้พรรคการเมืองมีความพร้อมในการเตรียมการเลือกตั้ง ส่วนการปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ คสช.จะพิจารณากฎหมายลูกเป็นรายฉบับจะไม่ยกเลิกพร้อมกันหมดเพราะจะวุ่นวายว่า พรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ทำกิจกรรมทางการเมืองมาไม่ต่ำกว่า 60-70 ปี เรามีนักการเมืองมืออาชีพที่มีประสบการณ์ ความรู้ ผ่านการเลือกตั้ง การจะได้กฎหมายที่ดีมาบังคับใช้และเป็นประโยชน์มากที่สุด กรธ.ควรต้องเปิดเผยเนื้อหาสาระกติกาในร่างกฎหมายลูกหมวดการเลือกตั้งทั้งหมดต่อสาธารณชน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้วิพากษ์วิจารณ์และเรียนรู้กติกาใหม่ โดยเฉพาะนักการเมืองเพื่อรับรู้ประเด็นต่างๆ และจะได้ให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่างๆ การที่กรธ. ยังปิดบัง หรืออุบไว้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย

งัดสัญญาประชาคมมัดลากไปก็ไร้ผล

“แต่ละพรรคเตรียมความพร้อมมาโดยตลอด เราเตรียมพร้อมจะทำกิจกรรมทางการเมืองและพร้อม จะเข้าสู่การเลือกตั้ง พร้อมที่จะบริหารบ้านเมืองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่นายมีชัยย้ำว่า เพื่อให้พรรคการเมืองเตรียมตัว จึงต้องถ่วงเรื่องนี้ไว้ก่อนนั้น จึงไม่ถูกต้องและเหมาะสม ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถเลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ หัวหน้า คสช. ได้ประกาศย้ำเป็นสัญญาประชาคมต่อนานาชาติและสังคมไว้แล้ว หากปล่อยไว้นานระบบเศรษฐกิจของประเทศจะมีปัญหาหมักหมมและแก้ไขยากยิ่งขึ้น” นายวิรัตน์กล่าว

“วัชระ” เหน็บมุบมิบรอ คสช.เซ็นเซอร์

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. จะเปิดเผยกฎหมายพรรคการเมืองและ กกต.สัปดาห์หน้าว่า ไม่ทราบว่าต้องนำไปให้ คสช.เซ็นเซอร์ก่อน หรืออย่างไร การเขียนกฎหมายภายใต้คณะทหารเช่นนี้เป็นที่เข้าใจได้และจะใช้ไปได้ยาวนานหรือไม่ ประวัติศาสตร์มีคำตอบอยู่แล้ว นายมีชัยบอกว่าไม่ได้ ถ่วงเวลาขอให้พรรคการเมืองสบายใจได้ ใครจะเชื่อคำพูดของท่านได้ เพราะรับออเดอร์มาโดยไม่ฟังเสียงของผู้ถูกปกครอง ก็เชื่อถือไม่ได้ว่าไม่ถ่วงเวลา เพราะเป็นที่รู้กันอยู่ พรรคการเมืองที่สบายใจได้คือ พรรคทหารบางพรรค แต่ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์แน่นอน เพราะประชาธิปัตย์ต้องยึดหลักการ มีอุดมการณ์ของพรรคจะไปหนุนคนอื่นที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร

ท้ารีบปล่อยผีมี ม.44 จะกลัวอะไร

นายวัชระกล่าวอีกว่า ส่วนการปลดล็อกพรรค การเมืองให้ทำกิจกรรมการเมืองได้ คสช.คงห่วงเรื่องความวุ่นวาย คสช.จะไปกลัวอะไร มีทั้งสามเหล่าทัพและมาตรา 44 อยู่ในมือ ใครไม่เคารพกฎหมาย ก่อความวุ่นวายหรือเป็นขยะสังคม ท่านสั่งคำเดียวก็เรียบร้อย ขอให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ ฝ่ายมั่นคง และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ประกาศให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้เลย พรรคใดก่อความวุ่นวายให้ใช้มาตรา 44 ประกาศยุบเป็นรายพรรคไป หรือส่งให้ไปอยู่เป็นเพื่อนกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประชาชนทั่วไปจะชื่นชมท่าน ถ้าใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดและเสมอภาคกัน

พท.อัดผู้มีอำนาจจ้องตัดการสื่อสาร

ที่ตลาดน้ำขวัญเรียม เขตมีนบุรี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี คสช.ระบุยังไม่ถึงเวลาปลดล็อกพรรคการเมืองให้ทำกิจกรรมได้ว่า ผู้คุมอำนาจมองพรรคการเมืองเหมือนคู่แข่ง คงจะจำกัดบทบาทและช่องทางของพรรค การเมืองในการสื่อสารกับประชาชน การปลดล็อกอาจจะเป็นไปได้ยาก ขอไปก็ไม่มีประโยชน์ คงไม่ได้รับอนุญาต แต่ไม่ใช่ปัญหา อยากฝากว่านักการเมืองกับประชาชนผูกพันกันลึกซึ้ง แม้จะไม่มีตำแหน่ง ชาวบ้านมองว่าเป็นตัวแทนของเขาตลอดเวลา จะใช้กฎหมายกี่ฉบับก็ห้ามความผูกพันนี้ไม่ได้ นักการเมืองเองมีจิตสำนึก ไม่อยากเห็นสังคมวุ่นวาย แต่เมื่อเป็นกฎหมายต้องปฏิบัติตาม ไม่ต้องห่วงว่านักการเมืองจะสร้างความปั่นป่วน สิ่งที่จะเป็นประโยชน์คือการรวมพลังของทุกฝ่ายแก้ปัญหาของประเทศ มากกว่าการมองว่าเป็นคู่แข่งทางการเมือง การรวมพลังความคิดทุกฝ่าย พูดคุยกับทุกกลุ่ม เพื่อหาทางออกหรือเตรียมตัวเดินหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ทำให้เกิดการพัฒนาประชาธิปไตย แก้ปัญหาความขัดแย้งได้อย่างยั่งยืน

บี้โชว์แผนชาติ 20 ปีอย่ากลัว ปชช.

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือแผนพัฒนาประเทศ 20 ปี ที่ถูกตราไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีใครได้เห็นเลยว่าเป็นอย่างไร ถึงเวลาแล้วที่ต้องนำแผนนี้ออกสู่สาธารณะ ควรให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความเห็น รัฐบาลอย่าไปกลัวการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะไม่มีใครเป็นพหูสูตคนเดียวรู้ทุกเรื่องทุกปัญหา ต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็น และฟังปัญหาของประชาชนแต่ละด้านด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริง หากแผนนี้ไม่ได้รับความร่วมมือในอนาคตและปฏิบัติไม่ได้ ย่อมเกิดปัญหากับประเทศ

ไฟลนก้นป่วน ลต.ไม่ยุติธรรม

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ทุกพรรคเรียกร้องเปิดโอกาสให้ทำกิจกรรม คสช.ไม่ควรกลัวว่าเมื่อมีกิจกรรมทางการเมืองแล้วจะวุ่นวาย เพราะกิจกรรมที่พรรค การเมืองจะทำคือการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง เมื่อ คสช.ประกาศโรดแม็ปชัดว่าจะให้มีการเลือกตั้งในปี 60 ควรเปิดโอกาสให้พวกเราเตรียมตัวบ้าง เพราะร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองวางเงื่อนไขให้ทุกพรรคจัดทำบัญชีพรรคการเมืองใหม่ทั้งหมดหลังกฎหมายดังกล่าวประกาศใช้ภายใน 90 วัน เกรงว่าเวลาน้อยไปจะไม่ทันการ แล้วอาจมีบางพรรคเตรียมตัวไม่ทัน ถ้าเป็นเช่นนั้นการเลือกตั้งจะไม่ยุติธรรมกับทุกพรรค

“หญิงหน่อย” นำ พท.ขายข้าวสานธรรม

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ตลาดน้ำขวัญเรียม เขตมีนบุรี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมอดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ส.ก.และ ส.ข. อาทิ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายสุรชาติ เทียนทอง นำชาวนาจำหน่ายข้าวหอมมะลิ จากทุ่งกุลาร้องไห้ จ.มหาสารคาม จำนวน 4,000 กิโลกรัม โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า โครงการนี้เดิมทำข้าวสีไรซ์เบอร์รี่เพิ่มมูลค่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีข้าวขาวเข้าร่วมนำร่อง เราสนับสนุนเครื่องแพ็ก ได้รับการตอบรับดีมาก ต่อไปจะขอสถานที่ต่างๆในกรุงเทพฯให้ชาวนามาขายตรงแบบนี้ต่อไป นอกจากนี้ อดีต ส.ส.เพื่อไทยแต่ละเขตจะไปเปิดร้านจำหน่ายแบบถาวร และออกรถจำหน่ายช่วยทั้งปีอย่างยั่งยืน

บก.ทัพไทยเปิดพื้นที่ช่วยชาวนา

ด้าน พล.ท.ชัยพฤกษ์ อัยยะภาคย์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยกล่าวว่า เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและ คสช.ในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาดึงราคาข้าวตกต่ำ โดยจะเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนำข้าวสารมาจัดจำหน่ายให้กับประชาชนและกำลังพล ภายใต้โครงการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด “ธงน้ำเงิน” ในพื้นที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะในวันที่ 7 ธ.ค.ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

ตร.ตะครุบ “ไผ่ ดาวดิน” ผิด ม.112

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 08.00 น. บริเวณวัดป่าโปร่งช้าง ต.เก่าย่าดี อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ตำรวจสันติบาล นำหมายจับจากศาลจังหวัดขอนแก่น เลขที่ 433/2559 ลงวันที่ 2 ธ.ค.2559 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เข้าควบคุมตัว นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” นักกิจกรรมขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ขณะเข้าร่วมกิจกรรมเดินธรรมยาตรา เพื่อลุ่มน้ำลำปะทาว ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี โดยวัดป่าสุคะโต ของพระไพศาล วิศาโล พระนักเทศน์ชื่อดัง หมายจับดังกล่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี รองหัวหน้ากองยุทธการ มทบ.23 จ.ขอนแก่น เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ให้ดำเนินคดีกับนายจตุภัทร์ โดยกล่าวหาว่าได้แชร์ลิงก์และคัดลอกข้อความการรายงานข่าวของบีบีซีไทย (BBC Thai) ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย มาโพสต์เผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัว จากนั้นคุมตัวนายจตุภัทร์ไปทำบันทึกการจับกุมที่ สภ.แก้งคร้อ ก่อนนำตัวกลับไปดำเนินคดีที่ สภ.เมืองขอนแก่น

ย้ายไปคุมขัง สภ.น้ำพอง

ด้านนายสุธน จิตอารีย์ ทนายความเครือข่ายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า นายจตุภัทร์ ถูกนำตัวไปควบคุมที่ สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่นแล้ว โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ เพื่อความปลอดภัยและเพื่อความสงบเรียบร้อย หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาความผิดตาม มาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 กรณีนำเข้าข้อมูลเท็จ โดยนายจตุภัทร์ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนต่อที่ศูนย์ฝึกและอบรมตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น โดยอนุญาตให้เพียงทนายความเข้าร่วมการสอบสวนด้วย ทนายความแจ้งว่าวันที่ 3 ธ.ค.ไม่สามารถขอประกันตัวในชั้นสอบสวนได้ทัน และวันที่ 4 ธ.ค.พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังยังศาล จังหวัดขอนแก่น ทีมทนายจะเตรียมยื่นประกันตัวต่อไป ทั้งนี้สภาพจิตใจของผู้ต้องหาปกติดี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้