วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รับสั่งเพิ่มอาหาร ทรงห่วง พสกนิกรมามาก

รับสั่งเพิ่มอาหาร ทรงห่วง พสกนิกรมามาก

  • Share:

สักการะพระบรมศพ5ธ.ค. คล้ายวันพระราชสมภพร.9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงห่วงพสกนิกร ทรงให้เพิ่มปริมาณอาหารให้เพียงพอกับประชาชนที่มาร่วมงานวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 5 ธ.ค.นี้ ขณะที่ ผบ.ทบ.ก็ชวนคนไทยทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์พร้อมกันทั่วประเทศ ส่วนคณะสงฆ์จัดสวดเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้าน กทม.ก็อยากให้ต่อยอดทำความสะอาดหน้าบ้านตัวเองให้สะอาดน่าอยู่

หลังสำนักพระราชวังปิดการถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ไป 2 วันคือในวันที่ 1-2 ธ.ค. เนื่องจากมีพระราชพิธี ทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ต่อมาในวันที่ 3 ธ.ค. สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพได้ตามปกติ

คนมาแน่นสนามหลวง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางวันที่ 3 ธ.ค. มีพสกนิกรจากทั่วประเทศต่างหลั่งไหลมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพอย่างเนืองแน่น โดย ต่างก็รีบเดินทางมาเข้าคิวเรียงแถวกันตั้งแต่เช้ามืด หางแถวอยู่ที่บริเวณหน้าศาลฎีกา ฝั่งสนามหลวง เข้าแถวตอนเรียงสี่ ก่อนเข้าไปภายในจุดรอคอยในเต็นท์ด้านทิศเหนือของสนามหลวง จากนั้นจะค่อยๆ ทยอยกันเดินแถวผ่านถนนกลางสนามหลวง เข้าถนนหน้าพระธาตุ และเข้าจุดรอคอยในเต็นท์ด้านหน้ากรมศิลปากร หัวแถวอยู่ที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยโดยรอบพระบรม มหาราชวังและท้องสนามหลวงอย่างเข้มงวด และตรวจกระเป๋าสัมภาระอย่างละเอียด ขณะเดียวกันก็มีเจ้าหน้าที่จิตอาสา มูลนิธิต่างๆ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป คอยเดินแจกอาหาร น้ำดื่ม ยาดม ให้กับผู้ที่เข้ารอถวายสักการะพระบรมศพด้วย

บำเพ็ญพระราชกุศลวันที่ 51

สำหรับในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง ที่ดำเนินมาเป็นวันที่ห้าสิบเอ็ด เวลา 07.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงบำเพ็ญพระ ราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม รวม 8 รูปจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร จากนั้นเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาส วรมหาวิหาร และในเวลา 19.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราช ดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อม หญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหา ราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดสระเกศราช– วรมหาวิหารและวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวร– มหาวิหาร รวม 8 รูป สวดพระอภิธรรม

สงฆ์สามเณรเจริญจิตภาวนา

ขณะที่ในเวลา 08.30 น. สามเณรโครงการ “พม.บวชเพื่อพ่อหลวง” ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รวม 561 รูป พร้อมด้วยพระพี่เลี้ยง 77 รูป เดินทางมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยขึ้นเจริญจิตภาวนาปลงธรรมสังเวชพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จำนวน 254 รูป และที่บริเวณลานพระอุโบสถ ฝั่งทิศใต้ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม จำนวน 384 รูป ทั้งนี้ พระมหาวาที ธรรมธโร วัดหนองแวง พระอารามหลวง จ.ขอนแก่น พระพี่เลี้ยง กล่าวว่า สามเณรที่มาในวันนี้ต่างเป็นเยาวชนชั้นประถมถึงมัธยมปลายแต่ละจังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกมาบรรพชาระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-5 ธ.ค.59 ภาคละ 89 รูป รวม 4 ภาคจำนวนทั้งสิ้นกว่า 500 รูป เพื่อทำกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีการทำวัตร สวดมนต์ เจริญจิตรภาวนา และร่วมถ่ายทอดความประทับใจที่มีต่อพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมทั้งจุดเทียนและแปรอักษรรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่วัดเบญจมบพิตร ส่วนที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จะร่วมกันเจริญจิตภาวนาปลงธรรมสังเวช ซึ่งแต่ละรูปนอกจากจะได้ศึกษาพระธรรมแล้วยังได้ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณด้วย

พระราชทานสังคหวัตถุ

นอกจากนี้ วันเดียวกัน สำนักพระราชวังแจ้งว่า เลขาธิการพระราชวัง รับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระราชอนุสรณ์คำนึงถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมราชชนก ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ต.ค.2559 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมราชชนก โดยในวันที่ 5 ธ.ค. 2559 เวลา 17.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะเสด็จพระราชดำเนินมานมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร กับพระพุทธรูปสำคัญ พร้อมทั้งพระราชทานราชสังคหวัตถุแก่ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้สูงอายุฝ่ายหน้าและฝ่ายใน ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง และพระราชทานสถาปนาเลื่อนและแต่งตั้งสมณศักดิ์พระเถรานุเถระ 159 รูป ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ผู้เข้าร่วมพระราชพิธีแต่งกายเต็มยศ ไว้ทุกข์ สายสะพายจุลจอมเกล้า หรือสายสะพายสูงสุด และในวันที่ 6 ธ.ค. 2559 เวลา 10.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะเสด็จพระราช ดำเนินมาบูชาพระสยามเทวาธิราช ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ และถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

ราชประเพณีตั้งแต่ครั้ง ร.4

สำหรับการพระราชทานราชสังคหวัตถุ เป็นราชประเพณีที่มีแต่ครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราวที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 60 พรรษา เมื่อ พ.ศ.2407 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คนชราพิการคนสูงอายุทั้งชายและหญิง เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานราชสังคหวัตถุ อันประกอบด้วยเงิน 1 ตำลึง และผ้า 1 สำรับ เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระมหากษัตริย์ในรัชกาลต่อๆมาจึงได้ทรงถือเป็นธรรมเนียมสืบมา โดยในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานราชสังคหวัตถุเป็นเงิน 10 ตำลึง และผ้า 1 สำรับ แก่ข้าราชการฝ่ายหน้าฝ่ายในเป็นประจำทุกปี ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนแปลงธรรมเนียมการพระราชทานราชสังคหวัตถุ กล่าวคือ โปรดเกล้าฯ พระราชทานเป็นเงินเพียงอย่างเดียว ส่วนผ้า 1 สำรับที่เคยพระราชทานคู่กันมาแต่เดิมโปรดให้งด

ครั้นในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานราชสังคหวัตถุข้าราชบริพารฝ่ายหน้าและฝ่ายในที่อายุมากกว่า เนื่องในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาเป็นประจำทุกปี จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระชนมายุสูงขึ้น จึงมีการกำหนดอายุข้าราชบริพารฝ่ายหน้าและฝ่ายใน ผู้มีสิทธิเข้ารับพระราชทานราชสังคหวัตถุ เป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

รัชกาลที่ 10 พระราชทานอาหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เวลา 11.00 น. ที่เต็นท์มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สนามหลวงฝั่งทิศเหนือ ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ พระราชทานอาหารให้ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ มาแจกจ่ายให้บริการกับประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประกอบด้วย มื้อเช้า เวลา 07.00 น. โจ๊กหมูใส่ไข่ กาแฟ นมหนองโพ มื้อกลางวัน เวลา 11.00 น. ต้มยำกุ้งเส้นบุก ข้าวหน้าห่านพะโล้ ข้าวหมูทอดไข่ต้ม สลัดม้วน ก๋วยเตี๋ยวหลอด ผัดหมี่ ขนมปังฝอยทอง เบลเยียมวาลเฟิล แจ่วปลาร้าแห้ง ไอศกรีม มื้อบ่าย เวลา 16.00 น. ขนมไทย ซาลาเปาหมูแดง-หมูสับ เฉาก๋วย ขนมหวาน โดยมีราษฎรทั่วสารทิศเดินทางมาต่อแถวรับอาหารพระราชทานกันด้วยความปลื้มปีติ

ทรงให้เพิ่มอาหารรองรับ ปชช.

เจ้าหน้าที่กองงานในพระองค์ฯระบุว่า ในวันที่ 5-6 ธ.ค.คาดว่าจะมีราษฎรเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพจำนวนมาก เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ จะเพิ่มปริมาณอาหารที่นำมาแจกจ่ายให้เพียงพอต่อประชาชน โดยจะมีนักเรียนทุนจาก “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” หรือ ม.ท.ศ. จำนวน 20 คน จากทั่วประเทศ มาเป็นจิตอาสาคอยให้บริการแก่ประชาชนทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดจนถึง 100 วัน อีกทั้งยังมีนักเรียนนายร้อยจากทุกเหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ นักเรียนนายร้อยตำรวจ และนักเรียนพยาบาลทุกเหล่า จำนวนกว่า 50 นาย มาเป็นจิตอาสาบริการด้วย

งดจัดกิจกรรมอื่นในสนามหลวง

ต่อมาเวลา 11.30 น.ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ท้องสนามหลวง พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรอง ผอ.กอร.รส. แถลงภายหลังการประชุมว่า คณะอนุกรรมการได้พิจารณาถึงข้อเสนอของหน่วยงานราชการและเอกชน ที่เสนอขอจัดกิจกรรมพิเศษเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพในหลวงรัชกาลที่ 9 วันที่ 5 ธ.ค.นี้ ซึ่งคณะอนุกรรมการได้คำนึงถึงกิจกรรมที่ต้องไม่ขัดต่อการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ จึงพิจารณาไม่มีการจัดกิจกรรมในพื้นที่สนามหลวงและแนะนำไปจัดกิจกรรมที่อื่น ซึ่งมีรองรับอยู่ในหลายพื้นที่ อาทิ สวนสันติไชยปราการ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ สวนสราญรมย์ เป็นต้น นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือถึงการเตรียมจัดเต็นท์พิเศษให้กับผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ 80 ปีขึ้นไป ให้ญาติติดตามมาดูแลได้ 1 คน แล้วจัดคิวให้ผู้สูงอายุเข้ากราบพระบรมศพได้คราวละ 5 คนในแต่ละรอบ ซึ่งไม่ใช่การแซงคิว ผู้สูงอายุต้องมารอคิวเหมือนคนอื่นทั่วไป แต่เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะดูแลได้อย่างทั่วถึง แต่ขอย้ำอีกครั้งว่าถ้าพร้อมใจกันมาช่วงเช้า การดูแลก็อาจเกิดการติดขัดได้ ควรมาช่วงบ่ายจนถึงค่ำ ถ้ามาก่อนช่วงเวลาปิดสนามหลวงได้เข้ากราบพระบรมศพทุกคน

ต่อยอดทำความสะอาดหน้าบ้าน

ด้าน พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน กว่า 17,000 คน ที่มาช่วยทำความสะอาดในวันบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ กทม.จะดูแลพื้นที่สนามหลวง ตลอดจนถนนราชดำเนินทั้งเส้น ที่เป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน ให้มีความ 5 ส. คือ สะอาด สดใส สวยงาม สง่างาม และสมพระเกียรติ และกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งนี้ ตนอยากให้ต่อยอดไปถึงทุกสำนักงานเขตและประชาชน กทม. ให้ร่วมกันทำความสะอาดหน้าบ้านตัวเอง ทุกเขตไปกำหนดพื้นที่จัดงานและวันจัดงานกันเอง อยากให้ถือว่าเป็นการทำความสะอาดรับวันปีใหม่ เพื่อให้บ้านเมืองของเราสะอาดน่าอยู่ และถือเป็นการทำดีเพื่อพระองค์ท่าน

ปิดจราจร 8 เส้นทางตามเดิม

พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า การปิดจราจรยังคงปิด 8 เส้นทางที่จะเข้าสู่ท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังตามเดิม หากจะมีการปิดเส้นทางเพิ่ม ก็ต่อเมื่อมีการจัดกิจกรรมในพื้นที่สนามหลวงแล้วทำให้จราจรติดขัด นอกจากนี้ สำนักพระราชวังแจ้งว่า ในวันที่ 5-6 ธ.ค. จะมีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน จะปิดการเข้าชมพระบรมมหาราชวังสำหรับนักท่องเที่ยวทั้ง 2 วัน แต่ยังคงเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ได้ตามปกติ

พระองค์โสมฯทรงปรุงอาหารแจก

ต่อมาเวลา 15.39 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จยังรถโรงครัวเคลื่อนที่เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย หน้ากรมศิลปากร ทรงปรุงอาหารสดแจกจ่ายพสกนิกรที่มาถวายสักการะพระบรมศพ ท่ามกลางความปลาบปลื้มปีติของเหล่าพสกนิกร โดยต่างมาเข้าแถวรอรับเสด็จและรับอาหาร ที่ประกอบด้วยไก่ทอดและข้าวเหนียว ข้าวเหนียวชุบแป้งทอด หรือข้าวจี่ โดยมีอาสาสมัครคณะอาจารย์จากโรงเรียนจิตรลดา อาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มาร่วมอำนวยความสะดวกให้ประชาชน

5–6 ธ.ค.งดเข้าชมวัดพระแก้ว

กระทั่งช่วงเย็น สำนักพระราชวังได้ออกประกาศว่าวันที่ 5-6 ธ.ค. สำนักพระราชวังปิดการจำหน่ายบัตรเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดารามตลอดทั้งวัน เนื่องจากมีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แต่ประชาชนสามารถเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ได้ตามปกติ

ก.แรงงานอุปสมบทหมู่

ส่วนการบรรพชาอุปสมบท รวมถึงการทำสาธารณประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 3 ธ.ค.ที่วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กรุงเทพฯ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน ตลอดจนข้าราชการและญาติพี่น้อง ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีอุปสมบทหมู่ข้าราชการกระทรวงแรงงานและกลุ่มนายจ้างลูกจ้าง รวม 106 รูป ตามโครงการ “แรงงานรวมใจอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” มีพระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระราม 9 เป็นประธานในพิธี โดยกลุ่มข้าราชการร่วมอุปสมบทจำนวน 29 คน อาทิ นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายสุทธิ สุโกศล ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน นายสิงหเดช ชูอำนาจ อธิบดีกรมการจัดหางาน นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นายวิชัย คงรัตนชาติ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รักษาราชการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน นอกจากนี้เป็นกลุ่มผู้บริหารเอกชน 22 คน กลุ่มลูกจ้าง 44 คน และประชาชนทั่วไปอีก 11 คน และในวันที่ 4-17 ธ.ค.นี้ จะเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

จัดถวายพระราชกุศลตลอด ธ.ค.

ด้านพระเทพวีราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เปิดเผยว่า วัดโพธิ์ จะจัดกิจกรรมตลอดเดือน ธ.ค.ต่อเนื่องเดือน ม.ค.2560 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยจะเน้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลทั้งสิ้น เพื่อให้ประชาชนได้เข้าร่วม โดยตั้งแต่วันที่ 4-6 ธ.ค.นี้ จะมีพิธีบวชเนกขัมมจาริณีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พุทธศาสนิกชนท่านใดที่สนใจก็สามารถเข้าร่วม วัดจะมีสถานที่รองรับเพื่อปฏิบัติธรรมของญาติโยมและอยู่ประจำที่วัดตลอด 3 วัน วันที่ 9-11 ธ.ค.จัดงานวันรัตนกวีกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส จัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวง รัชกาลที่ 9 และในวันที่ 23 ธ.ค.คณะสงฆ์วัดพระเชตุพนฯ จะร่วมกับคณะสงฆ์กรุงเทพมหานครจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพิธีเจริญพระ
พุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล วันที่ 31 ธ.ค.ถึงวันที่ 1 ม.ค.2560 จัดสวดมนต์ข้ามปีและนั่งสมาธิเจริญจิตภาวนา รวมใจให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและร่วมส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสู่สวรรคาลัย และเช้าของวันที่ 1 ม.ค.2560 เวลา 08.00 น. ก็จะมีพิธีตักบาตรทำบุญเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

ผบ.ทบ.ชวนคนไทยทำดี

วันเดียวกัน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 5 ธ.ค.2559 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่และเป็นการสานต่อแนวพระราชปณิธานในการทำความดี ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ได้มอบให้หน่วยทหารของกองทัพบกในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ใช้ช่วงเวลาในวันสำคัญนี้ จัดกิจกรรม “บำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ” โดยนำกำลังพลครอบครัวและชุมชนรอบค่าย ร่วมกันดำเนินกิจกรรมในรูปแบบต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม อาทิ การทำความสะอาดสาธารณสมบัติของชุมชน ศาสนสถาน โรงเรียน การจัดหน่วยแพทย์ออกบริการตรวจสุขภาพ การเยี่ยมและดูแลผู้ป่วย ผู้พิการ เด็กกำพร้า ตามโรงพยาบาลหรือสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า การพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชน เส้นทาง แหล่งน้ำ เป็นต้น ทั้งนี้ กองทัพบกจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์กับหน่วยทหารใกล้บ้าน ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ โดยนอกจากจะได้ช่วยกันพัฒนาชุมชน สร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวมแล้ว ยังเป็นการเพิ่มพูนความรัก ความสามัคคีในสังคมไทย ที่สำคัญเป็นส่วนหนึ่งของการทำความดี เพื่อดำเนินตามแนวพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกด้วย

แห่ดาวน์โหลดพระบรมฉายาลักษณ์ ร.10

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รักษาราชการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่กรมประชาสัมพันธ์ได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของกรมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 22.00 น.ของคืนวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าพสกนิกรชาวไทยทั้งในราชอาณาจักร และที่พำนักในต่างประเทศเข้ามาดาวน์โหลดด้วยความจงรักภักดีและเพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างหนาแน่น ต่อเนื่องนับแสนราย จนทำให้เกิดความล่าช้าในการเข้ามาใช้บริการตั้งแต่ช่วงสายของวันที่ 3 ธ.ค. กรมประชาสัมพันธ์ โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศการประชาสัมพันธ์ จึงได้ปรับปรุงระบบเพื่อสามารถให้บริการได้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งเปิดช่องทางเพิ่มเติมอีก 2 ช่องทาง เพื่อให้ประชาชนสามารถดาวน์โหลดพระบรมฉายาลักษณ์ได้โดยไม่เกิดความล่าช้าอีก รวมทั้งกรมประชาสัมพันธ์จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากช่องทางที่เปิดเพิ่มยังไม่เพียงพอ ก็จะรีบดำเนินการเข้าแก้ไขโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ประชาชนสามารถดาวน์โหลดพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ 3 ช่องทาง ประกอบด้วยช่องทางหลัก http://www.prd.go.th/images/article/news151341/n20161203000008_83990.jpg และช่องทางเพิ่มเติมอีก 2 ช่องทางคือ google drive https://goo.gl/ITZxnl และ dropbox : https://goo.gl/Hx8Pm2 นอกจากนี้ ขสมก.ยังจะนำรถเมล์เอ็นจีวี ที่ลงนามจัดซื้อ 489 คัน ได้สำเร็จ มาวิ่งบริการรอบสนามหลวง จำนวน 5 คัน เพื่อรับส่งประชาชนที่ไปร่วมถวายสักการะพระบรมศพราชกุศล

“วิษณุ”แจงเรื่อง “พล.อ.เปรม”

อีกด้าน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานองคมนตรีว่าเดิมที พล.อ.เปรมเป็นประธานองคมนตรีอยู่ก่อนหน้านี้ แต่เมื่อไปปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ทำให้ก่อนหน้านี้ไม่สามารถปฏิบัติเป็นประธานองคมนตรีได้ จึงมีการแต่งตั้งนายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรีขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานองคมนตรี เมื่อ พล.อ.เปรมพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แล้ว พล.อ.เปรมก็กลับมาปฏิบัติหน้าที่ประธานองคมนตรีได้เช่นเดิม แต่ทราบว่า พล.อ.เปรม ได้กราบบังคมทูลลาออกจากประธานองคมนตรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.เปรมให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ประธานองคมนตรีอีกครั้ง และถือว่า พล.อ.เปรมเริ่มต้นทำงานในหน้าที่ประธานองคมนตรีใหม่ จึงต้องมีการถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ด้วย

น้อมรำลึกในหลวง ร.9

ขณะเดียวกัน ตลอดวันที่ 3 ธ.ค.ประชาชนและหน่วยงานรัฐทุกหมู่เหล่า มีการจัดกิจกรรมทำดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างพร้อมเพรียง โดยนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานจัดกิจกรรม “ปั่นทำความดีเพื่อพ่อ”ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา เพื่อถวายความจงรักภักดี และเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้เป็นการเสริมสร้างให้ประชาชนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 1 พันคน และร่วมร้องเพลงชาติ ส่วนที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม “ธรรมโมลี” บ้านมอกระหาด ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พระสงฆ์กว่า 200 รูป ที่บรรพชาอุปสมบท ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. ถึงวันที่ 9 ธ.ค.นี้ และร่วมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 5 ธ.ค.

ปั่นตามรอยพระบาท

เช่นเดียวกับที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายสนธยา คุณปลื้ม อดีต รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีปั่นตามรอยพระบาท พระมหากษัตริย์นักกีฬา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณหอนาฬิกาสวนกรมชุมพร กองทัพเรือ มีข้าราชการกองทัพเรือ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมกว่า 1,500 คน และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ ส่วนที่หน้ากองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ ข้าราชการกองทัพเรือ และประชาชนชาว อ.สัตหีบ ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง พระภิกษุสงฆ์จำนวน 131 รูป ที่บรรพชาอุปสมบทหมู่ ที่วัดเขาบำเพ็ญบุญ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรปวงชนชาวไทย

ร่วมแสดงออกถึงความภักดี

ส่วนที่ จ.กาฬสินธุ์ นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.กาฬสินธุ์ นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรต่างๆ นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ร่วมจุดเทียนแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และวางช่อดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความ จงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ นอกจากนั้นผู้เข้าร่วมกิจกรรม ร่วมแปรขบวนเป็นรูปหัวใจ และรูปอักษรภาษาไทยคำว่า “ขอเป็นข้ารองบาท” และอักษรภาษาอังกฤษคำว่า “KALASIN”

คณะสงฆ์หนกลางสวดพระพุทธมนต์

ต่อมาในช่วงเย็นวันที่ 3 ธ.ค.ที่ลานหน้าองค์พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ พุทธมณฑล จ.นครปฐม คณะสงฆ์หนกลางจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตามมติมหาเถรสมาคม (มส.) โดยมีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลางเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส มีพระสงฆ์ในเขตหนกลางร่วมพิธี 1,809 รูป ทั้งนี้ นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า มส.มีมติให้คณะสงฆ์หนต่างๆ จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยคณะสงฆ์หนเหนือจัดไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่วัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน คณะสงฆ์ธรรมยุต จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่วัดเทพศิรินทราวาส ส่วนวันที่ 3 ธ.ค.มีการจัดขึ้นพร้อมกัน 3 หน คือคณะสงฆ์หนกลาง จัดที่พุทธมณฑล คณะสงฆ์หนตะวันออก ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม และคณะสงฆ์หนใต้ จัดขึ้นที่วัดกะพังสุรินทร์ จ.ตรัง และในวันที่ 4 ธ.ค. เวลา 16.00 น. มส.จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศล ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้