วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พระราชกรณียกิจด้านกีฬาของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

พระราชกรณียกิจด้านกีฬาของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

  • Share:

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงเล่นกีฬามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยเฉพาะเมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ทรงเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนจิตรลดา, โรงเรียนมิลฟิลด์ ประเทศอังกฤษ, โรงเรียนนายร้อยดันทรูน ประเทศออสเตรเลีย และโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ซึ่งเมื่อทรงสำเร็จการศึกษา เสด็จฯกลับสู่ประเทศไทย ทรงเล่นฟุตบอลกับข้าราชบริพาร ทหาร ตำรวจ และประชาชน ระหว่างเสด็จฯบ่อยครั้งจนมีการบันทึกในราชกิจจานุเบกษาครั้งเฉลิมพระเกียรติว่า “เจ้าฟ้าดาราลูกหนัง” ของปวงชนชาวไทย

พระองค์ทรงเป็นผู้นำด้านกีฬา ซึ่งประวัติศาสตร์ชาติไทยต้องบันทึกไว้ในกิจกรรมที่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศพร้อมใจกันเดินตามพระราชปณิธานของพระองค์ ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจักรยานพระที่นั่งนำข้าราชการ ประชาชน ในกิจกรรม Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2558 ต่อเนื่องถึงกิจกรรม Bike for Dad ปั่นเพื่อพ่อ วันที่ 11 ธ.ค.ในปีเดียวกัน ซึ่งนอกจากต้องการให้ประชาชนชาวไทยได้ แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ความรักที่มีต่อแม่และแม่ของแผ่นดิน และเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชาติ จุดประสงค์อย่างหนึ่งคือต้องการส่ง เสริมสุขภาพของประชาชนในการออกกำลังกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง ปลูกฝังให้คนทุกวัยได้ ออกกำลังกาย และเสริมสร้างความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา

โดยมีการบันทึกสถิติโลกอย่างเป็นทางการจากกินเนสส์เวิลด์ เรกคอร์ด (The Guinness World Records) งาน Bike for Mom ของประเทศไทย มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมขี่จักรยานพร้อมกันมากที่สุดในโลก 146,266 คัน


นอกจากนี้ พระองค์ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งในฐานะผู้แทนพระองค์และส่วนพระองค์สร้างขวัญเป็นพลังใจให้กับนักกีฬาไทยในการนำความสำเร็จและความภาคภูมิมาสู่ประเทศชาติ พระราชทานรางวัลเกียรติยศ ถ้วยพระราชทานในกีฬาประเภท ต่างๆ อาทิ ฟุตบอล, จักรยาน, ตะกร้อ ฯลฯ รวมถึงถ้วยพระราชทานให้แก่นักมวยไทยยอดเยี่ยมประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2539 มาจนถึงปัจจุบัน ทั้งทรงรับสมาคมกีฬาไว้ในพระราชูปถัมภ์ได้แก่ มวยไทยสมัครเล่น และฟันดาบ

พระองค์ยังได้เสด็จพระราชดำเนินไป เยือนประเทศสเปนอย่างเป็นทางการ ในฐานะพระราชอาคันตุกะของสมเด็จพระราชาธิบดี ฆวนคาร์ลอส ที่ 1 แห่งสเปน เพื่อร่วมในพิธี เปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่เมืองบาร์เซโลนา เมื่อระหว่างวันที่ 22-28 กรกฎาคม พ.ศ.2535 (ค.ศ.1992)

ในครั้งนั้น พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ ได้เข้าเฝ้าฯรับเสด็จ ถวายงานหลายครั้ง ระหว่างที่มีการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 1992 “บาร์เซโลนาเกมส์” โดย พล.ต.จารึกที่ในเวลานั้น ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะนักกีฬา เล่าว่า นอกจากพระองค์ จะเสด็จฯเข้าร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปนแล้ว ยังได้ทอดพระเนตรกีฬามวยสากลสมัครเล่น และว่ายน้ำด้วย


“วันหนึ่งท่านเอกอัครราชทูตที่สเปนได้ประสานมาที่ผมให้มาเข้าเฝ้าฯรับเสด็จพระ องค์ที่โรงแรมซึ่งเป็นที่ประทับของพระราชอาคันตุกะทั่วโลก เป็นการด่วน เนื่องจากพระ องค์ท่านจะไปทอดพระเนตร อาคม เฉ่งไล่ ที่จะขึ้นเวทีชกในรอบแรกๆ พอไปถึงโรงแรมพบว่าลิฟต์เสียต้องเดินขึ้นไปถึงชั้น 34 เลยทีเดียว แต่ก็เต็มใจ เพราะจะได้เข้าเฝ้าฯพระองค์ เมื่อไปถึงก็กราบพระองค์ท่าน จากนั้นพระองค์ท่านตรัสถามผมว่า จะไปดูมวยชกตอน 14.30 น. แต่ทำไมต้องไปก่อนเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่ 12.00 น. ผมก็เลยถวายเทคนิคด้านกีฬาไปว่า แม้เราจะชกคู่ท้ายๆก็จริง แต่เวลาการชกก็อาจเร็วขึ้นได้ ถ้าคู่อื่นๆแข่งขันเสร็จแล้ว เวลาที่กำหนดถูกวางไว้เพียงคร่าวๆ ไม่ได้แน่นอนมากนัก เมื่อพระองค์ท่านได้ทราบก็บอกผมว่า ถ้าอย่างนั้นไปดูด้วยกันเลย”

พล.ต.จารึกกล่าวต่อว่า ในวันนั้นเป็นการชกรอบแรกๆของอาคม ซึ่งต่อมาอาคมก็ได้เหรียญทองแดงมาครอง ไม่เพียงแค่นั้น พระ องค์ยังได้ทอดพระเนตรกีฬาว่ายน้ำ ซึ่งมีนัก กีฬาไทยลงแข่งขันด้วย และในโอกาสที่มีการแข่งขัน ก็ได้ทรงเปิดโอกาสให้คณะนักกีฬา เจ้าหน้าที่ของไทย ที่ร่วมในการแข่งขันครั้งนี้ เข้าเฝ้าฯ ภายในหมู่บ้านนักกีฬาอีกด้วย ซึ่งจำได้ว่า ตอนนั้นนักกีฬา เจ้าหน้าที่ เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านเยอะมาก โดยพระองค์ทรงพูดคุยกับนักกีฬาอย่างเป็นกันเอง

“จำได้ว่าวันนั้นที่นักกีฬา เจ้าหน้าที่ เข้าเฝ้าฯพระองค์ท่าน ภายในหมู่บ้านนักกีฬา พระองค์ท่านทรงพูดคุยกับทุกคนเป็นกันเอง สอบถามว่านักกีฬาเป็นอย่างไร สบายดีหรือไม่ กำชับนักกีฬาเหมือนที่พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เคยบอกไว้ว่า นักกีฬาเป็นทูตทางด้านกีฬา ส่วนการแข่งขัน แพ้ชนะไม่เป็นไร ขอให้สู้เต็มที่เป็นพอ” พล.ต.จารึกกล่าว

และเมื่อกลับมาถึงประเทศไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้อาคม เฉ่งไล่ นักชก เหรียญทองแดงโอลิมปิกเข้าเฝ้าฯเป็นที่ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

ในขณะที่เมื่อครั้งที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาศิลปะการต่อสู้อาเซียน เอเชียน มาเชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 1 เมื่อระหว่างวันที่ 1-9 สิงหาคม พ.ศ.2552 (ค.ศ.2009) พระองค์ในขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จฯแทนพระองค์ทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน ในวันที่ 1 สิงหาคม

ทิโมธี ฟ็อก ซึ่งในช่วงนั้นปฏิบัติงานแทนชีค อาหมัด อัล ฟาฮัด อัล ซาบาห์ ประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ได้กล่าวว่า โอซีเอรู้สึกปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ในวันที่ 1 สิงหาคม สมเด็จพระบรมโอรสา ธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯแทนพระองค์เป็นประธาน และต้องขอบคุณประเทศไทยที่จัดงานกีฬาครั้งแรกของโลก อย่างเอเชียน มาเชียลอาร์ตเกมส์ได้ประสบความสำเร็จ

พระราชกรณียกิจด้านกีฬาของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เป็นที่ ประจักษ์และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้