วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รัชกาลที่ 10 อุทิศพระองค์เพื่อความมั่นคงของชาติ

รัชกาลที่ 10 อุทิศพระองค์เพื่อความมั่นคงของชาติ

  • Share:

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทร เทพยวรางกูร” ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ไปทรงงานในหลากหลายด้าน เพื่อแบ่งเบาพระราชภารกิจอันหนักอึ้ง

ไม่ว่าจะเป็นการตามเสด็จทรงงานด้านการศาสนา โดยเสด็จฯแทนพระองค์ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางศาสนาอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ซึ่งทรงให้ความสำคัญทุกศาสนา ส่วนพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา ก็สนพระราชหฤทัยในการจัดการศึกษาให้แก่เยาวชนในท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกลความเจริญ เพื่อให้เยาวชนได้มีโอกาสรับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียม เช่นเดียวกับด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม พระองค์ใส่พระราชหฤทัยและให้ความสำคัญกับงานพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาประสิทธิภาพและเพิ่มผลผลิตการเกษตร

อีกหนึ่งพระราชกรณียกิจสำคัญที่สนพระราชหฤทัยเป็นอย่างมากคือ พระราชกรณียกิจด้านการทหารและความมั่นคง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 สนพระราชหฤทัยด้านการทหารมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และมีพระปรีชาสามารถเป็นที่ประจักษ์ชัด

หลังทรงสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมจากโรงเรียนมิดฟิลด์ ประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.2509 ทรงเลือกที่จะศึกษาต่อด้านการทหาร โดยเสด็จฯไปทรงศึกษาระดับอุดมศึกษา หลักสูตรด้านการทหาร ณ โรงเรียนคิงส์สคูล นครซิดนีย์ และวิทยาลัยการ ทหารดันทรูน กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งดำเนินการรับผิดชอบโดยกองทัพบกออสเตรเลีย พร้อมกันนี้ทรงศึกษาภาควิชาการศึกษาสามัญ หลักสูตรปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ โดยปี พ.ศ.2518 ทรงสำเร็จหลักสูตรการศึกษาภาคทหาร ทรงได้รับยศร้อยโท และทรงได้รับปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต (การศึกษาด้านการทหาร) จากคณะการศึกษาด้านการทหาร มหาวิทยาลัยเซาท์เวลส์ จากนั้นเสด็จฯกลับประเทศไทย ทรงเข้ารับราชการทหาร และศึกษาต่อที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่นที่ 46 ปี พ.ศ.2520 จากนั้นทรงศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกัน ราชอาณาจักร จากประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.2523

null
null

ด้วยความสนพระราชหฤทัยอย่างมากในกิจการด้านการทหาร จึงทรงพระวิริยอุตสาหะในการฝึกและเพิ่มพูน ความรู้ ตลอดจนพระประสบการณ์อยู่ตลอด โดยเฉพาะด้านวิทยาการการบิน ระหว่างเดือนมกราคมถึงตุลาคม พ.ศ.2519 ทรงเข้ารับการฝึกเพิ่มเติมและทรงศึกษางานทาง การทหารในออสเตรเลีย โดยทุนกระทรวงกลาโหม ทรงประจำการ ณ กองปฏิบัติการทางอากาศพิเศษ การทำลายและยุทธวิธีรบนอกแบบ หลักสูตรต้นหนชั้นสูง หลักสูตรการลาดตระเวนและต้นหนชั้นสูง หลักสูตรส่งทางอากาศ ระหว่างเดือนธันวาคม 2522 ถึงเดือนมกราคม 2523

นอกจากนี้ ยังทรงศึกษาหลักสูตรการบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบเอเอช-1 เอส คอบร้า ของบริษัทเบลล์ และทรงเข้าศึกษาหลักสูตรต่างๆ ด้านการบินอีกมากมาย ส่งผลให้ทรงมีพระประสบการณ์และทรงเชี่ยวชาญการบิน ในระดับสูงมาก ทรงเป็น “พระอาจารย์” ของนักบินขับไล่แห่งกองทัพอากาศไทย พระราชทานการฝึกสอน ถ่ายทอด วิชาความรู้ และเทคนิคสมัยใหม่ให้แก่ นักบินเสมอมา

เป็นที่ทราบกันดีว่า ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 10 สนพระราชหฤทัยในกิจการของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ตลอดจนกิจการของตำรวจตระเวนชายแดน ทรงส่งเสริมให้กิจการทหารเจริญรุดหน้า อีกทั้งทรงเป็นมิ่งขวัญและกำลังใจสำคัญของเหล่าทหารหาญมาโดยตลอด

ในช่วงเกิดเหตุการณ์คุกคามความสงบ และความมั่นคงของประเทศไทย ก็ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการทหาร โดยทรงเข้าร่วมปฏิบัติการรบต่อต้านการก่อการร้ายในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ รวมทั้งคุ้มกันพื้นที่บริเวณรอบค่ายผู้อพยพชาวกัมพูชาที่เขาล้าน จังหวัดตราด แม้จะต้องทรงเสี่ยงภยันตราย แต่ด้วยความที่ทรงเป็นชายชาติทหาร และเพื่อความผาสุกของพสกนิกร จึงทรงปฏิบัติพระราชภารกิจดังกล่าวอย่างเต็มพระกำลัง ขณะเดียวกัน ก็ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะรัชทายาท ถวายความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ระหว่างตามเสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกแห่ง .

ทีมข่าวสตรีไทยรัฐ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้