วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'นาท ภูวนัย' ภูมิใจเกิดเป็น "ข้ารองพระบาท" ยึดมั่นความดีตามรอย "พ่อหลวง"

'นาท ภูวนัย' ภูมิใจเกิดเป็น "ข้ารองพระบาท" ยึดมั่นความดีตามรอย "พ่อหลวง"

  • Share:

ภูมิใจเกิดเป็น “ข้ารองพระบาท” สำหรับ นาท ภูวนัย หรือ อุดมพร คชหิรัญ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และดารารุ่นใหญ่ มีโอกาสเข้าเฝ้าเบื้องยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งงานสายบันเทิง เมื่อครั้งแสดงภาพยนตร์เรื่อง “แม่ศรีไพร” และรับรางวัลตุ๊กตาทอง ส่วนชีวิต “ข้าราชการ” ซึ่งมีสายเลือดนักปกครองจากบรรพบุรุษหลายชั่วอายุคน โดยเริ่มรับราชการตำแหน่ง ปลัดอำเภอ จนตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดาราอาวุโส เล่าอดีตด้วยความปลาบปลื้มและมุ่งมั่นเดินตามรอย ในหลวง ร.9 ใช้วิถีชีวิตแบบพอเพียง

“สำหรับชีวิตเรา เราคิดว่าเป็นบุญของเรา เล่นภาพยนตร์เรื่องแรก แม่ศรีไพร ทางเจ้าของภาพยนตร์ทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทั้งสองพระองค์ทอดพระเนตรจนจบเรื่อง พอภาพยนตร์จบท่านเสด็จลงมา พระองค์ท่านเดินตรงมาถามว่าขี่ช้างเหนื่อยมั้ย? ก็ตอบพระองค์ท่าน ไม่เหนื่อยพ่ะย่ะค่ะ ไม่ได้เตรียมคำพูดไว้ก่อนเลยนึกตามที่ลิเกพูด (หัวเราะ) ท่านทรงพระสรวลนิดๆ เสด็จฯผ่านไป เจอคุณวิจิตร คุณาวุฒิ ก็ตรัส วิวสวยนะ เพลงเพราะคงจะได้เงินนะ ปรากฏว่าหนังเรื่องนี้ก็ได้เงินล้าน ดีใจมากของเจ้าของหนัง ประกาศเจ้าของหนังไม่จนและหนังเรื่องนี้คนชมเยอะแยะมากมาย สมัยนั้นค่าตั๋ว 5 บาท 7 บาท สูงสุด 12.50 บาท อาจจะเป็นเพราะพระบารมีของพระองค์ท่านที่เสด็จฯทอดพระเนตรทำให้เรามีโอกาสเกิดเป็น นาท ภูวนัย เรื่องแรกเลย และขณะเดียวกันเริ่มรับราชการในปีเดียวกันที่ปัจจุบันแต่งตั้งเป็นปลัดอำเภอตรี อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ถือว่าทรงพระเมตตา เราเกิดเป็นนาท ภูวนัย สิ่งที่เราได้จากภาพยนตร์ จะทำให้ชีวิตราชการดีด้วย คำว่า ข้าราชการทุกคนจะเข้าใจผิดเข้าใจว่าเป็นขี้ข้าของประชาชน ไม่ใช่นะ ข้าราชการคือผู้บำบัดทุกข์ บำรุงสุขและช่วยเหลือประชาชน ข้าราชการมาจากคำว่า ข้ากับราชการ คือข้าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในยุคนั้นๆ ใครบอกข้าราชการเป็นผู้รับใช้ประชาชน ปากหวานเกินไป เคยพูดทุกครั้ง ผมเป็นผู้ที่มาจากทางราชการเพื่อมาช่วยประชาชน ถึงแม้จะช่วยไม่ได้ก็จะช่วย ที่สำคัญข้าราชการเหนื่อยแต่มีคนที่เหนื่อยกับเราหลายเท่า พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินโดยพระบาทแทบทุกที่ กรมพระยาดำรงฯเคยพูดถึงข้าราชการมหาดไทย จำไว้นะ ท่านเจ้าขุนจะต้องให้รองเท้าขาดก่อนกางเกงขาด การเดินพบปะประชาชนไม่ใช่นั่งบนเก้าอี้ถูๆจนกางเกงขาดนั่นคือการทำงานเดินไปทุกจุดทุกระแหง พระองค์ท่านไปทุกที่”

ดาราอาวุโสเล่าต่อความหลังให้ฟังอีกว่า “อาเคยย้ายไปอำเภอพระยืน ไปแรกๆ ยังเป็นกิ่งอำเภอ บอกพรรคพวก สักพักได้ยินเสียงหัวเราะ มาทำหอกอะไรว่ะ (หัวเราะ) มันกันดาร พอเราไปเห็นพื้นที่ตรงนั้นปลูกหม่อนได้ แล้วท่านเกษตรเก่งมาก ช่วยกันคิดปลูกอะไรดี เลยปลูกหม่อนเอาไปขายพวกเลี้ยงไหม เลี้ยงดักแด้ บุรีรัมย์ 60 (หมอนเลี้ยงไหม) ก็เก็บไปเลี้ยงดักแด้ เราไปกินชาจีนรสชาติเหมือนหม่อน เลยทำไปทำชาใยหม่อนจนทุกวันนี้ ลูกหม่อนเอาไปขายตลาดเปลี่ยนชื่อมัลเบอรี่ คนคิดว่าของนอกแย่งกันซื้อ เย็นๆจับชาวบ้านมาร้องรำทำเพลง เอาครูเก่งนาฏศิลป์มาหัด เอาไว้โชว์งานไหม ชาวบ้านตื่นเต้นบอกไม่ต้องตื่นเต้นนายอำเภอเดินนำก็สนุกดี นั่นคือเราทำตามรอยพระองค์ท่านให้ประชาชนมีความสุข สิ่งสำคัญเราต้องดูหลักว่าพระองค์ท่านคิดอย่างไร ไม่ใช่พระองค์ท่านมีพระราชดำริต้องทำตามพระองค์ท่านเป๊ะ ไม่ใช่ พระองค์ท่านสอนให้เราแยกแยะ เป็นแนวทาง”

ชีวิตข้าราชการเข้าเฝ้าฯบ่อยครั้ง

“ตอนเป็นนายอำเภอ ที่ อ.พร้าว พระองค์ท่านก็เสด็จฯเชียงใหม่ เป็นเมืองใหญ่มีเจ้าครองนคร มีการฟ้อน ภรรยานายอำเภอต้องไปฟ้อนรับ ทางพระราชวังฟ้อนรับหัวเมืองต่างๆ พระองค์ท่านประทับกลางลาน ทุกอำเภอเข้าไปเอาของไปถวาย เหมือนสินค้าโอทอป สินค้าไปถวายพระองค์ท่านเราก็ไป ตอนที่ไปประกาศ อ.พร้าว นำโดย นาท ภูวนัย คนก็เฮ พระนางเจ้าฯทรงพระสรวล ได้ยินพระองค์ท่านตรัสถามใคร? นางสนองพระโอษฐ์ ตอบนาท ภูวนัย เพคะ แต่ตอนนั้นไปฐานะนายอำเภอ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกล้องเลย พระพักตร์เหมือนนิ่งๆแต่มีอมยิ้ม”

ความรู้สึกตอนเข้าวัง

“ตอนรับรางวัลตุ๊กตาทองปี 2517 นักแสดงยอดเยี่ยม จาก ภ.ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ สมัยก่อนรับจากพระหัตถ์ รู้สึกว่ามีปีนั้นและอีกปีหมดแล้วความรู้สึก ทั้งตื่นเต้นและดีใจ เผอิญเราเข้าเฝ้าฯตั้งแต่หนังแม่ศรีไพร ปี 14 สามปีตื่นเต้นแต่น้อยหน่อย เคยตรัสถามเราแล้วตอนรับพระราชทานตุ๊กตาทองทรงพระสรวลนิดๆ นั่นคือตอนเป็นภาพยนตร์ หลังจากนั้นเป็นนายอำเภอ ถวายงานท่าน ตอนหลังสุดย้ายมาเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ อยู่ที่นั่น 3 ปีเป็นรองผู้ว่าประจำพระราชวังไกลกังวล เป็นรองผู้ว่าดูแลศูนย์รับเสด็จ ประสานงานกับสำนักพระราชวัง หน้าที่ตรงนี้สายตรงเลยกับท่านวุฒิ สุมิตร คนที่เอาขวานไปเฉาะต้นไม้จันทน์ทำพระโกศ เคยคุยต้นชมพู่ พระองค์ท่านตรัส ไม่เสวยมานานแล้ว ไม่ได้เอาหน้า สิ่งนี้เราคิดในใจน่าจะเอาไว้ในวังบ้าง สมัยคุณพ่อ (พันตำรวจเอก (พิเศษ) ศิริ คชหิรัญ อดีตผู้ว่าราชการ จ.ยะลา) ถวายช้างเผือก คุณปู่ ขุนจงใจหาญ เป็นนายอำเภอ รับใช้ ร.6-ร.7 ต้นตระกูลเป็นสายปกครอง จนอาเป็นรองผู้ว่าฯ หลายคนถามไม่เป็นเหมือนพ่อ โอ้ย แค่นี้บุญแล้วไม่ติดตารางก็บุญแล้ว มีใบประกาศนียบัตร เกษียณด้วยความบริสุทธิ์ผุดผ่อง ความจริงน่าจะตายไปหลายทีแล้ว เราชนะมาได้เพราะยึดมั่นความถูกต้อง”

ความภูมิใจที่ได้เป็นข้ารองพระบาท

“ความภูมิใจเป็นข้าราชการประจำ อยู่ประจวบฯทุกวันจันทร์ ศุกร์ เป็นเวรของผู้ว่าฯและรองผู้ว่าฯที่จะต้องเข้าไปวังไกลกังวล เข้าไปเข้าเฝ้าฯตามราชประเพณี การเฝ้ายืนถวายต่างๆมีผู้ว่าฯศาล ทหาร ตำรวจ ตรงผู้ว่าฯยืนมนุษย์ไหนจะยืนไม่ได้ พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปทั่ว เราถวายความเคารพ จนกว่าพระองค์ท่านเสด็จขึ้นพระตำหนักเราก็แยกย้ายกลับ พระราชทานเลี้ยงสองชนิด อาหารไทยและอาหารต่างประเทศ จีน ฝรั่ง แขก แต่อาหารไทยน้ำพริก ปลาทูเลย เคยถามว่าช่างเครื่องพระองค์เสวยอะไร ก็บอกว่าเหมือนกับที่ท่านรองกินนั่นแหละ รู้คำตอบ ท่านไม่ถือพระองค์ท่านจากฟ้ามาดินแต่เราถือว่าพระองค์ท่านเป็นเทพ เพราะทรงรู้อะไรหลายๆอย่าง ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ อย่างเรายืนคุยกับผู้ว่าฯสองคน ท่านเสด็จฯมาคุยเรื่องรถ เลขเก้าหนึ่งมันออกงวดที่แล้ว พระองค์ท่านตรัสแล้วซื้อหรือเปล่า ผู้ว่าฯบอกไม่ได้ซื้อพ่ะย่ะค่ะ พระองค์ท่านตรัสแล้วจะได้สตางค์ยังไง? บางทีพระองค์ท่านเสด็จฯผ่าน สุนัขทรงเลี้ยงตามมา ยืนต่อหน้าท่านมองหน้าอา แต่ถามทหารตัวนี้ชื่ออะไร? ทหารตัวนี้เห็นมีใบชาติดชื่อน้ำชาพระเจ้าค่ะ ท่านทรงพระสรวลแล้วก็ไป ไอ้เราก็หาตำราสุนัขทรงเลี้ยงมาอ่าน คุยไปคุยมาคนเลี้ยงสุนัขทรงเลี้ยง ท่านรองไม่ต้องห่วงทุกคนไม่ได้เก่งหรอก คุณอะไรจะเดินกับพระองค์ท่านผมจะโทรศัพท์มาบอก ผมบอกทุกคนแหละ (หัวเราะ) เวลามีงานเลี้ยงเป็นการส่วนพระองค์ บางทีพระองค์ท่านเล่าเรื่องต่างๆ เล่าเรื่องเกี่ยวกับลิง วันนึงฉันเดินไปมีไอ้ลิงตัวนึงมานั่ง ฉันมองไปพยายามมองสบตากับมันแล้วบอกว่าเรามีเมตตานะ อย่าทำอะไรเราอยู่สักพักเราก็เอากล้วยไปให้กินก็ไม่กิน เราก็ออกมาแอบดูก็กิน หลังๆมาเรื่อยก็แต่งตั้งเป็นองครักษ์ วันนึงองครักษ์หายไปก็ตามหา หลังจากเข้าวังแล้วไปเที่ยวเบ่งลิงเขาตะเกียบเลยรุมซะเละเลย นายอำเภอนำรูปไปทูลพระองค์ท่าน พระองค์ท่านบอกเราแต่งตั้งเป็นองครักษ์แต่ไม่รักดีเที่ยวหาเรื่องคนอื่น เรามองให้ลึกๆ พระองค์ท่านสอนเมื่อเราเป็นใหญ่เป็นโตอย่าไปข่มเหงรังแกใคร ต้องเป็นคนดี
อย่างคุณสุนัขหนีออกจากวัง อาก็เกณฑ์คนตามหา ท่านเหมือนรู้เราหาอยู่ พระองค์ท่านเสด็จฯตรงมาเลย นี่เค้าออกไปข้างนอกมา เค้าหนีไปเที่ยวตั้งหลายวัน เค้าไปหาประสบการณ์ เรากลับไปคิด หมายังออกไปหาประสบการณ์นะแล้วมนุษย์เราก็ต้องหาประสบการณ์ด้วย ครั้งนึงพระองค์ท่านเสด็จฯถ่ายรูปตุ๊กแก ท่านเคยฟังตุ๊กแกร้องตั้งแต่เด็กๆ จนปัจจุบันตุ๊กแกหาย พระองค์ท่านให้จับตุ๊กแกมาปล่อย เพื่อรักษาธรรมชาติ อะไรที่ดั้งเดิมให้รักษาไว้ ขนบธรรมเนียมประเพณี อย่าไปทำลาย อย่าไปทิ้ง ท่านแฝงหมด”

ตอนนี้คนหันมาทำไร่ ทำนาตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่กันเยอะ

“ใช่ๆ อย่างไก่ไทยเลี้ยงดีๆ รสชาติอร่อย ปัจจุบันมีไก่นอก เราไม่รู้อันตรายขนาดไหน ถ้าเราเลี้ยงพื้นบ้าน ปลูกผักออแกนิก เด็ดกินได้เลยมีชีวิตสุขสบาย ตอนนี้อาทำไร่มีทุกอย่าง ไม่สามารถขุดบ่อน้ำ ได้ขัดกับภรรยาถ้าเราเลี้ยงปลาแล้วฆ่าก็บาปอีก เอาเงี้ยปลูกต้นไม้กินได้สารพัดต้นไม้ไทยๆ เช่น ชมพู่น้ำดอกไม้ ก็ยังเคยยกต้นใหญ่ๆให้พี่วุฒิสุมิตร รองราชเลขาฯ ยกไปปลูกวังไกลกังวล เอามาจากแม่กลอง ชมพู่น้ำดอกไม้ เหมือนทับทิม
หอม เป็นต้นไม้รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดมาก คุณตาเก็บเม็ดมาเพาะไว้ที่บ้านนครปฐม เราก็เก็บกินตั้งแต่เด็กๆ โตขึ้นไม่มีเลยเสาะแสวงหาได้ที่แม่กลอง แถวนั้นพืชไม้โบราณเยอะ อาก็ปลูกในไร่ เก็บพืชพันธุ์ไว้ขาย มะนาว มะปลิง มะปราง เก็บไว้ขายได้ หลากหลายโซนนิ่งอีกแบบ ไม้ใช้ ไม้กิน ไว้ขายได้”

ล่าสุดอาได้แสดงละครเทิดพระเกียรติ

“ก่อนหน้านี้เราเคยบ่นกับลูกๆกับแฟน แปลกนะเราทำงานมาตั้งนานแต่ไม่เคยได้เล่นละครเทิดพระเกียรติสักเรื่อง พูดเสร็จมีโทรศัพท์เข้ามาให้เล่น สรุปกลายเป็นตัวยืนเรื่อง ทางของพ่อ เป็นเรื่องชาวบ้านกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลกับชาวบ้านพื้นๆ อาเล่นชาวบ้าน อาชีพช่างไม้ มีลูกสาวเรียนกรุงเทพฯ ดันท้อง ลูกกับพ่อไม่กินรอย เลี้ยงหลานด้วยความรัก คนนี้มาจีบลูกสาวทะเลาะ มีหลวงตาพยายามประนีประนอม ทุกคนช่วยกันต่างๆ เพราะพระบารมี เวลาดูละครเรื่องนี้บอกให้เตรียมผ้าเช็ดหน้าด้วยนะ”

ณ วันนี้ที่เราสูญเสีย

“แน่นอนความเสียใจสูงสุดเราไม่สามารถพูดได้เราเสียใจขนาดไหน เรามีความรู้สึกขนาดไหน มันสุดๆแล้ว วันที่ทราบข่าวพระองค์ท่านทำของไว้บนเตายังลืมจนมันไหม้ มันงง ร้องไห้ไม่ออกนะ น้ำตาไม่เคยไหลเลย เหมือนกับเราถูกชกมาเต็มๆ งงมาก พอสักพักใหญ่ ตอนนี้น้ำตาไหลไม่หยุดเพราะความที่เราเทิดทูนพระองค์ท่านมาตั้งแต่พ่อแม่พี่น้อง ถูกปลูกฝังมาอย่างเข้มงวด ถูกความรู้สึกของเราเองที่ได้พบเห็นเราแปลในสิ่งที่พระองค์ท่านทำเราแปลในทางที่ดีตลอด สิ่งนี้เหมือนเราสูญเสียสิ่งที่สูงสุดไป ในขณะเดียวกันเราเสียพระองค์ท่านไปก็ไม่ใช่เราหดหู่ ท้อถอยกับชีวิต พระองค์ท่านไม่เคยสอนให้รักท่านนะ แต่พระองค์ท่านสอนให้พวกเรารักกัน สิ่งนี้ถ้าให้ท่านสิงสถิตในใจเราทุกคน ทำต่อไปในสิ่งที่พระองค์ท่านมอบหมาย ทำให้สิ้นสุดและเสร็จสิ้น สิ่งนี้เหมือนเราตอบแทนแผ่นดิน ตอบแทนคุณพระองค์ท่าน”.

ทีมข่าวบันเทิง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้