วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชาวอุบลฯ ร้องโดนปลอมเอกสารเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อเอาไปกู้เงิน กรอ.

ชาวอุบลฯ ร้องโดนปลอมเอกสารเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อเอาไปกู้เงิน กรอ.

  • Share:

ชาวอุบลฯ กว่า 10 คนร้องมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น หรือ UMT หลังโดนปลอมแปลงเอกสารเข้าเรียนเพื่อกู้เงิน กรอ. กว่าเรื่องจะแดงก็โดน จม.ทวงหนี้ ขณะที่ตัวแทน UMT บอกจะเร่งดำเนินการเต็มที่

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 59 จากกรณีที่มีกลุ่มผู้เสียหายไปแจ้งความต่อ พ.ต.ต.วิจักษ์ สายเบาะ ให้ดำเนินคดีกับอธิการบดี มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น UMT พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องหลังจากถูกปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์เข้ากู้ยืมเงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกพันรายได้ในอนาคต (กรอ.) จนถูกฟ้องร้องเรียกเงินคืน โดยอ้างว่าไม่ได้ทำสัญญาและไม่ได้เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย

นายศรัณย์ งามอัครไพบูลย์ รองอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยรับทราบข้อมูลแล้ว และได้รับเรื่อง รวมถึงกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะถ้าหากไม่ได้กู้ยืมทำไมถึงมีเอกสารของนักศึกษา ทำไมถึงมีลายเซ็นของนักศึกษา คงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ซึ่งช่วงเวลาที่เกิดเหตุอยู่ปี 2549 ขณะนี้ผ่านมาแล้ว 10 ปี หลายๆ คน รวมทั้งตนเองก็ไม่ได้อยู่ในช่วงเหตุการณ์ เอกสารหลักฐานต่างๆ ต้องไปค้นหาตรวจสอบอีกที

เบื้องต้น จากการตรวจสอบจากฐานระบบทะเบียนไปแล้วบางส่วนว่ามีรายชื่อนักศึกษาหรือไม่ เคยมาเรียนหรือไม่อย่างไร ส่วนจะมีการทุจริตหรือไม่นั้นตนเองไม่ทราบ เพราะตนไม่ได้อยู่ในช่วงที่เกิดเหตุ ปี 2549 อย่างไรก็ตาม ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้ทำตรวจสอบไปแล้วบางส่วน และได้มีการคืนเงินให้กับทาง (กรอ.) ไปบ้างแล้ว

นายศรัณย์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับนักศึกษาที่มีปัญหาสามารถเข้ามาติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยได้ตลอดเวลา ทางมหาวิทยาลัยกำลังดำเนินการแก้ไขให้โดยที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต้องดูเป็นรายๆ ไปเพราะแต่ละคนมีปัญหาที่ไม่เหมือนกัน

ทางด้าน นายพาโชค กิจสวัสดิ์ไพศาล อายุ 32 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค.59 ที่ผ่านมา ตนเองได้รับหมายเรียกจากศาลแขวงอุบลราชธานี ให้เข้ามาไกล่เกลี่ยกรณีที่ผิดสัญญา หรือ บันทึกกู้ยืมเงิน (กรอ.) ซึ่งที่ผ่านมาตนเองไม่เคยไปทำสัญญากู้ยืมเงินกับทางมหาวิทยาลัยดังกล่าวแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าเคยเอาเอกสารสำเนาบัตรประชาชนให้กับเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยไปแค่ 1 ชุด แต่ไม่เคยกรอกใบสมัครเรียนหรือกู้ยืมเงินกับทางมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น

นายพาโชค กล่าวถึงเหตุผลการให้เอกสารไปกับทางเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยว่า ตนเองและเพื่อนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี และเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลอยู่แล้ว ต่อมา พ่อของเพื่อนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ชักชวนมาเล่นบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น โดยได้ขอเอกสารเป็นสำเนาบัตรประชาชนไปเป็นหลักฐานประกอบการเล่นบาส โดยที่ไม่ได้ไปเรียน จากนั้นก็มีเอกสารการทวงหนี้มาที่บ้าน กว่า 1 แสนบาท เมื่อติดต่อทางมหาวิทยาลัย ก็บอกว่าจะตรวจสอบให้ จนมีหมายศาลเรียกให้ไปไกล่เกลี่ย เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 59 ที่ผ่านมา โดยที่ทางมหาวิทยาลัยไม่ให้การรับผิดชอบใดๆ เลย

ด้าง นางมุธิตา จุลทัศน์ อายุ 31 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อปี 2549 ได้มีนายหน้ามาหานักศึกษาตามหมู่บ้าน โดยให้กรอกเอกสารสมัครเรียนไว้เพื่อเป็นการจองที่เรียน หลังจากนั้นตนเองไม่ได้ไปติดต่อเกี่ยวข้องกับทางมหาวิทยาลัย นอกจากที่กรอกเอกสารการจองที่เรียนไว้ครั้งนั้น ผ่านไป 4 เดือน ก็มีเอกสารผลการเรียนส่งมาที่บ้าน โดยผลการเรียนติด F ทุกวิชา ตนจึงได้เข้ามาติดต่อสอบถามที่มหาวิทยาลัยว่าทำไมมีผลการเรียนมาที่บ้านทั้งที่ไม่เคยไปเรียน ไม่เคยไปมอบตัว และไม่เคยทำเอกสารการกู้ยืมเงินกับทาง (กรอ.)

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งกลับมาว่าให้กรอกเอกสารลาออกจากการเป็นนักศึกษา หากไม่กรอกเอกสารการลาออกก็ต้องหาเงินมาชำระทางมหาวิทยาลัยจำนวน 30,000 บาท ซึ่งตนเห็นว่าน่าจะยุติจึงได้กรอกเอกสารลาออก ต่อจากนั้นปี 2555 ก็มีเอกสารจากทางธนาคารกรุงไทยแจ้งมาที่บ้านว่าตนเองเป็นหนี้จำนวน กว่า 1 แสนบาท เมื่อสอบถามไปยังธนาคารกรุงไทย ก็ได้คำตอบเพียงว่าให้ติดต่อไปยังมหาวิทยาลัยที่เป็นผู้ทำสัญญา แต่ก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน แจ้งเพียงว่าหากเงินเดือนไม่ถึง 15,000 บาท ก็ไม่ต้องจ่าย ซึ่งตนก็กลับมาจนมีหมายศาลมาให้ไปไกล่เกลี่ยดังกล่าว จากเหตุการณ์ครั้งนี้ตนเองได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากต้องเสียสุขภาพจิต เสียเงินในการสู้คดี เสียเวลางาน โดยที่ตนเองไม่ได้เป็นคนก่อ

นางทัศนีย์ อมรวงศ์ อายุ 60 ปี มารดาของนายธงชัย อมรวงศ์ อายุ 29 ปี อีกหนึ่งผู้เสียหาย กล่าวว่า ตอนนี้ลูกชายทำงานที่ กทม. ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก กรณีของลูกชายก็อยู่ในลักษณะเดียวกันกับ นายพาโชค ที่มาเล่นบาสเกตบอลให้กับทางมหาวิทยาลัย หลังจากที่ให้เอกสารไปก็ถูกหมายศาลให้ไปไกล่เกลี่ยเงินกู้ กรอ ทั้งที่ไม่เคยไปสมัครเรียนเลย มีแต่เจ้าหน้าที่ของทางมหาวิทยาลัย ที่เอาเอกสารไปประกอบการเล่นบาสเกตบอลของทางมหาวิทยาลัยเท่านั้น

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนซึ่งเป็นแม่ก็ไม่สบายใจ ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรม หรือหน่วยงานรัฐก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน บางแห่งก็เงียบหายไป ตนจึงอยากจะขอความช่วยเหลือจาก ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกรัฐมนตรี หรือ สื่อมวลชน ให้การช่วยเหลือตนเองและเด็กๆ เพราะคนที่กระทำผิดนำเงินของรัฐบาล เงินภาษีไปใช้อย่างลอยนวล แต่พวกเด็กๆ กลับต้องถูกฟ้องร้องเป็นคดีความเสียเงินจ้างทนายสู้คดี

ขณะที่ พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี กล่าวว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำผู้เสียหาย รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนที่จะพิจารณาว่าจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาใครบ้าง ในเบื้องต้น คาดว่าน่าจะเป็นการปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ของผู้อื่น แต่ทั้งนี้ต้องทำการสอบสวนข้อเท็จจริง ดูพยานหลักฐานก่อนที่จะดำเนินการต่อไป

แหล่งข่าวรายหนึ่งในมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น ให้ข้อมูลว่า การบริหารจัดการในช่วง ปี 2549 นั้นจะมีทีมการตลาดที่ออกตามพื้นที่เพื่อหานักศึกษามาเรียนที่มหาวิทยาลัย โดยการทำงานจะแบ่งออกเป็นฝ่าย เมื่อฝ่ายการตลาดนำเอาเอกสารมาส่งมอบให้ฝ่ายทะเบียน ก็จะทำการขึ้นทะเบียนนักศึกษา จากนั้นก็จะส่งให้ฝ่ายเงินกู้กองทุนทำเรื่องกู้ยืม โดยที่แต่ละฝ่ายจะไม่ทราบว่าเอกสารนั้น ได้มาโดยชอบหรือไม่อย่างไร จึงเป็นช่องโหว่ที่อาจจะมีการทุจริต หรือผิดพลาดได้ นักศึกษาจะไม่ทราบจนมีจดหมายทวงหนี้หรือถูกฟ้องร้อง

ทั้งนี้ จะได้ติดตามตรวจสอบและเสนอความคืบหน้าต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้