วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เพื่อสนองพระราชปณิธาน 'ของ ร.9' เพื่อประโยชน์ของประชาชน

เพื่อสนองพระราชปณิธาน 'ของ ร.9' เพื่อประโยชน์ของประชาชน

  • Share:

เฉลิมพระปรมาภิไธย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงตอบรับขึ้นทรงราชย์เป็น “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10” แห่งพระบรมมหาราชจักรีวงศ์ ตามคำกราบบังคมทูลอัญเชิญ ของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยทรงมีพระดำรัสตอบ “เพื่อสนองพระราชปณิธานและเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง” จากนั้นเสด็จฯไปถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ “พรเพชร” แถลงประกาศอัญเชิญองค์รัชทายาท เผยทรงครองราชย์นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป ปวงไทยแซ่ซ้องยินดี พระสงฆ์ตามวัดลั่นฆ้องระฆัง ถวายพระพรชัยมงคลคาถา พสกนิกรเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” กึกก้อง

ปวงไทยพร้อมใจกล่าวคำว่า “ทรงพระเจริญ” ถวายพระพร “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10” ภายหลัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานพระราชวโรกาส ให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานรัฐสภา กราบบังคมทูลเชิญ เสด็จฯ ขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์สืบราชสันตติวงศ์และทรงมีพระราชดำรัสตอบรับการขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ แห่งพระบรมมหาราชจักรีวงศ์ แห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อค่ำวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ท่ามกลางเสียงแซ่ซ้องยินดีของพสกนิกรไทยทั่วแผ่นดิน ขณะเดียวกัน ในเย็นวันที่ 1 ธันวาคม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

พระบรมฯเสด็จ “ปัญญาสมวาร”

เมื่อเวลา 17.13 น. วันที่ 1 ธันวาคม 2559 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วย สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนา พรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า พัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณ วรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑา ภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ บำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร พระบรมศพพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะตุลาการ คณะสมาชิกสภานิติบัญญัติ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และคณะทูตานุทูต เฝ้าฯรับเสด็จ

ทรงวางพวงมาลาหน้าพระบรมโกศ

จากนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพวงมาลาส่วนพระองค์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรฝรั่ง แตรงอน ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ บูชาพระพุทธรูปที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทมนต์จบ ถวายอนุโมทนา เจ้าพนักงานนิมนต์พระเทพสังวรญาณ วัดบวรนิเวศวิหาร ขึ้นนั่งยังอาสนะทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระราชาคณะ ถวายศีล ต่อมา พระเทพสังวรญาณ วัดบวรนิเวศวิหาร ถวายพระธรรมเทศนา และพระครูสัญญาบัตร ฐานานุกรม เปรียญ 4 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหาร สวดธรรมคาถา

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราช กุมาร ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนที่เตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ

โปรดเกล้าฯพิมพ์หนังสือ 6 เล่ม

อนึ่ง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวารถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมโอรสา ธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดพิมพ์หนังสือ 6 เล่ม ประกอบด้วย 1. หนังสือเมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิตเซอร์แลนด์ 2. หนังสือพระมหาชนก (ฉบับการ์ตูน ไทย-อังกฤษ) 3. หนังสือเรื่องทองแดง (ฉบับภาพถ่าย) 4. หนังสือเรื่องทองแดง (ฉบับการ์ตูน) 5. หนังสือมูลนิธิที่ทรงก่อตั้ง สมาคม มูลนิธิ องค์กร และสโมสร ในพระบรมราชูปถัมภ์ 6.หนังสือรวมบทความเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถพิตร ที่พิมพ์ในวารสารมูลนิธิชัยพัฒนา เล่ม 1 พระราชทานแก่ผู้เข้าร่วมพระราชพิธี เพื่อเป็นอนุสรณ์วิทยาทาน

สำนักพระราชวังเผยพระนาม ร.10

วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่หมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวารถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พ.ศ.2559 โดยเลขาธิการพระราชวัง รับพระราชบัณฑูรในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สั่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตจะบรรจบครบ 50 วัน ในวันศุกร์ที่ 2 ธ.ค.59 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการบำเพ็ญพระราชกุศล ในวันที่ 1-2 ธ.ค. โดยวันที่ 1 ธ.ค.ระบุพระนามว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขณะที่หมายกำหนดการวันที่ 2 ธ.ค.ระบุพระนามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ทรงพระเจริญกึกก้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯ มาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวารถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่บริเวณถนนหน้าพระลาน หน้าพระบรมมหาราชวัง มีพสกนิกรจำนวนหนึ่งเดินทางมาคอยเฝ้ารับเสด็จ ประชาชนบางส่วนนำพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มาชูไว้เหนือศรีษะ ร่วมกับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แสดงถึงความรักและเทิดทูนอย่างสูงสุด ขณะที่ขบวนพระบรมวงศานุวงศ์เคลื่อนผ่านต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังไปทั่วบริเวณ น.ส.มานิดา ภู่เจริญ อายุ 77 ปี ชาว กทม.หนึ่งในผู้ที่นำพระบรม ฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร มารับเสด็จ กล่าวว่า ตั้งใจมารับเสด็จ ทุกพระองค์ ทราบข่าวตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.ว่า สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะทรงขึ้นครองราชย์เป็นรัชกาลที่ 10 ตลอดชีวิต ได้เห็นพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงงาน เพื่อคนไทย จึงมีความสุขทุกครั้งที่ได้มารับเสด็จ ภูมิใจที่ได้เกิดในแผ่นดินไทย ขอจงทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน

ขอ ปชช.ใช้ชีวิตปกติรอฟังประกาศ

ก่อนหน้านี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อปฏิบัติภายหลังประธาน สนช.เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อกราบบังคมทูลเชิญขึ้นทรงราชย์ว่า ประชาชนยังใช้ชีวิตได้ตามปกติและยังไปถวายสักการะพระบรมศพได้ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ด้วยพระองค์ทรงอ่อนน้อมถ่อมพระองค์ในทุกเรื่อง ทั้งทรงเป็นพระราชโอรส และทรงเป็นทั้งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงมีพระราชบัณฑูรมาก่อนแล้วว่า ให้ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ ส่วนการประดับพระบรมฉายาลักษณ์ กับพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระองค์ท่าน ของส่วนราชการ เอกชนและประชาชนทั่วไป เวลานี้ขอให้อยู่อย่างสงบก่อน ให้รอฟังการประกาศจากรัฐบาล รวมถึงวิธีการใช้ถ้อยคำเรียก คำศัพท์ โดยเฉพาะโทรทัศน์ขอให้ระมัดระวังให้ดี รายงานข่าวในพระราชสำนัก อย่าเผลอใช้ความเคยชิน ในการออกพระนามเดิมว่า สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และผู้ที่คิดจะทำกิจกรรมเรื่องใดขอให้รอก่อน ส่วนการไว้ทุกข์ยังเหมือนเดิม เช่นเดียวกับเมื่อ 70 ปีที่แล้ว ที่ในหลวงรัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคต ค่ำวันเดียวกันมีการอัญเชิญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ขึ้นครองราชย์ วันรุ่งขึ้นยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ประชาชนยังแต่งดำตามปกติ

ราชนิกุลบำเพ็ญพระกุศลเช้า

ในส่วนพระราชพิธีบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ใน พระบรมมหาราชวัง เวลา 07.00 น. พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดอนงคารามวรวิหารและวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 30 พ.ย. โดยมี พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล ร.อ.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล และ ม.ร.ว.จิราพันธ์ จันทรทัต ร่วมถวายภัตตาหารเช้าในพระราชพิธีด้วย เวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

ถวายเงินกว่า 88 ล้านบาท

ขณะที่สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ไห้ประชาชนเข้าพระบรม มหาราชวัง เพื่อขึ้นถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 22.45 น. จากกำหนดเดิมที่ต้องปิดในเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนมาเข้าคิวรอเข้ากราบพระบรมศพ ที่มณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 44,489 คน รวม 33 วัน มี 1,137,481 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นยอดเงิน 5,181,419.50 บาท รวม 33 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 88,730,961 บาท

นายกฯนำบำเพ็ญกุศล

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคู่สมรส และข้าราชการทำเนียบรัฐบาล ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในปัญญาสมวาร (50 วัน) โดยมีสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ จากวัดราชบพิธสถิต– มหาสีมาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่จำนวนมาก โดยมีพระสงฆ์ที่อุปสมบทใหม่เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมพิธีด้วย

สภาฯตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป

เช่นเดียวกับที่รัฐสภา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมกับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายภัตตาหารเช้าและทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เป็นประธานในพิธี มีสมาชิก สนช. สปท. กรธ. ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทั้งสองสภาเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้ ที่ศาลาว่าการ กทม.บริเวณลานคนเมือง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตร บำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีคณะผู้บริหาร กทม. สมาชิกสภา ข้าราชการ และลูกจ้าง ร่วมพิธี

เหล่าทัพร่วมบำเพ็ญกุศล

ขณะที่หน่วยงานทั้งราชการ รัฐวิสาหกิจและเอกชน ได้จัดพิธีอย่างถ้วนหน้า อาทิ ที่หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) และที่กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมจัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศล ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพื้นที่หน่วยทหารทั่วประเทศพร้อมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) รวมถึงพิธีถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ พระมหาธาตุนภเมทนีดล ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ รวมทั้ง ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด เป็นประธาน นำคณะผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุด ข้าราชการและบุคลากรในสำนักงาน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน)

กต.ทำบุญน้อมถวายครบ 50 วัน

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เป็นประธานจัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ห้องวิเทศสโมสร โดยมีข้าราชการ ข้าราชการเกษียณ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก จะร่วมกับวัดไทยและคนไทยในต่างประเทศจัดงานทำบุญครบ 50 วันแห่งการเสด็จสวรรคตด้วย

วัดทั่วประเทศสวดพระพุทธมนต์

ในส่วนของวัดต่างๆทั่วประเทศ ก็มีการจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ บำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร 50 วันสวรรคต ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยเช่นกัน

นายประสงค์ จักรคำ ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบตามที่ พศ. เสนอให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ลาอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศล เมื่อครบกำหนดปัญญาสมวาร และสตมวาร (100 วัน) คราวละ 9 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลานั้น ในส่วนของผู้ที่อุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลปัญญาสมวาร กำหนดระหว่างวันที่ 27 พ.ย.2559-6 ธ.ค.2559 ได้รับรายงานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทั่วประเทศว่ามีผู้เข้าร่วมอุปสมบทมากถึง 10,564 คน

“เจ้าสัวเจริญ” ร่วมทำบุญตักบาตร

ทางด้านภาคเอกชน ที่ บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี และคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ นำคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูปวันครบปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งนี้ในส่วนกิจกรรมทำความดีเพื่อพ่อ บิ๊กซียังให้บริการที่จอดรถฟรี ที่บิ๊กซีทุกสาขาในกรุงเทพฯและปริมณฑล และมีบริการรถรับส่งฟรีสำหรับผู้เดินทางไปแสดงความอาลัย ณ พระบรมมหาราชวัง โดยรถจอดที่บิ๊กซีสาขารังสิต 2 สาขาศรีนครินทร์ สาขารัตนาธิเบศร์ 1 สาขาพระราม 2

บิ๊กคลีนนิ่งสนามหลวง

อีกด้านที่สนามหลวง เวลา 07.45 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย พล.ท.ธรรมนูญ วิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมเปิดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่ง “ทำดีเพื่อพ่อ” ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ร่วมกับ กทม. ทหาร ตำรวจ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และจิตอาสา จัดขึ้นเพื่อร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบสนามหลวง รอบพระบรมมหาราชวัง และบริเวณใกล้เคียง

จิตอาสา 4 พันคนทำความสะอาด

บรรยากาศภายในงาน เวลา 08.00 น. ผู้ว่าฯ กทม.พร้อมผู้เข้าร่วมกิจกรรมยืนเคารพธงชาติ แล้วยืนสงบนิ่ง 89 วินาที แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ผู้ว่าฯ กทม.เป็นประธานปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จิตอาสา และผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปร่วมกิจกรรมล้างทำความสะอาดบริเวณรูปปั้นช้างสามเศียร แยกสนามไชย ล้างพื้นถนน ทางเท้า บริเวณที่ตั้งเต็นท์ ท่อระบายน้ำ จัดเก็บขยะและทำความสะอาดตะแกรงช่องระบาย ตรวจสอบระบบไฟ ระบบท่อประปา กล้องซีซีทีวี กำจัดสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคต่างๆรอบสนามหลวง โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 4,000 คน ในจำนวนนี้ มีกลุ่มศิลปินจากช่อง 8 บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นจิตอาสาทำความสะอาดและทาสีฟุตปาทบริเวณรอบพระบรมมหาราชวังร่วมกับเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครด้วย

พระบรมมหาราชวังเงียบเหงา

ส่วนที่พระบรมมหาราชวัง ช่วงมีการพักให้ราษฎรเข้าถวายสักการะพระบรมศพ และหยุดขายบัตรให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าชมวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่า เป็นไปด้วยความเงียบเหงา มีเพียงข้าราชการชุดผลัดเฝ้าและราชนิกุลเดินทางมาร่วมในพระราชพิธี บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แต่ในช่วงเช้ายังคงมีประชาชนจำนวนหนึ่ง ที่ยังไม่ทราบว่ามีการยุติการถวายสักการะ พระบรมศพในวันนี้ ได้มารออยู่บริเวณหน้าประตูวิเศษไชยศรี เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังชี้แจงทำความเข้าใจว่าให้เดินทางมาใหม่วันที่ 3 ธ.ค. ขณะเดียวกันสำนักพระราชวังทำความสะอาดพื้นถนนจักรีจรัณย์ ด้วยการฉีดน้ำล้าง โดยเฉพาะหน้าศาลาสหทัยสมาคม ทั้งซ่อมแซมพื้นถนนจักรีจรัณย์ บริเวณประตูวิเศษไชยศรีในบางส่วนที่สึกหรอ

“ดาว์พงษ์” นำ ขรก.บิ๊กคลีนนิ่ง ศธ.

ที่กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนินนอก ได้จัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ด้วยเช่นกัน โดย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พร้อมด้วยผู้บริหารและข้าราชการประมาณ 700 คน ร่วมกันทำความสะอาดพื้นถนนราชดำเนินนอกและบริเวณถนนโดยรอบ ทั้งยังช่วยกันทาสีกำแพงกระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ดาวพงษ์กล่าวว่า กิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ครั้งนี้ มีประโยชน์อย่างมาก เพราะเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและทำบ้านของเราให้สะอาดสวยงาม ถือเป็นการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ตามนโยบายรัฐบาล ที่สำคัญเป็นการรวมพลังแสดงความจงรักภักดีถวายเป็นพระราชกุศล ในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน ตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่เคยขอให้คนไทยทำอะไรเพื่อพระองค์ มีแต่พระองค์ทำเพื่อคนไทยมาโดยตลอด แม้จะเสด็จสวรรคตไปแล้ว แต่เชื่อว่าพระองค์ยังทอดพระเนตรอยู่แน่นอน

แห่ต่อคิวซื้อ “เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก”

อีกด้านเช้าวันเดียวกัน มีประชาชนจำนวนมากมารอต่อแถวรับบัตรคิวเข้ามาแลกซื้อเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกประเภทต่างๆ ที่กองกษาปณ์ กระทรวงการคลัง นำมาจำหน่าย ที่งานตลาดคลองผดุงกรุง-เกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล ภายใต้ชื่องาน “คลังพัฒนาชาติ ตลาดคลองผดุงสร้างชีวิต เสริมสร้างเศรษฐกิจมั่นคง” ระหว่างวันที่ 1-23 ธ.ค.59 ประกอบด้วยเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทองคำขัดเงา เหรียญละ 30,000 บาท เหรียญเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เงินขัดเงา เหรียญละ 1,600 บาท เหรียญ 120 ปี วันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เงินขัดเงา ราคาเหรียญละ 1,600 บาท เหรียญเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเหรียญเฉลิมพระชนม พรรษา 5 รอบ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร ชุด 2 เหรียญ ราคาชุดละ 100 บาท

ให้ซื้อได้คนละ 1 ชุด

นอกจากนี้ ได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เหรียญ อาทิ เหรียญที่ระลึกสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี นาถ เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ชนิดทองแดงขนาด 3 เซนติเมตร สร้อยพร้อมเหรียญที่ระลึกพระคลัง หนังสือวิวัฒนาการเงินตราไทย ชุดเหรียญทองแดงที่ระลึกกาญจนาภิเษก เป็นต้น โดยเจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้รับบัตรคิวและซื้อได้เพียงคนละ 1 ชุดเท่านั้น ด้านนายรตน สวนวิจิตรทิพ อายุ 54 ปี ที่ได้บัตรคิวคนแรก เปิดเผยว่า มารอคิวตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันนี้ ทราบข่าวจากอินเตอร์เน็ตและหนังสือพิมพ์

คนแห่ซื้อเก็บเหรียญเก่าเจ้าฟ้าชาย

ขณะที่บรรยากาศการซื้อขายเหรียญกษาปณ์และเหรียญที่ระลึกที่ตลาดท่าพระจันทร์ ซึ่งก่อนหน้านี้นักสะสมนิยมถามหาซื้อเหรียญที่ระลึกรัชกาลที่ 9 ที่กองกษาปณ์ออกในโอกาสต่างๆ ล่าสุด มีคน เสาะหาเหรียญที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิ ราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีคนถามหาซื้อกันอย่างคึกคัก และมีการปรับราคาขายสูงขึ้นตามความนิยม เมื่อติดตามดูการซื้อขายเหรียญกษาปณ์ และเหรียญที่ระลึกในเว็บไซต์ต่างๆพบว่าเหรียญสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีคนหาซื้อและร่วมประมูลจำนวนมาก โดยเหรียญที่คนนิยมมีหลายชนิด และออกในหลายวาระ อาทิ เหรียญแพรแถบเนื้อเงิน ที่ระลึกพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร 28 ธ.ค. 2515 เหรียญชนิดราคา 1 บาท ที่กองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ จัดสร้างในปีเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีเหรียญทรงพระผนวช มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัยสร้าง 6 พ.ย.2521 เหรียญ 4 รอบ 48 พรรษา ที่คณะสงฆ์ถวายในมหามงคลสมัยพระราชสมภพครบ 4 รอบ พ.ศ.2543 และเหรียญเสด็จฯนมัสการพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช 16 พ.ย.2521

ผู้แทนถาวรไทยเทิดพระเกียรติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 2 ธ.ค. คณะผู้แทน ถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก และกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้แทนถาวรเลโซโทประจำสหประชาชาติ คณะผู้แทนถาวรตุรกีประจำสหประชาชาติ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และสำนักงานการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมวันดินโลกประจำปี 59 ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อันทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการอนุรักษ์ดิน และเพื่อร่วมแสดงความอาลัย พร้อมมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระ เกียรติ โดยจะมีเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ผู้แทนระดับสูงของประเทศต่างๆ เข้าร่วม

ธ.ไทยพาณิชย์จุดเทียนรำลึก ร.9

เย็นวันเดียวกัน ที่ลานน้ำพุ สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหารธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม “ปณิธานความดี ตามรอยพระบาทที่ยาตรา” พร้อมนำผู้บริหารและพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ 4,000 คน กล่าวปณิธานทำความดีแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นได้จุดเทียนแสดงความอาลัย แปรอักษรคำว่า “ด้วยจงรักและภักดี” ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงต้นโพธิ์ของพระราชา นายวิชิตกล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างหาที่สุดมิได้ ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี ธนาคารไทยพาณิชย์ เมื่อปี 2500 พระองค์มีพระราชดำรัสพระราชทานต่อพวกเราชาวไทยพาณิชย์ ในเรื่องความซื่อสัตย์ และยังสถิตอยู่ในหัวใจของชาวธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งได้น้อมนำมาปฏิบัติต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

มรภ.พระนครจุดเทียนขาว

ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครบางเขน เย็นวันเดียวกัน รองศาสตราจารย์ ดร.พงศ์ หรดาล อธิการบดี นำคณาจารย์ บุคลากรและนักศึกษา 2,500 คน จัดกิจกรรมแปรสัญลักษณ์ เลข 9 และตัวอักษร PNRU โดยมีวงออเคสตร้า Phranakorn Wind Band บรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ จากนั้น กล่าวแสดงความอาลัย และยืนสงบนิ่ง 89 วินาที ร่วมกับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงในหลวงของแผ่นดิน ก่อนจุดเทียนขาวแสดงความอาลัย

ประธาน 3 ฝ่ายเข้าเฝ้าฯพระที่นั่งอัมพรฯ

ในส่วนการเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร กราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมมหาราชจักรีวงศ์ ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทยครั้งสำคัญอีกครั้งนั้น เวลา 15.30 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เดินทางออกจากรัฐสภาไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ร่วมพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช จนกระทั่งเวลา 19.10 น. นายพรเพชร พร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา และ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เดินทางไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

“พรเพชร” กราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นทรงราชย์

จากนั้นในเวลา 19.16 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาสให้พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท โอกาสนี้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กราบบังคมทูลเชิญองค์รัชทายาท เสด็จฯ ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ สืบราชสันตติวงศ์

ทรงตอบรับทรงราชย์เป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 10

ในการนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระราชดำรัสตอบรับการขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 ความว่า “ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา ได้กล่าวในนามของปวงชนชาวไทย เชิญข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ถ้าเป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับเพื่อสนองพระราชปณิธานและเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง”

ถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์

จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เสด็จฯ ไปประทับราบ ณ พระสุจหนี่ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงกราบถวายบังคม ทรงเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ ทรงกราบราบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับคณะผู้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

“พรเพชร” แถลงอัญเชิญองค์รัชทายาท

เวลาต่อมา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า โดยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เสด็จสวรรคตแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เวลา 15 นาฬิกา 52 นาที รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2557 มาตรา 2 วรรคสอง ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติเรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ว่า ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบและให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไปแล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ

ร.9 ทรงแต่งตั้งเป็นพระรัชทายาท

นายพรเพชรระบุว่า โดยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรม นาถบพิตร ได้ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 แล้ว เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พุทธศักราช 2515 สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ได้รับทราบกรณีสวรรคตดังกล่าวด้วยความโทมนัสยิ่ง

ทรงราชย์นับตั้งแต่ 13 ต.ค.2559

นายพรเพชรกล่าวอีกว่า โดยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2559 สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีการประชุมเพื่อรับทราบการแต่งตั้งพระรัชทายาท และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่ประธานรัฐสภาได้นำความกราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรา ลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2557 มาตรา 2 วรรคสองประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง จึงขอประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกันว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยาม มกุฎราชกุมาร ได้ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 1 ธันวาคม พุทธศักราช 2559

พระสงฆ์ย่ำฆ้อง-ระฆังถวายพระพรชัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่มีการประกาศอัญเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์ ให้ประชาชนได้ทราบโดยทั่วกัน และมีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี จากการถ่ายทอดของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยแล้ว ทุกวัดทั่วโลกต่างพร้อมใจกันย่ำฆ้อง กลอง ระฆัง และสวดเจริญชัยมงคลคาถา โดยพร้อมเพรียงกันตามโบราณราชประเพณี เพื่อถวายพระพรชัยมงคลและให้เกิดความเป็นสิริมงคลต่อประเทศชาติ โดยที่วัดกัลยาณมิตร ก็ได้มีการตีระฆังโบราณขนาดใหญ่ในโอกาสดังกล่าว เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย ทั้งนี้นายประดับ โพธิกาญจนวัตร โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า บทสวดชัยมงคลคาถาที่คณะสงฆ์ใช้สวดในโอกาสดังกล่าวนั้น เรียกอีกชื่อว่า บทชยันโต ซึ่งเป็นบทสวดเพื่อความเป็นสิริมงคลสูงสุด

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้