วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ต่อรองขอประกัน ‘ธัมมชโย’ตั้งแง่ ศรีวราห์บีบหนัก จัด7กองร้อยรอ

ต่อรองขอประกัน ‘ธัมมชโย’ตั้งแง่ ศรีวราห์บีบหนัก จัด7กองร้อยรอ

  • Share:

เผยผลหารือ บีบ “พระธัมมชโย” มอบตัว ระหว่างดีเอสไอ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และตัวแทนวัดพระธรรมกายระบุพระธัมมชโยพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ขอความมั่นใจเรื่องประกันตัว ด้านอัยการ “ขจรศักดิ์” ชี้การให้ประกันตัวเป็นอำนาจอัยการและศาล ส่วน ผบ.ตร.เผยนายกรัฐมนตรีห่วงเรื่องการปะทะ-หวั่นบานปลายหากใช้กำลังบุกจับถึงวัด ขณะที่ศรีวราห์ยืนยันจัดหนักตามที่ดีเอสไอร้องขอ เตรียมกำลัง 6-7 กองร้อย รวมถึงหมอ อีโอดี สุนัขตำรวจ และเฮลิคอปเตอร์ ลุยหลัง 10 ธ.ค. หาก พศ. การเจรจานำล้มเหลว

ความพยายามในการติดตามจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในฐานความผิดสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอ ใช้วิธีกดดันพระราชภาวนาจารย์ หรือทัตตชีโว รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ให้นำพระธัมมชโยมามอบตัว ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดฐานให้ที่พักพิงผู้ต้องหาและอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 2 ธ.ค. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงษ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปพร้อมกับนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าเจรจากับวัดพระธรรมกาย เพื่อติดต่อให้พระธัมมชโย ยินยอมเข้ามอบตัว ก่อนหน้านี้ ดีเอสไอได้ทำหนังสือถึงเจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย แต่รอการตอบรับอยู่ ขั้นตอนต่อไปขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองในบ่ายวันนี้ หากไม่สำเร็จจะเตรียมดำเนินการตามแผนที่วางไว้

“การดำเนินงานของดีเอสไอ คนละส่วนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ประสานงานร่วมกันตลอด มีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม ส่วนภาพที่ปรากฏของรถดีเอสไอเข้าตรวจสอบรอบวัดพระธรรมกายเมื่อวานที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งของการข่าว ยืนยันว่าจะทำตามขั้นตอนของกฎหมายและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมด้านล่างห้องแก้วสารพัดนึก วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ ได้เข้าหารือกับวัดพระธรรมกาย มีผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย 3 รูปคือ พระวิเทศธรรมาภรณ์ พระวิเทศภาวนาธรรม พระครูภาวนาสุธรรมวิเทศ เป็นตัวแทนวัด โดยทางวัดได้นำกระดาษเอสี่ มาปิดช่องกระจกประตูห้องประชุม เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกมองเห็นด้วย

หลังการหารือนาน 3 ชั่วโมง มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวบริเวณประตู 7 วัดพระธรรมกาย โดยนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ ดีเอสไอ กล่าวว่า ผลจากการหารือ วัดพระธรรมกายและคณะศิษย์ ระบุว่า พระธัมมชโยพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย แต่ขอความมั่นใจในเรื่องการประกันตัว ขณะที่พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วย ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า การเจรจามีบรรยากาศที่ดี มีความเข้าใจร่วมกัน เป็นที่น่าพอใจ ดีเอสไอก็ได้แจ้งเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ จะนำผลการหารือแจ้งไปยังผู้บริหารของทางวัดต่อไป

ทั้งนี้การแถลงข่าวใช้เวลาเพียง 5 นาที และภายหลังการแถลงข่าว ทั้งหมดได้ลุกเข้าไปในห้องประชาสัมพันธ์ ประตู 7 ทันที ผู้สื่อข่าวได้พยายามเข้าสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากนายพิสิฐชัย แต่ก็ถูกพระวัดพระธรรมกายกันสื่อออกมา และนำตัวนายพิสิฐชัย เข้าไปในห้องประชาสัมพันธ์เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นายพนม ศรศิลป์ ผอ.พศ.ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงผลการหารือว่า การเข้าพบในวันนี้ได้ข้อสรุปเบื้องต้น 2 ส่วน คือ 1. วัดพระธรรมกายขอหลักประกันว่า หากพระธัมมชโย เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขอให้ได้ประกันตัว 2.ทางวัดพระธรรมกายขอความยุติธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยทั้งข้อหารือ 2 ส่วน เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ขอให้ดีเอสไอไปหารือตามข้อเจรจาดังกล่าว เพราะมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในเรื่องข้อกฎหมายว่า จะให้ประกันตัวหรือไม่ให้ประกันตัว ส่วน พศ.และเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานให้ดีเอสไอ เข้ามาหารือกับวัดพระธรรมกายแล้ว อย่างไรก็ตาม คงต้องติดตามดีเอสไอว่าจะมีความเห็นเช่นไรต่อข้อหารือดังกล่าว

นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่มารอสัมภาษณ์ ว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะเดินทางมาที่วัดพระธรรม–กาย ส่วนเรื่องอาการอาพาธพระธัมมชโย และเรื่องเกี่ยวกับข้อกฎหมายอื่นๆ ขออนุญาตไม่ขอตอบใดๆ ส่วนที่มีข่าวถึงการที่ประชาชนเดินทางรวมพลที่วัดพระธรรมกายจำนวนมากเพื่อมาเป็นกำแพงมนุษย์นั้นไม่เป็นความจริง ประชาชนที่เดินทางมาเพื่อมาประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์ ภาวนาจิตเพื่อถวายเป็นพระราช กุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชกันตามปกติเท่านั้น

เย็นวันเดียวกัน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าหลังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าเจรจากับวัดพระธรรมกายว่า ยังไม่ได้รับรายงานจาก พศ.ว่าผลการพูดคุยเป็นอย่างไร ซึ่งกระบวนการต่อไปต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยมีกระทรวงยุติธรรมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการต่อ และนอกเหนือจากการเจรจาทางคณะสงฆ์ยังมีวิธีการอื่นๆอีก อาทิ มาตรการทางการปกครอง เป็นต้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ทำหนังสือถึงเจ้าคณะใหญ่หนกลางเพื่อขอความร่วมมือ 2 เรื่อง คือ 1.ขอให้นำพระธัมมชโยมารับทราบข้อกล่าวหาและใช้สิทธิต่อสู้คดี 2.หากดีเอสไอจำเป็นต้องเข้าไปตรวจค้น ต้องมีผู้แทนคณะสงฆ์ร่วมตรวจค้นด้วย ขณะนี้เจ้าคณะใหญ่หนกลางได้แจ้งไปยังเจ้าคณะปทุมธานีให้ไปดำเนินการแล้ว

ส่วนนายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 สำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยหลังทราบว่าวัดพระธรรมกายยื่นข้อเสนอหากพระธัมมชโยมอบตัว จะต้องให้ประกันตัวว่า กรณีนี้หากพระธัมมชโยมอบตัวจริง พนักงานสอบสวนดีเอสไอ มีหน้าที่เพียงนำตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานอัยการตามหลักกฎหมายเท่านั้น ซึ่งการที่ผู้ต้องหามอบตัว คาดว่าพนักงานสอบสวนดีเอสไอจะไม่ค้านประกันตัว เนื่องจากเป็นการมอบตัว ไม่ได้จับกุม ส่วนจะให้ประกันตัว หรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของอัยการและศาล

ก่อนหน้านี้ ช่วงสายวันเดียวกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ขั้นตอนต่อไปต้องรอ หลัง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ได้ดำเนินการไปแล้ว ถ้าถึงเวลายังไม่มามอบตัว ตำรวจมีขั้นตอนดำเนินการ กรมสอบสวนคดีพิเศษและ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ประสานกันตลอด การที่จะนำกำลังเข้าไปบุกจับทำได้ แต่เจ้าหน้าที่ห่วงเรื่องการปะทะ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขณะเดียวกัน ได้ประสานกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ฝ่ายปกครองของพระสงฆ์อีกทาง ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน สังคมตัดสินได้อยู่แล้วใครเป็นอย่างไร การกระทำที่ผ่านมาของวัดพระธรรมกาย อยากให้สังคมไปคิดเอา

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ประสานกับวัดพระธรรมกายมาโดยตลอด ขณะนี้อยู่ที่วัดจะคิดยังไง เรื่องนี้ให้สังคมตัดสินแล้วกันใครผิดใครถูก การกระทำต่างๆที่ผ่านมา มองว่าเป็นการกระทำที่กดดันเจ้าหน้าที่เสียมากกว่า ไม่เห็นมีใครไปกดดันฝั่งโน้นเลย สื่อมวลชนต้องเป็นกลางให้ความเป็นธรรมด้วยว่าใครเป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้ว กฎหมายให้ขอบเขตแค่ไหนดำเนินการตามนั้น อย่าเอาเรื่องนี้ไปเปรียบเทียบกับการบุกจับผู้มีอิทธิพล คนละเรื่องกัน ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงเรื่องการปะทะ ไม่อยากให้เกิดเหตุอย่างนั้น และเราจะไม่กระทำการอย่างนั้น เพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุบานปลาย ส่วนตัวเชื่อว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัด ส่วนจะมอบตัวหรือไม่ อย่างไร อยู่ที่พระธัมมชโย อยู่ที่ท่านจะรับผิดชอบต่อสังคมอย่างไร

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ทราบจากพนักงานสอบสวน ได้ยื่นหนังสือไปที่วัดพระธรรมกายแล้ว ให้รักษาการเจ้าอาวาสนำพระธัมมชโยมามอบตัว ถ้าไม่นำมามอบตัวก็ดำเนินคดีรักษาการเจ้าอาวาสและผู้ที่ออกมายืนยันว่าพระธัมมชโยอยู่ในวัด วันที่ 3 ธ.ค. ในข้อหาให้ที่พักพิงคนร้าย อย่างที่เคยเรียนไปก่อนหน้า เชื่อว่าพระธัมมชโยอยู่ในวัด 80 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ต้องมีผู้รับผิดชอบ เบื้องต้น ผบ.ตร.ให้ดำเนินการตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษร้องขอ จากการประชุม กรมสอบสวนคดีพิเศษให้สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าไปดำเนินการก่อน แต่ต้องไม่เกินวันที่ 10 ธ.ค. หากไม่แล้วเสร็จจากนั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเข้าไปดำเนินการต่อ

การเข้าตรวจค้นหรือขอหมายค้นเป็นเรื่องของกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้ร้องขอ ส่วนตำรวจจัดกำลังตามที่ร้องขอ 6-7 กองร้อย รวมถึงหมอ พยาบาล อีโอดี สุนัขตำรวจ และเฮลิคอปเตอร์ ส่วนแผนการดำเนินการเป็นอย่างไร ต้องไปถามกรมสอบสวนคดีพิเศษ

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนทราบว่าพระธัมมชโยบุกรุกป่า บุกรุกที่สาธารณะของแผ่นดิน ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์ พูดง่ายๆ ทรัพย์ต่างๆถูกยึดไปรวบรวมไว้ที่ ปปง.หมดแล้ว ถามว่าขณะนี้สังคมกดดันเจ้าหน้าที่หรือไม่ ต้องตอบว่าสังคมกดดันวิอาญาไม่ได้ วิอาญาคือการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ยืนยันไม่เกิน 3 เดือน จะได้คำตอบชัดเจนว่าพระธัมมชโยยังอยู่หรือว่าไม่อยู่ แต่ขณะนี้ถ้าให้ตอบตามหลักการยังถือว่าอยู่ เพราะยังไม่มีหลักฐานออกนอกประเทศ แต่ถ้าพระธัมมชโยไม่อยู่ ก็เหมือนผู้ต้องหาหลบหนีตามปกติ และจะได้สรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการมีความเห็นทางคดีไป เจ้าหน้าที่ดำเนินการหมดแล้ว ขาดแต่ผู้ต้องหาเพียงอย่างเดียว ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นมากกว่านี้ ไม่น่าจะมี เว้นแต่ไม่ได้เอาตัวผู้กระทำผิดมาพิจารณาโทษทางอาญา สำนวนทางตำรวจพร้อมหมดแล้ว แต่ที่ยังไม่สรุปสำนวน เพราะเมื่อสรุปสำนวน อำนาจสอบสวนก็ขาด อำนาจตามวิอาญาจะขาดไป แต่ยังจะพยายามหาหลักฐานเพิ่มเติม ว่ายังเข้าไปบุกรุกที่ไหนอีกหรือไม่ เรื่องนี้จะต้องจบตามกฎหมาย

อีกด้านหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดำเนินการกับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หลังเลยกำหนดให้มอบตัวภายในวันที่ 30 พ.ย. ว่า ในแง่สถานภาพของพระธัมมชโย ถ้าให้ประกันก็จบ แต่ถ้าหากไม่ให้ประกันจะทำอย่างไร อย่าว่าแต่พระเลย หากกรณีโดนจับแล้วไม่ให้ประกันก็ต้องเข้าสู่การควบคุมตัว เราไม่มีการควบคุมตัวพระ ฉะนั้นต้องทำให้ท่านพ้นจากความเป็นพระถึงจะควบคุมตัวได้ ยังตอบไม่ถูกตรงนี้ ยังไม่มีคำตอบในอนาคตว่าจะเดินไปอย่างไร ลำพังการที่พระถูกตั้งข้อกล่าวหานั้นไม่เป็นเหตุให้พ้น แต่เมื่อไหร่ที่ถูกควบคุมตัวหรือถูกขังและไม่ให้ประกัน ต้องทำให้พ้นจากการเป็นภิกขุภาวะ คือต้องทำให้สึกก่อน คำว่าสึกคือสึกเอง หรือหาพระมาสึกให้ ไม่เคยเอาพระทั้งผ้าเหลืองใส่คุก

เมื่อถามว่ากรณีให้มีการอาบัติต้องรอคดีสิ้นสุดก่อนหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องของอาบัติอาจอาศัยเหตุของบ้านเมืองมาเกื้อหนุนได้ แต่ไม่ใช่เป็นเรื่องอาบัติโดยอัตโนมัติ คำว่าจะสึก จะเรียกว่านิคหกรรมคือการลงโทษที่สงฆ์กระทำความผิด ฉะนั้นถ้าเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดถึงขั้นต้องสึก และการอาบัติมีหลายขั้นหนักสุดคือ ปาราชิก คืออาบัติหนักทำให้พ้นไปโดยอัตโนมัติ ตรงนี้ต้องมีกรณีความผิดทางพระด้วย ส่วนกรณีความผิดทางบ้านเมืองบางอย่างเป็นความผิดทางพระด้วยคือสึกได้ แต่ความผิดทางบ้านเมืองบางอย่างไม่ใช่ ทุกอย่างอย่าไปทึกทักเอากรณีฆราวาสไปเทียบกับของพระไม่เหมือนกัน

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตอบคำถามผู้สื่อข่าว สั้นๆ ถึงความมั่นใจว่าพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ยังอยู่ในวัดหรือไม่ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดูแลตรวจสอบอยู่แล้ว ต้องปล่อยให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตำรวจได้ทำงาน เมื่อถามย้ำว่าแล้วพระธัมมชโยยังอยู่ในวัดพระธรรมกายหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมไม่บอกอะ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้