วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ประกาศ ฉ.13 มรสุมเจอความกดอากาศ ใต้จ่ออ่วม คลื่นยักษ์ซัดฝั่งสุราษฎร์ฯ

ประกาศ ฉ.13 มรสุมเจอความกดอากาศ ใต้จ่ออ่วม คลื่นยักษ์ซัดฝั่งสุราษฎร์ฯ

  • Share:

ภาคใต้ แหลมทองของไทยมีฝนตกหนักช่วงปลายปี จากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ กับความกดอากาศที่เคลื่อนตัวช้าๆ มาจากมาเลเซีย อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เจอคลื่นสูงกว่า 3 เมตรซัดชายฝั่ง จนร้านอาหารพังลงทะเล... 


ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงในอ่าวไทย"
ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 02 ธันวาคม 2559
    

ในช่วงวันที่ 2-5 ธันวาคม 2559 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างช้าๆ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยมีผลกระทบดังต่อไปนี้

ในช่วงวันที่ 2-4 ธันวาคม 2559 มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะสมุย นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ส่วนในช่วงวันที่ 4-5 ธันวาคม 2559 มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ฝนที่ตกสะสม และน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับการสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว ควรใช้ความระมัดระวังในระยะนี้

ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 และประชาชนริมชายฝั่งในภาคใต้ฝั่งตะวันออกระมัดระวังอันตรายจากคลื่นซัดฝั่งไว้ด้วย

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี พื้นที่หมู่ 5 ต.บ้านแหลมทราย อ.ไชยา ได้เกิดคลื่นลมแรง ซัดเข้าร้านสุภาพัน ของนายศักธนัช จันทร์โมรส อยู่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ 5 ต.บ้านแหลมทราย ทำให้โซนนั่งพักรับประทานอาหารซึ่งสร้างด้วยเสาปูน หลังคากระเบื้อง กว้างประมาณ 4 เมตร พังเสียหายทั้งหลัง 

นายศักธนัช จันทร์โมรส กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 2 ธ.ค. ขณะที่ตนเองอยู่ในร้าน คลื่นจากทะเลพัดเข้าหาร้าน โดยมีความสูงของคลื่นกว่า 3 เมตร ทำให้ร้านโซนดังกล่าวพังเสียหายทั้งหลัง ซึ่งก่อนหน้านี้บริเวณนี้ก็มีคลื่นลมแรง ซัดเข้าฝั่งมาเป็นระยะเมื่อเกิดมรสุม แต่ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงจนทำให้ร้านพังเสียหาย

ทางด้านศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 ต.หนองไทร อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ดร.สุทัศน์ วีสกุล รอง ผอ.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ได้นำอุปกรณ์ระบบติดตามสถานการณ์ข้อมูลน้ำและภูมิอากาศ ลงมาติดตั้งที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 หลังจากก่อนหน้านี้มีการประเมินล่วงหน้า ว่าในช่วงต้นเดือนธันวาคมจะมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ โดยระบบคำนวณมีความแม่นยำ ทำให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอุดม เพชรคุด ผอ.ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 เปิดเผยว่านับเป็นการโชคดีที่ สสนก. หรือสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร มาติดตั้งระบบคำนวณล่วงหน้าทำให้ทราบสถานการณ์ จึงได้จัดแบ่งกำลังนำอุปกรณ์ที่ทันสมัยมีศักยภาพสูง ได้แก่ เครื่องสูบน้ำความแรงสูง รถเคลื่อนย้ายคนแบบยกสูง เรือเร็ว เรือท้องแบน และบุคลากรที่มีประสิทธิภาพลงไปประจำในพื้นที่ที่อาจจะเกิดน้ำท่วม หรือเกิดภัยพิบัติ ได้แก่จ.ชุมพร จ.พัทลุง และ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

"จากการคำนวณในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี จะมีผลกระทบจากลมมรสุม มีฝนตกหนักมากที่สุดในคืนวันที่ 2 ธ.ค. และตกมากที่สุดในพื้นที่ จ.สงขลา ปัตตานี และยะลา ซึ่งการมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น" นายอุดม กล่าว.  

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้