วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สะพานภูมิพล 1–2 มรดกแผ่นดิน ร.9

สะพานภูมิพล 1–2 มรดกแผ่นดิน ร.9

โดย ซูม
4 ธ.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดกิจกรรม “ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 5 ธันวาคม 2559” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันอเนกอนันต์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ บริเวณสะพานภูมิพล 1 ดังที่มีการแถลงข่าวไปแล้วนั้น

ทำให้ สะพานภูมิพล ที่แต่ก่อนเคยเรียกกันว่า “สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม” กลับมาเป็นที่กล่าวขวัญถึงของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง

ทีมงานซอกแซกซึ่งเคยนั่งรถผ่านหลายครั้ง ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนเคยเขียนถึงสะพานแห่งนี้เอาไว้บ้างแล้ว เมื่อหลายปีก่อนขออนุญาตท่านผู้อ่านนำกลับมาเขียนถึงอีกครั้ง เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของกิจกรรมรำลึกถึงพระองค์ท่านในวันที่ 5 ธ.ค.ที่กำลังจะเริ่มขึ้น

“สะพานภูมิพล” หรือที่เคยเรียกกันว่า “สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม” นั้น เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อสร้างโดยพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อแก้ปัญหาการจราจรโดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่จากแหล่งอุตสาหกรรมในเขตสมุทรปราการให้มีช่องทางที่จะเลี่ยงออกจากใจกลาง กทม.สู่ต่างจังหวัดได้ในทันที

ต่อมากรมทางหลวงชนบทได้รับสนองพระราชดำริด้วยการจัดตั้งงบประมาณในการก่อสร้าง รวมทั้งได้ใช้งบประมาณของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาสมทบจำนวนหนึ่ง จนสร้างแล้วเสร็จ เปิดใช้ทั้งสะพานภูมิพล 1 และภูมิพล 2 เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2549

สะพานภูมิพล 1 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านเหนือเชื่อมระหว่างแขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร กับตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นสะพานขึงเคเบิ้ลคู่ขนาดกว้าง 7 ช่องจราจร ประกอบด้วยเสาสูงจำนวน 2 ต้น ความยาวของสะพานระหว่างช่วงแม่น้ำเจ้าพระยาเท่ากับ 326 เมตร และสูงสุดช่วงกลางสะพานประมาณ 50 เมตร เพื่อให้เรือขนส่งสินค้าสามารถลอดผ่านได้

สำหรับ สะพานภูมิพล 2 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศใต้เชื่อมระหว่างตำบลทรงคนองกับตำบลบางหญ้าแพรก ของอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มี 7 ช่องจราจรเช่นกัน ใช้เสาสูง 2 ต้นเป็นตัวขึงกลางสะพานเช่นกัน ส่วนความยาวของสะพานจะเท่ากับ 398 เมตร ยาวกว่าสะพานภูมิพล 1 เล็กน้อย

การก่อสร้างสะพานทั้ง 2 แห่งนี้ ใช้เวลารวดเร็วมากเพียง 4 เดือนก็แล้วเสร็จ จากกำหนดเดิม 6 เดือน ทำให้สะพานทั้ง 2 แห่งนี้ ได้ชื่อว่าเป็นสะพานขึงคู่ที่สร้างได้เร็วที่สุดในโลก

วิศวกรผู้ออกแบบได้แก่ นาย พอลเล กุสตาฟสันส์ ชาวสวีเดน ตัดสินใจใช้วิธีสร้างสะพานขึงเพราะจะต้องมีส่วนสูงที่สูงกว่าระดับน้ำไม่ต่ำกว่า 50 เมตร เพื่อให้เรือขนส่งสินค้าลอดผ่านได้ และกล่าวกันว่ารูปแบบของสะพานทั้ง 2 ช่วงมีลักษณะคล้าย “หัวแหวน” เมื่อมองจากที่สูง ซึ่งหมายถึงพระธำมรงค์เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 นั่นเอง

แม้จะเปิดให้ประชาชนใช้เพื่อแก้ปัญหาการจราจรมาเป็นเวลานานพอสมควร แต่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการโดยในหลวง ร.9 ได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2553 โดย พระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งขณะนั้นทรงเข้าประทับรักษาพระวรกาย ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราชแล้ว ได้เสด็จฯพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเรือพระที่นั่ง อังสนา ที่กองทัพเรือจัดถวายมาตามลำน้ำเจ้าพระยาจนถึงบริเวณพิธีที่จัดไว้เพื่อทรงเปิดสะพานแห่งนี้

นอกจากนี้ยังได้ทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริอีกโครงการหนึ่ง เพื่อให้คลองลัดโพธิ์ ซึ่งเป็นคลองเชื่อมของแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถช่วยระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะไหลสู่ทะเลได้รวดเร็วขึ้น เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม กทม.ได้ในระดับหนึ่ง จึงมีพระราชดำริให้ขุดคลองแก้ปัญหาตื้นเขิน และสร้างประตูน้ำเพื่อสร้างกำเนิดไฟฟ้าขึ้นด้วย ทำให้คลองลัดโพธิ์เป็นอีกคลองหนึ่งที่มีคุณประโยชน์หลายๆด้านต่อประชาชนในบริเวณดังกล่าว

ภาพที่ในหลวง ร.9 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี เสด็จฯทางชลมารค โดยเรือพระ
ที่นั่ง “อังสนา” และภาพพลุไฟอันตระการตาของบริเวณประตูน้ำ ตลอดจนสะพานภูมิพล 1-2 ที่เปิดในวันเดียวกันยังอยู่ในความทรงจำของพสกนิกรชาวไทยอยู่จนถึงวันนี้

นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าพ่อหลวงภูมิพลทรงงานอย่างมิเห็นแก่ความเหน็ด เหนื่อย แม้ในยามที่พระองค์ทรงมีพระพลานามัยที่ไม่สมบูรณ์แล้ว และต้องเข้าประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราชเพื่อรักษาพระวรกาย ก็ยังเสด็จฯมาเปิดสะพานและประตูน้ำแห่งนี้ เพื่อพระราชทานให้แก่พสกนิกรของพระองค์ท่าน

ดังนั้นในโอกาสที่รัฐบาลโดยการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยจะจัดกิจกรรม “ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 5 ธันวาคม 2559” ณ บริเวณ “สะพานภูมิพล 1” ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะมีประชาชนไปร่วมถึง 50,000 นั้น ทีมงานซอกแซกขอถือโอกาสนี้ร่วมเชิญชวนท่านผู้อ่านอีกแรงหนึ่ง

ในงานจะมีการถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 999 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9 และหลังจากนั้นจะร่วมกันร้องเพลง สรรเสริญพระบารมี และเพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุด ตลอดจนกิจกรรมเขียนคำปฏิญาณทำความดีเพื่อพ่อ รวมทั้งคณะกรรมการจัดงานได้จัดทำเข็มกลัดที่ระลึกรูปเลข ๙ ไว้ 50,000 ชุด เพื่อมอบแก่ประชาชนทุกๆท่านที่จะไปร่วมงาน

พรุ่งนี้ (5 ธ.ค. 2559) ภาพพี่น้องประชาชน 50,000 คน บนสะพานภูมิพล 1 ขณะขับร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” และเพลง “ความฝันอันสูงสุด” จะเป็นอีกภาพหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำของพสกนิกรสืบต่อไปอีกนานแสนนาน.

“ซูม”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้