วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตามรอยธรรมราชา ราชาผู้ทรงคุณธรรม

ตามรอยธรรมราชา ราชาผู้ทรงคุณธรรม

  • Share:

“ธรรมราชา” หมายถึงพระราชาผู้ทรงด้วยคุณธรรม

ดังเช่นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงบุกบั่นขึ้นไปสัมผัสวิถีชุมชนคนแต่ละเผ่าพันธุ์บนดงดอย

เพื่อชักชวนให้เลิกเคลื่อนย้ายถิ่นฐานแทนการคุกคามป่าอันเป็นแหล่ง ต้นน้ำลำธาร กับหันมาปลูกพืชผักผลไม้เมืองหนาวแทนการปลูกฝิ่น...ซึ่งทรงกระทำได้สำเร็จตามพระราชประสงค์

มาคู่ เตชะโสภณ อดีตผู้จัดการทั่วไปรีสอร์ตธรรมชาติอ่างขาง และ ปัจจุบันก็ยังคงทำหน้าที่วิทยากรให้ความรู้แก่กลุ่มนักศึกษาที่เข้าสู่โครงการเดินตามรอยพ่อภายใต้มูลนิธิโครงการหลวงบนดอยอ่างขาง กล่าวไว้ว่า...

“ชนเผ่าเหล่านั้นเมื่อยุติการเคลื่อนย้าย และดำเนินชีวิตอยู่กับการทำเกษตรสร้างผลผลิตออกสู่ตลาด สามารถปรับเปลี่ยนคุณภาพชีวิตใหม่ได้เมื่อฟ้ามาโปรด ทั้งด้านสังคมความเป็นอยู่ การศึกษาที่ต่อยอดไปถึงลูกหลาน และสาธารณสุขประจำชุมชน”

นอกจากนี้แล้ว พื้นที่ดังกล่าวยังได้รับการส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวรองรับคลื่นนักท่องเที่ยว ที่พากันเดินทางขึ้นไปท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอยในผลิตภัณฑ์ชุมชน ภายใต้มูลนิธิโครงการหลวง หรือโครงการตามพระราชดำริที่มีอยู่ทั่วทุกภูมิภาค

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ที่พระองค์ทรงมีเป็นปฐมบท

ต่อคนบนดอย และต่อมา...ได้กลายเป็นต้นน้ำแห่งการส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้น มิได้หมายความว่าในช่วงกาลเวลาที่ผ่านมา สายพระเนตรของพระองค์จะปราศจากความสนพระทัยในเรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ซึ่งสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนอยู่ภายในประเทศได้อย่างมหาศาลเอาเสียเลย มีสิ่งซึ่งปรากฏอยู่บนบันทึกประวัติศาสตร์บทหนึ่งว่า...

เมื่อปี พ.ศ.2502 ที่เจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเคนท์ สหราชอาณาจักร คราเสด็จเยือนประเทศไทย ครั้งนั้นพระองค์ได้ทรงนำเจ้าหญิงแห่งเคนท์ เสด็จฯวัดพระศรีรัตนศาสดารามฯและพระบรมมหาราชวัง พร้อมทรงเล่าเรื่องราวความเป็นมาด้วยพระองค์เอง ราวกับทรงทำหน้าที่มัคคุเทศก์ต่อพระราชอาคันตุกะ

พระราชกรณียกิจครั้งนั้นนิตยสารชื่อ Thailand Illustrate ได้มี การอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระองค์ขณะนำเสด็จฯ เจ้าหญิงแห่งเคนท์ ลงพิมพ์เผยแพร่บนปกหนังสือฉบับนั้นอีกด้วย

พอปี 2503 ไทยก่อตั้งองค์กรท่องเที่ยวชื่อ “องค์การส่งเสริมการท่อง- เที่ยวแห่งประเทศไทย (อ.ส.ท.)” เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปีนั้นมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาเพียง 80,340 คน...

3 ปีถัดมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงใส่พระทัยที่จะมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสนับสนุนองค์กรแห่งนี้ โดยเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2506 มีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จฯไปเป็นองค์ประธานเปิดงานแสดงนิทรรศการภาพถ่ายนานาชาติ อันเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมส่งเสริม ตลาดการท่องเที่ยวสมัยนั้น ที่อาคารสำนักงาน อ.ส.ท. บริเวณสนามเสือป่า ถ.ศรีอยุธยา ซึ่งเป็นสำนักงานแห่งแรกขององค์กรนี้

และเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2514 ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พลโท เฉลิมชัย จารุวัสตร์ ผอ.อ.ส.ท.สมัยนั้น นำคณะกรรมการและพนักงาน อ.ส.ท.รุ่นบุกเบิกรวม 38 คน เข้าเฝ้าฯเพื่อทูลเกล้าฯถวายภาพยนตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยชื่อ Destination Thailand ถ่ายทำและผลิตโดย ฮาโรลด์-เฮเล็น วีเวอร์ สองสามีภรรยาชาวอังกฤษ ที่พลโทเฉลิมชัยต้องการมุมมองและแนวคิดของคนทั้งสองต่อภาพบรรยากาศของความเป็นไทยเพื่อจะนำไปเสนอขายยังตลาดท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศตะวันตกทั้งยุโรปและอเมริกา

น่าดีใจว่า...ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในการประกวดภาพยนตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ประเทศนิวซีแลนด์มาในช่วงก่อนหน้านั้นด้วย!

วันเดียวกัน...พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชยังได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่บรรดาผู้เข้าเฝ้าฯ ซึ่งปรากฏในเอกสาร 50 ปีทองการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่มีใจความตอนหนึ่งว่า...

“การที่ อ.ส.ท.ได้ปฏิบัติงานมาก็มีประโยชน์หลายด้าน โดยตรงคือการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามชื่อขององค์กร ซึ่งเป็นประโยชน์มาก ประโยชน์ที่จะได้อีกก็คือชื่อเสียงของบ้านเมือง ชื่อเสียงในทางทิวทัศน์ในทางความเป็นอยู่และประวัติศาสตร์ของบ้านเมือง
เป็นการเผยแพร่ให้ชาวต่างประเทศทราบ แม้ชาวต่างประเทศที่มาได้เห็น ได้รู้ มิได้ตั้งใจที่จะมาหรือมิได้มาเที่ยวในเมืองไทยก็เกิดผลแล้ว เพราะว่าทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในทางที่ดีแก่ชาวต่างประเทศเป็นผลในทางชื่อเสียงของบ้านเมือง...”

พระบรมราโชวาทในคราเดียวกันยังมีต่อไปอีกว่า “เมืองไทยเรามีของดีมาก ทั้งในทางวัตถุและในทางจิตใจ เราควรจะทำให้เกิดผลทั้งหมด ทั้งนี้ ก็เพื่อประโยชน์เพื่อความมั่นคง และเพื่อความเป็นอยู่ของเราแท้ๆ เพราะว่าเมื่อมีคนที่ปรารถนาดีต่อเราทั่วโลก ก็จะทำให้เราปลอดภัยและมีมิตรมากขึ้น”

ด้วยน้ำพระทัยอันใหญ่หลวงแห่งพระองค์ ที่ได้พระราชทานแก่องค์กรด้านการท่องเที่ยวไทย ส่งผลให้ผู้รับสนองต่างน้อมนำมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติสืบเนื่องกันต่อๆมา จนสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่เคยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทย พัฒนาเจริญก้าวหน้าจาก 80,340 คน เมื่อปี 2503 กลับจะมีแนวโน้มเพิ่มเป็น 32 ล้านคนในปี 2559 นี้...และคาดว่าจะสร้างรายได้สูงถึง 2.4 ล้านล้านบาท

วันนี้...หรือวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จสู่สวรรคาลัยท่ามกลางความโศกมิเสื่อมเศร้าปานจะขาดใจ พร้อมตั้งสัตย์ปฏิญาณจะขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

อีกทั้งจะถวายความจงรักภักดีด้วยการนำเอาศาสตร์แห่งปรัชญาชีวิตต่างๆนานาที่พระองค์พระราชทานให้มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตต่อไปภายภาคหน้า

โครงการ 4,596 โครงการที่พระองค์ท่านทรงงานไว้ตลอดเวลา 70 ปี ได้ถูกน้อมนำมาใช้เป็น 70 เส้นทางตามรอยพระบาท โดย ททท.เพื่อส่งเสริมการเดินทางตามรอยพระองค์ กระทั่งได้เริ่มพัฒนาต่อยอดแยกย่อยออกไป ตามภูมิภาคต่างๆ จากการที่ได้เสด็จฯไปประกอบพระราชกรณียกิจในแต่ละท้องถิ่น...

ด้วยเหตุดังกล่าวองค์กรท่องเที่ยวกลุ่มอีสานทั้งภาครัฐและเอกชนจึงได้เริ่มจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยพระธรรมราชา ที่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ ได้เคยเสด็จฯเยี่ยมราษฎรทั่วแผ่นดินอีสานมานับแต่ปี 2498

อาทิ การเสด็จเยือน จ.อุบลราชธานีมากถึง 11 ครั้ง ทั้งที่แก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร ทรงเปิดเขื่อนสิรินธรกับทรงปลูกต้นราชพฤกษ์ ณ มุมศาล หลักเมือง และเสด็จฯเขมราฐ อำเภอชายแดนแม่น้ำโขงฝั่งตรงข้ามประเทศเพื่อนบ้าน...การเสด็จฯทรงช้างบนภูกระดึง จ.เลย กระทั่งเสด็จฯเยือน จ.นคร– พนม ซึ่งครั้งนั้นมีแม่เฒ่าตุ้ม จันทนิตย์ วัย 102 ปี รอรับเสด็จพร้อมทูลเกล้าฯถวายดอกบัว 3 ดอก และพระองค์ทรงน้อมพระพักตร์ลงรับโดยไม่ถือพระองค์ เป็นภาพที่นายอาณัติ บุนนาค หัวหน้าช่างภาพส่วนพระองค์เป็นผู้ถ่ายไว้ และเป็นภาพที่คนไทยทั้งประเทศต่างนิยมประดับขึ้นแท่นบูชากันถ้วนทั่ว

นอกจากนี้ ยังได้จัดทำ “เส้นทางตามรอยธรรม” ที่พระองค์ได้เคยเสด็จฯทรงสนทนาธรรมกับบรรดาเกจิอาจารย์ชื่อดังภาคอีสานในโอกาสต่างๆ เช่น กับหลวงปู่ชอบ ฐานสโม แห่งวัดป่าสัมมนานุสรณ์ จ.เลย, หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา, หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย, หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี

นับแต่วันนี้...“คนไทย” คงจะหันมาปรับทัศนคติต่อการเดินทางท่องเที่ยวใหม่ จากเพื่อการพักผ่อนและแสวงหาประสบการณ์ มาเพิ่มจุดหมายตรงปลายน้ำเป็น “เที่ยวตามรอยพระบาท” เพื่อถวายแด่พระองค์ ให้สมกับสัจวาจาที่ว่าไว้ “จะขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป”.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้