วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บิ๊กตู่ ตีปี๊บ 'ประชารัฐ' 5 พันโครงการ ขอทุน 2.2 ล้านล้านบาท

บิ๊กตู่ ตีปี๊บ 'ประชารัฐ' 5 พันโครงการ ขอทุน 2.2 ล้านล้านบาท

  • Share:

นายกฯ ยกเพลงพระราชนิพนธ์ "ยิ้มสู้" ให้กำลังใจคนไทย ย้ำ 4 ธ.ค.ดีเดย์ทั่วประเทศกำจัดผักตบ แจ้งข่าวดีข้าวหอมมะลิไทยดีที่สุดในโลก เผย "ประชารัฐ" มี 5 พัน โครงการ ขอลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท ระบุเข้าสู่ฤดูหนาวอากาศเปลี่ยนแปลง แนะประชาชนออกกำลังกายดูแลสุขภาพ สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวไม่ให้ซ้ำซ้อน

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ตอนหนึ่งว่า องค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ 3 ธ.ค.ของทุกปีเป็น "วันคนพิการสากล" จึงขอนำเรื่องของนายช่วง โพธิรัญ อายุ 68 ปี ผู้บกพร่องทางสายตาศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ซึ่งตั้งขึ้นมาด้วยแนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ทำให้คนตาบอดมีความพร้อม มีศักยภาพและความสามารถได้รับโอกาสทางการศึกษา สามารถเข้าเรียนและสอบชิงทุนไปเรียนในสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศ จนขณะนี้มีคนตาบอดเรียนจบปริญญาเอกเป็นดอกเตอร์หลายคน ทรงมีพระราชประสงค์อยากให้ผู้พิการทางสายตาทุกคนลุกขึ้นมาต่อสู้กับชีวิตไม่ท้อถอยกับโชคชะตา จึงทรงพระราชนิพนธ์เพลง "ยิ้มสู้" เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ผู้พิการทุกคน จนเป็นเพลงที่ให้กำลังใจกับทุกคนในประเทศไทย ให้มีความเพียร ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เผยในหลวง ร.9 ทรงปลอมพระองค์ทรงสอนดนตรีคนตาบอด" บ่อยครั้งที่ พระองค์พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯ มาพระราชทานเลี้ยงอาหารที่โรงเรียนสอนคนตาบอดฯ ช่วงปีใหม่ โดยนายรัชตะ มงคล อุปนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดฯ เล่าว่าสมัยก่อนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาที่โรงเรียนฯ บ่อยมาก เพื่อไปทรงเยี่ยมเยียนนักเรียนผู้พิการทางสายตา หลายครั้งที่พระองค์โปรดที่จะเล่นกับเด็กๆ โดยไม่ให้บอกว่าพระองค์คือใคร แต่ทรงให้ขานพระนามย่อว่า "พล" อีกทั้งยังทรงเป็นพระอาจารย์สอนวิชาดนตรีให้แก่ผู้พิการทางสายตาและทรงเป่าแซกโซโฟน พระราชทานแก่ทุกคนอีกด้วย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ศาสตร์พระราชาให้ความสำคัญกับทุกเรื่อง ไม่ละเลยเรื่องเล็กๆ รวมทั้งการแก้ปัญหาผักตบชวาที่คนส่วนใหญ่มองว่าไร้ค่า ไร้ราคา แต่สามารถนำมาแปรรูปให้เกิดประโยชน์เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น กระเป๋าสาน อาหารสัตว์ หรือปุ๋ยหมัก แปลงให้เป็นทุนสร้างรายได้ดูแลครอบครัวได้ ปัจจุบันผักตบชวากว่า 6 ล้านตัน ทั่วประเทศ สร้างปัญหาและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ ทำให้น้ำเน่าเสียเพราะขาดออกซิเจน ปิดการไหลระบายของน้ำ หรือกีดขวางการขนส่งและการสัญจรทางน้ำ ใน "วันสิ่งแวดล้อมไทย" 4 ธ.ค.ปี นี้ คณะกรรมการอำนวยการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวาที่รัฐบาลนี้ตั้งขึ้น มีมติเห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการ และผังเมือง จัดกิจกรรมรณรงค์ "จิตอาสาประชาร่วมใจแก้ไขปัญหาผักตบชวา" ให้เป็นกิจกรรมหลัก ในวันที่ 4 ธ.ค. นี้ พร้อมกันในทุกจังหวัดทั่วประเทศในการกำจัดผักตบชวาทำเป็น 2 ขั้นตอน คือ 1. มาตรการในการกำจัด ใน 6 เดือน ระหว่างตุลาคม 59 - มีนาคม 60 2. มาตรการในการป้องกันกำหนดให้หน่วยงานท้องถิ่น อำเภอ จังหวัด และประชาชนร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์แก้ไขปัญหานี้ หลังการกำจัดในแหล่งน้ำแล้ว อย่าให้เกิดขึ้นมาใหม่อีกโดยเด็ดขาด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขอให้คนไทยร่วมภูมิใจกับข้าวหอมมะลิของไทย ที่ได้ชื่อว่ามีรสชาติดีที่สุดในโลกครองอันดับ 1 ปี 2016 ในการประกวดข้าวระดับโลก ณ จ.เชียงใหม่ เมื่อ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่มีทั้ง กลิ่น รสชาติ ความเหนียวนุ่ม และรูปร่างลักษณะ โดยใช้วิธีตัดสินแบบไม่ให้กรรมการทราบว่าเป็นข้าวประเภทใด ของประเทศไหน โดยคณะกรรมการตัดสิน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ตัวแทนสมาคมบริษัทที่ปรึกษาเกี่ยวกับการทำอาหารในสหรัฐฯ และพ่อครัวที่มีชื่อเสียงจากประเทศต่างๆ ร่วมกันเป็นกรรมการ ถือเป็นกำลังใจให้กับชาวนาไทย และคนไทยทุกคน การเป็นแชมป์นั้นไม่ง่าย แต่การรักษาแชมป์นั้นยากกว่า จึงขอให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายช่วยกันรักษามาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าด้วยคุณภาพ ความแตกต่างที่ดีของข้าวไทยให้เป็นเกษตรอินทรีย์ที่นิยม มีคุณภาพของตลาดและผู้บริโภคทั่วโลก

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการสร้างกลไก "ประชารัฐ" เพื่อสร้างความเข้มแข็งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดความเหลื่อมล้ำ และก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางได้อย่างไรว่า 1. การใช้กลไกประชารัฐสนับสนุนการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มอาชีพต่างๆ รวมทั้งเกษตรแปลงใหญ่ให้ความสำคัญในการสร้างแบรนด์ และการกำหนดมาตรฐาน ที่เป็นสากล 2. สร้างห่วงโซ่คุณค่าอุปสงค์และอุปทาน ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากให้ครบวงจรต้นทาง กลางทาง ปลายทาง 3. สร้างห่วงโซ่ใหม่ โดยเชื่อมต่อระหว่าง 5 S-Curve เดิม กับ 5 New S-Curve ใหม่ เพื่อนำไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ของไทย 4. ขับเคลื่อนด้วยระบบเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อลดอุปสรรคทางการค้าและอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด และเป็นสากล ทั้งนี้ จากผลการดำเนินการของรัฐบาลช่วงปี 2557 - 2559 ภายใต้วิสัยทัศน์ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" มีความคืบหน้ามีนัยสำคัญ ดังนี้ 1. มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน กว่า 5,000 โครงการ มูลค่าลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท 2. โครงการที่ขอรับการส่งเสริม คิดเป็นร้อยละ 54 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ตามนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งการลงทุนด้านดิจิทัล ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ 3. การส่งเสริมการรวมกลุ่มจังหวัด เป็นคลัสเตอร์ โดยคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ช่วยให้สามารถค้นหา "อัตลักษณ์" ในแต่ละพื้นที่และภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ตลอดจนเสนอแนะแนวทางของการส่งเสริม ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว อากาศเปลี่ยนแปลง รัฐบาลมีความห่วงใย อยากให้ประชาชนในทุกภาคของประเทศ ได้ดูแลสุขภาพตนเอง และลูกหลาน รักษาร่างกายให้อบอุ่น หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ก็ขอให้เข้าไปให้ความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนจากภัยหนาว ตามแผนงานที่ได้ตระเตรียมไว้ โดยให้กระจายกันดำเนินการ อย่าให้เกิดการซ้ำซ้อนพื้นที่ และประชาชน ให้มีการบูรณาการกัน อย่างใกล้ชิด สิ่งสำคัญในการรักษาสุขภาพ ก็คือการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ลดค่าใช้จ่ายของครอบครัว ในการรักษาพยาบาลแล้ว ก็ยังจะช่วยให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน มีสมองที่ปลอดโปร่ง ดังคำกล่าวที่ว่า “จิตใจที่แจ่มใสจะอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์” และเมื่อประชาชนทุกคน แข็งแรงทั้งร่างกาย และจิตใจ ประเทศชาติก็จะเข้มแข็งในที่สุด.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้