วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สมรภูมิเลือดยืดเยื้อข้ามปี

สมรภูมิเลือดยืดเยื้อข้ามปี

  • Share:

เหยื่อสงคราม–กองกำลังป้องกันภัยพลเรือนซีเรีย กลุ่ม “หมวกนิรภัยขาว” เผยแพร่ภาพที่เขตจุบบ์ อัล–คุบเบห์ ทางตะวันตกเมืองอะเลปโป หลังถูกกองทัพรัฐบาลซีเรียระดมยิงปืนใหญ่ถล่มพังพินาศ ศพเกลื่อนถนน เมื่อ 30 พ.ย. และ (รูปเล็ก) เด็กชายคนหนึ่งนั่งเฝ้าศพญาติพี่น้องด้วยความโศกเศร้าเสียใจ (เอพี–เอเอฟพี)

ขณะที่ชาวโลกส่วนใหญ่เตรียมเข้าสู่โหมดเฉลิมฉลองวาระส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ แต่บางพื้นที่ของผืนพิภพใบนี้ยังเป็น “ขุมนรก” เพราะสงครามยังดุเดือดเลือดนอง โดยเฉพาะที่ “ซีเรีย” และ “อิรัก”

สงครามที่สยดสยองที่สุดในเวลานี้อยู่ที่เมือง “อะเลปโป” เมืองใหญ่ที่สุดของซีเรีย ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งกองทัพรัฐบาลซีเรียที่มี “รัสเซีย” ช่วยโจมตีทางอากาศตั้งแต่ปีที่แล้ว และมี “อิหร่าน” กับกลุ่ม “ฮิซบุลเลาะห์” จากเลบานอนเข้าไปช่วยรบ กำลังเร่งรุกบดขยี้ฝ่ายกบฏที่มี “สหรัฐอเมริกา” และพันธมิตรหนุนหลังอย่างหนัก

ขณะเขียนต้นฉบับ ฝ่ายกบฏสูญเสียพื้นที่ยึดครองทางตอนเหนือของเมืองอะเลปโปทางทิศตะวันออกไปแล้วราว 1 ใน 3 และกองทัพรัฐบาลกำลังรุกคืบลงใต้เพื่อยึดทั้งเมืองให้ได้

กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรียระบุว่า ตั้งแต่ฝ่ายรัฐบาลรุกโจมตีเมืองอะเลปโประลอกล่าสุดเมื่อ 15 พ.ย. มีพลเรือนเสียชีวิตอีกกว่า 300 คน รวมทั้งเด็กๆ 33 คน ยอดผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนพลเรือนอีกกว่า 20,000 คนลี้ภัยไปอยู่ในเขตยึดครองของฝ่ายรัฐบาล อีกกว่า 30,000 คนลี้ภัยเข้าไปอยู่ในเขตยึดครองของชาวเคิร์ดชนกลุ่มน้อย และอีกมากมายหนีลงไปทางใต้เข้าสู่เขตที่กบฏยึดครอง ทำให้ยอดรวมผู้ลี้ภัยจากเมืองอะเลปโปทั้งหมดเกิน 400,000 คนแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีผู้ติดค้างอยู่ในเมืองอะเลปโปอีกราว 250,000 คน ก่อให้เกิดวิกฤติมนุษยธรรมครั้งใหญ่ เพราะความช่วยเหลือจากโลกภายนอกยากจะเข้าไปถึง ผู้คนจึงทุกข์ยากอดอยากแสนสาหัส

รุกไล่ไอเอส–ทหารรัฐบาลอิรักระดมยิงปืนใหญ่จากหมู่บ้านอาบู ซาอิฟ ทางใต้เมืองโมซุล ถล่มฐานที่มั่นของกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ระหว่างยุทธการรุกคืบยึดเมืองโมซุลคืนจากกลุ่มไอเอส เมื่อ 1 ธ.ค. (เอเอฟพี)

ตั้งแต่ฝูงชนลุกฮือขับไล่ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด จนสงครามกลางเมืองซีเรียปะทุขึ้นเมื่อต้นปี 2554 มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 300,000 คน และเมืองอะเลปโปกลายเป็นสมรภูมินรกนองเลือดที่สุด จนสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เตือนว่า อะเลปโปกำลังจะกลายเป็น “หลุมฝังศพขนาดยักษ์”!

สมรภูมิรบอีกแห่งในซีเรียอยู่ที่เมือง “อัล–ร็อกเกาะฮ์” ทางภาคเหนือ ซึ่ง “กองกำลังรัฐอิสลาม” (ไอเอส หรือไอซิส หรือดาเอส หรือไอซิล) ยึดครองอยู่และตั้งให้เป็นเมืองหลวง ขณะนี้ กลุ่มไอเอสก็กำลังเพลี่ยงพล้ำ โดยกองทัพประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) ซึ่งเป็นกองกำลังพันธมิตรชาวเคิร์ด-อาหรับ ที่มีสหรัฐอเมริกาสนับสนุน กำลังรุกคืบเข้าสู่เขตทะเลทรายอย่างช้าๆ เพื่อพยายามยึดเมืองนี้

สัปดาห์ที่แล้ว นักรบเอสดีเอฟรุกโจมตีอย่างดุเดือดเพื่อขับไล่นักรบไอเอสออกจากฐานที่มั่นห่างจากเมืองอัล-ร็อกเกาะฮ์ไปทางเหนือแค่ 25 กิโลเมตร แต่สงครามที่นั่นคงยืดเยื้ออีกหลายเดือนกว่าจะรู้ดำรู้แดง!

ส่วนที่อิรัก สมรภูมิรบที่ดุเดือดเลือดพล่านที่สุดตอนนี้อยู่ที่เมือง “โมซุล” เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศทางภาคเหนือ ซึ่งกลุ่มไอเอสยึดได้ตั้งแต่ปี 2557 และเป็นเมืองที่มั่นสุดท้ายของไอเอสในอิรัก

กองทัพรัฐบาลอิรักกับพันธมิตร รวมทั้งกองกำลัง “เปชเมกา” ของชาวเคิร์ด เริ่มรุกโจมตีเพื่อพยายามยึดเมืองโมซุลคืนตั้งแต่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยมีสหรัฐฯ ช่วยโจมตีทางอากาศ จนสามารถยึดพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองได้แล้วราว 40% และกำลังรุกคืบไปยังแม่น้ำ “ไทกรีส” ซึ่งแบ่งแยกเมืองโมซุลออกเป็น 2 ส่วน แต่การรุกคืบเป็นไปอย่างช้าๆ เพราะถูกต่อต้านอย่างหนักจากนักรบไอเอสที่ยังอยู่ในเมืองโมซุลราว 3,000-5,000 คน ที่ใช้ยุทธวิธีต่างๆ นานาตอบโต้ รวมทั้งด้วยระเบิดพลีชีพ

กลุ่มไอเอสยังแก้ลำด้วยการหันไปโจมตีด้วยระเบิดพลีชีพในพื้นที่อื่นๆ อย่างถี่ยิบ รวมทั้งตามเขตยึดครองของรัฐบาลในเมืองต่างๆ จนถึงกลางกรุงแบกแดด ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

สงครามที่โมซุลรอบนี้ ทำให้มีพลเรือนอพยพลี้ภัยอีกกว่า 70,000 คน ยังติดค้างอยู่ในเมืองอีกกว่า 1 ล้านคน รวมทั้งในเขตตะวันออกของเมืองราว 600,000 คน โดยสถานการณ์ไม่ต่างจากที่เมืองอะเลปโปในซีเรีย ซึ่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าถึงยากลำบาก ชาวบ้านทุกข์ยากแสนสาหัส

สัปดาห์ที่แล้วยูเอ็นเตือนว่า ชาวเมืองโมซุลกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้อย่างหนักถึงขั้น “หายนะ” เพราะแหล่งน้ำสำคัญๆ รวมทั้งระบบน้ำประปาถูกทำลายย่อยยับจากการสู้รบ ข่าวบางกระแสระบุว่า สาเหตุมาจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ แต่รัฐบาลอิรักอ้างว่ากลุ่มไอเอสจงใจทำลายแหล่งน้ำเพื่อตอบโต้การรุกโจมตี
สงครามที่โมซุลอาจกินเวลาอีกหลายเดือน กว่าจะรู้ผลแพ้ชนะ!

ส่วนที่ “ลิเบีย” ในภูมิภาคแอฟริกาเหนือ กลุ่มไอเอสก็กำลังเพลี่ยงพล้ำในฐานที่มั่นที่เมืองเซิร์ต หลังกองทัพรัฐบาลลิเบียซึ่งมีสหรัฐฯ ช่วยสนับสนุนการโจมตีทางอากาศรุกโจมตีกลุ่มไอเอสตั้งแต่ 6 เดือนก่อน ทำให้นักรบไอเอสแตกกระจัดกระจาย ยังปักหลักอยู่ในเมืองเซิร์ตไม่กี่ร้อยคน

ในภูมิภาคอื่นๆ การสู้รบยังปะทุรุนแรงใน “เยเมน” ไปจนถึง “ซูดานใต้” ในปีหน้าหรือ “ปีระกา” สงครามบนโลกใบนี้จะยังดุเดือดเลือดนอง วี่แววสันติภาพเลือนรางต่อไป!

บวร โทศรีแก้ว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้