วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรมการขนส่งทางบก จัดเก็บภาษีรถเดือน ต.ค.ในเขต กทม.กว่า 579 ล้าน

กรมการขนส่งทางบก จัดเก็บภาษีรถเดือน ต.ค.ในเขต กทม.กว่า 579 ล้าน

  • Share:

กรมการขนส่งทางบก จัดเก็บภาษีรถประจำปีในเขต กทม.เฉพาะเดือน ต.ค. 59 ได้กว่า 579 ล้านบาท พร้อมมุ่งมั่นพัฒนางานทุกด้านอย่างมืออาชีพ สร้างความพึงพอใจและการยอมรับจากประชาชนต่อไป

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 59 นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกได้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนสามารถเลือกชำระภาษีรถประจำปีผ่านช่องทางต่างๆ เฉพาะเดือน ต.ค. 59 สามารถจัดเก็บภาษีรถในเขต กทม.ได้ทั้งสิ้น 579,977,623.50 บาท ซึ่งพบว่าประชาชนยังนิยมใช้บริการรับชำระภาษีรถประจำปี ณ สำนักงานขนส่ง กทม.พื้นที่ 1–5 ของกรมการขนส่งทางบกมากที่สุด จำนวน 331,178 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 391,194,662.70 บาท

ขณะที่ อันดับที่ 2 ได้แก่ การใช้บริการรับชำระภาษีรถผ่านช่องทาง “เลื่อนล้อ ต่อภาษี” (Drive Thru for Tax) ชำระภาษีโดยไม่ต้องลงจากรถ จำนวน 62,571 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 108,749,202.51 บาท และการใช้บริการชำระภาษีรถที่ห้างสรรพสินค้า ในวันเสาร์–อาทิตย์ ตามโครงการ “ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี” (Shop Thru for Tax) มีผู้ใช้บริการ จำนวน 35,489 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 51,053,963.94 บาท

ขณะเดียวกัน การรับชำระภาษีรถผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์ www.dlte-serv.in.th สามารถจัดเก็บภาษี ได้ทั้งสิ้น 11,511,682.15 บาท และที่ศูนย์บริการร่วมคมนาคม เชิงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน ที่ให้บริการทุกวันจันทร์–ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30–15.00 น. สามารถจัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 9,500,022.17 บาท

นอกจากนี้ เป็นการรับชำระภาษีรถผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส สามารถจัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 6,399,132 บาท ผ่านไปรษณีย์และผ่านโทรศัพท์มือถือ จัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 1,568,958.03 บาท ซึ่งปัจจุบันเจ้าของรถสามารถชำระภาษีรถล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน โดยต้องเป็นรถที่ไม่ค้างชำระภาษีรถเกินกว่า 1 ปี สำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปี หรือรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปี ต้องมีใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) มาแสดงด้วย

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก มุ่งมั่นพัฒนางานด้านบริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานบริการ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของกระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางบก ที่ต้องการพัฒนารูปแบบการให้บริการประชาชนให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการสภาพสังคมปัจจุบัน ไลฟ์สไตล์ของประชาชน

นายณันทพงศ์ กล่าวอีกว่า ยกตัวอย่างเช่นการนำระบบ QR Code มาเป็นช่องทางเข้าถึงแอพพลิเคชั่น DLT eForm ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นให้ข้อมูลการให้บริการด้านทะเบียนและภาษีรถ เช่น หลักฐานที่ใช้ ขั้นตอน สถานที่ดำเนินการ พร้อมดาวน์โหลดหรือกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ Smart Phone เพื่อนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทั้งสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอน และลดระยะเวลาในการติดต่อราชการ

นอกจากนี้ ได้จัดตั้ง“ศูนย์ราชการสะดวก (Government Easy Contact Center : GECC)” เพื่อให้บริการประชาชนติดต่อสอบถามข้อมูล และให้คำแนะนำต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกตั้งแต่ที่เดินทางมาติดต่อราชการ โดยให้จัดตั้งศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ที่กรมการขนส่งทางบก จตุจักร สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–4 และสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้