วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หมดยุคกระดาษจริงหรือ

หมดยุคกระดาษจริงหรือ

โดย หมัดเหล็ก
3 ธ.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

ในโอกาสมหามงคลของปวงชนชาวไทยทุกหมู่ทุกเหล่าด้วยความปลื้มปีติในพระบารมี พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10

คนไทยทั่วประเทศพร้อมใจกันถวายพระพรขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

วันนี้อยากจะคุยเรื่องการศึกษาที่มีส่วนสำคัญสำหรับมนุษยชาติเป็นอย่างยิ่ง การเรียนรู้ในสังคมยุคปัจจุบันเริ่มจะเปลี่ยนแปลงไป ไม่จำกัดเฉพาะในสถาบันการศึกษาหรือต้องอยู่ในหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งเท่านั้น

แต่การศึกษาอยู่รอบตัวเรา จากเทคโนโลยีที่ทันสมัย สังคมออนไลน์ เข้ามาแทนที่ สังคมกระดาษ การเรียนรู้ด้วยตัวเองเป็นการเรียนรู้ ไปสู่การปฏิบัติมากกว่าจะมุ่งเน้นเรื่องของดีกรีหรือวุฒิการศึกษา

พฤติกรรมการเรียนรู้ที่ต่างออกไปนำไปสู่พฤติกรรมการอ่านของคนทั่วโลกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากการรายงานของ อีเจอินไซท์ ถึงกิจกรรม วางหนังสือแบ่งกันอ่านตามสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ใน กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งพยายามที่จะสร้างกระแสบนสื่อออนไลน์ และได้รับการชื่นชมจากโลกออนไลน์ในกิจกรรมครั้งนี้ โดยมีเซเลบ ดารานักแสดง มาร่วมรณรงค์ด้วยมากมาย

ปรากฏว่า กิจกรรมดังกล่าวฮือฮาในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น เอาเข้าจริงไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ไปใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะในช่วงเวลาที่เร่งรีบหรือมีจำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้ามากจนเกิดความแออัด ไม่สะดวกที่จะไปหยิบหนังสือที่วางไว้ตามสถานี รถไฟฟ้ามาอ่าน

นอกจากนี้ยังมีอคติที่ไม่ดีนักจากเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความสะอาดตามสถานีรถไฟฟ้าต่างๆ เพราะเกรงว่าจะมีคนเอาหนังสือมาทิ้งไว้จนกลายเป็นขยะ และมีแนวโน้มว่า กิจกรรมดังกล่าวจะประสบกับความล้มเหลว เนื่องจากบางสถานีรถไฟฟ้ามีการขนย้ายหนังสือไปกองไว้ใกล้กับถังขยะแล้ว

รวมทั้ง พฤติกรรมการอ่าน ของคนในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ความนิยมในการค้นหาข้อมูลหรือข่าวสารจะไปเน้นที่สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นๆมากกว่า

มีการวิจารณ์ถึงการออกมาเชิญชวนให้คนหันมาอ่านหนังสือเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวของคนดังผ่านทางสังคมออนไลน์ว่า หนังสือก็เหมือนกับจะเป็นเครื่องประดับ เป็นการโชว์ให้คนชื่นชมตัวเองในโลกออนไลน์เท่านั้น

กิจกรรมดังกล่าวน่าจะมีจุดเริ่มต้นที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยนักแสดง เอมม่า วัตสัน ออกมาเป็นพรีเซ็นเตอร์รณรงค์ให้คนรักการอ่าน ซึ่งประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง

แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ถูกมองว่าเป็นกิจกรรมการแสดงออกของบรรดานักแสดงหรือคนดังเท่านั้น ไม่ได้สื่อความหมายหรือจูงใจให้คนหันมารักการอ่านอย่างแท้จริง

นี่เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งที่พอจะเป็นคำอธิบายได้ว่า โลกในอนาคตไม่จำเป็นต้องพึ่งพากระดาษ การใช้กระดาษจะลดลง หนังสือเป็นแค่ของขวัญหรือเครื่องประดับไม่ใช่แหล่งเรียนรู้อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม หนังสือก็ใช่ว่าจะหมดไปจากโลกนี้เสียเลยทีเดียว เพราะหนังสือก็คือบันทึกความทรงจำที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อถึงจุดอิ่มตัวของยุคดิจิทัล มนุษย์จะต้องหันกลับไปพึ่งพาธรรมชาติอีกครั้ง.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้