วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พาสปอร์ตปลอมต้นตอ ภัยร้ายอาชญากรรม-ความมั่นคง

พาสปอร์ตปลอมต้นตอ ภัยร้ายอาชญากรรม-ความมั่นคง

  • Share:

พาสปอร์ตเป็นเอกสารแสดงตัวบุคคลใช้ในการเดินทางระหว่างประเทศ ภายในมีข้อมูลของผู้เดินทางทั้งชื่อ นามสกุล ภาพถ่าย และรายละเอียดอื่นๆที่สำคัญ

พาสปอร์ตถือเป็นเอกสารสำคัญในการควบคุม และตรวจสอบบุคคลในการเดินทางเข้าออกประเทศทั่วโลก เกี่ยวข้องถึงความมั่นคงในระดับประเทศและระดับสากล

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ภัยก่อการร้ายเป็นภัยคุกคามประเทศต่างๆ

ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย จากเหตุการณ์วินาศกรรมที่เกิดขึ้นทั่วโลก หลายๆครั้งมักมีพาสปอร์ตปลอมเข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิ เหตุการณ์วินาศกรรมตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ หรือ เหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ ที่มีข้อมูลเชื่อมโยงกับขบวนการลักลอบขนคนและแก๊งปลอมแปลงพาสปอร์ต

ไม่กี่วันมานี้ ฝ่ายความมั่นคงได้เปิดเผยจากแหล่งข่าวตำรวจออสเตรเลียพบว่ามีการล็อกอินเฟซบุ๊กจากประเทศไทยกว่าแสนรายเข้าใช้เว็บไซต์ของกลุ่มไอเอสนานกว่าหนึ่งปี

ข้อมูลเหล่านี้สอดคล้องกับการสืบสวนของไทย

พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มไอเอสในประเทศไทย

ข่าวมาแบบนี้ ยิ่งต้องเฝ้าระวัง!!!

เพราะการเดินทางเข้า-ออกของสมาชิกองค์กรก่อการร้ายข้ามชาติเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับขบวนการปลอมแปลงพาสปอร์ต นอกจากภัยก่อการร้ายแล้ว พาสปอร์ตปลอมเป็นต้นตอของอาชญากรรมหลากหลายรูปแบบ

ก่อนหน้า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้จับกุมแก๊งโคลอมเบีย ตระเวนยกเค้าบ้านหรู มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก พบว่ามีการใช้พาสปอร์ตปลอมในการเดินทาง และการนำไปเช่ารถเพื่อก่อเหตุ

แก๊งเงินดำ แก๊งโรแมนซ์สแกม แก๊งฟอกเงินข้ามชาติ ขบวนการลักลอบขนยาเสพติด ขบวนการค้ามนุษย์ แก๊งลูกหมู ลูกแพะ อีกนานาสารพัดแก๊งที่กระทบถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องคนไทย

พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. บอก “ทีมข่าวอาชญากรรม” เกี่ยวกับปัญหาพาสปอร์ตปลอม “ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางการคมนาคมในอาเซียน เนื่องจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เป็นจุด

ศูนย์กลางของภูมิภาค และเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญติดอันดับโลก ทำให้มีเที่ยวบินตรงไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก ทำให้ประเทศไทยเป็นทางผ่านของขบวนการลักลอบขนคน เพื่อลักลอบเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม ที่ผ่านมาไทยถูกมองว่าเป็นแหล่งในการปลอมแปลงหนังสือเดินทาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เรื่องดังกล่าวเป็นภัยความมั่นคงที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจัง”

“ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีความทันสมัยและมีราคาถูกลง ทำให้ขบวนการปลอมแปลงพาสปอร์ตมีความสามารถในการปลอมแปลงเอกสารได้แนบเนียนขึ้น แม้กระทั่งจุดสังเกตต่างๆ เช่น ลายน้ำ แถบยูวี อักษรซ่อน แผ่นลามิเนต ก็สามารถปลอมแปลงได้คุณภาพระดับดีเยี่ยม หรือเรียกว่าระดับ “AAA” หรือ “Mirror grade” ต้องอาศัยเครื่องมือระดับสูงและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบถึงจะทราบว่าเป็นพาสปอร์ตปลอม หากมองด้วยตาเปล่ายากที่จะบอกว่าเป็นของจริงหรือของปลอม ยิ่งถ้าเป็นพนักงานเอกชน เช่น พนักงานธนาคาร บริษัทรถเช่า โรงแรม ยิ่งไม่ต้องพูดถึง”

ในช่วงรอบปีที่ผ่านมา สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ร่วมกับศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ทลายเครือข่ายปลอมแปลงหนังสือเดินทางติดต่อกันหลายครั้ง ไล่เรียงตั้งแต่ต้นปีได้เข้า

ทลายโรงงานปลอมแปลงหนังสือเดินทางจับกุม นายฮามิด เรซา จาฟารี สัญชาติอิหร่าน ฉายา “ด็อกเตอร์” หัวหน้าเครือข่ายปลอมหนังสือเดินทางระดับโลก

พร้อมด้วยของกลางจำนวนมาก ต่อมาในเดือนเมษายนชุดสืบสวนขยายผล

จนสามารถจับกุม นายแรมซัน มะหะ-หมัด สัญชาติปากีสถาน ฉายา “จอนนี่ แพนเตอร์”

นายแรมซันเป็นนายหน้ารายใหญ่ส่งหนังสือเดินทางที่ถูกขโมยขายให้กับแก๊งด็อกเตอร์เพื่อนำไปปลอมแปลง ต่อมาในเดือนมิถุนายน ชุดสืบสวนจับกุม นายอัลติก เอล เรมาน สัญชาติปากีสถาน เครือข่ายแก๊งด็อกเตอร์ นายอัลติกปลอมแปลงหนังสือเดินทางและจัดส่งลูกแพะไปยังประเทศที่สาม

ล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จับกุม นายอับดุลลา กานี โบลี ชาวปากีสถาน ฉายา “บาบู” พร้อมยึดพาสปอร์ตปลอมประเทศต่างๆ

และอุปกรณ์การปลอมแปลงพาสปอร์ตหลายพันรายการ จากการขยายผลพบว่านายบาบูเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ผลิตพาสปอร์ตปลอมเพื่อให้ผู้อพยพและอาชญากรข้ามชาติใช้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป

พล.ต.ท.ณัฐธรเดินหน้าทลายเครือข่ายปลอมแปลงหนังสือเดินทาง

จับกุมเครือข่าย และโรงงานขนาดใหญ่ติดต่อกันหลายครั้ง เป็นการ ขุดรากถอนโคนขบวนการปลอมหนังสือเดินทางให้หมดไปจากประเทศไทย ล่าสุดฝ่ายความมั่นคงมีข้อมูลว่า ขบวนการปลอมแปลงหนังสือเดินทางที่อยู่ในไทยได้
ย้ายฐานไปยังประเทศอื่น

“ปัจจุบันประเทศไทยใช้ระบบตรวจคนเข้าเมือง Pibics ซึ่งเป็นระบบเก่า ใช้มาเป็นระยะเวลานาน ทางรัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญจึงได้เร่งรัดอนุมัติงบประมาณเป็นกรณีเร่งด่วนในการจัดหาระบบการจัดเก็บข้อมูลทางชีวภาพ (Biometric System) ทดแทนระบบตรวจคนเข้าเมือง Pibics เดิมในเร็ววัน ระบบตรวจคนเข้าเมืองระบบใหม่ จะมีการจัดเก็บข้อมูลลายพิมพ์

นิ้วมือ, โครงหน้า และม่านตา ทำให้การตรวจสอบบุคคลมีความเที่ยงตรง แม่นยำ ทำงานควบคู่กับระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าที่ได้เปิดใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.58 ที่ผ่านมา “เป็นการป้องกันเชิงรุก” สามารถสกัดคนร้ายไม่ให้ขึ้นเครื่องตั้งแต่ต้นทาง และระบบช่องตรวจอัตโนมัติติดตั้งที่สนามบินหลักทั่วประเทศและกำลังขยายไปสู่ด่านตรวจคนเข้าเมืองภูมิภาค” พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวถึงมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาพาสปอร์ตปลอม

“การตรวจระบบใหม่ที่นำมาใช้มีความแม่นยำสูง และยังเชื่อมโยงไปยังฐานข้อมูลหนังสือเดินทางแจ้งหายของตำรวจสากล ที่มีข้อมูลหนังสือเดินทางที่ถูกแจ้งหายจำนวนทั่วโลกกว่า 53 ล้านฉบับ ฐานข้อมูลบุคคลต้องห้ามหรือแบล็กลิสต์ และฐานข้อมูลหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาพาสปอร์ตปลอมแบบบูรณาการ ควบคู่ไปกับการเดินหน้าปราบปรามขบวนการปลอมแปลงพาสปอร์ตปลอมอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับสังคมไทย สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย”

เป็นนโยบายสำคัญที่ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่เป็นลูกหม้อเติบโตในหน่วย ตม.และทำงานร่วมกับต่างประเทศ จึงได้คิดหาระบบเข้ามาช่วยเหลืองานด้านความมั่นคงประเทศสกัดกั้นไม่ให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุที่ทำความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยและคนไทย

“พาสปอร์ต” เป็นเครื่องมือใช้คัดกรองคนเข้าออกประเทศที่ได้ผล.

ทีมข่าวอาชญากรรม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้