วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดีใจสังคมให้โอกาสและยอมรับ ปอย ตรีชฎา มีวันนี้เพราะอดทน

ดีใจสังคมให้โอกาสและยอมรับ ปอย ตรีชฎา มีวันนี้เพราะอดทน

  • Share:

ขนาดตัวเองยังไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีวันนี้ได้ สำหรับสาวประเภทสอง ปอย ตรีชฎา เพชรรัตน์ สาวประเภทสองที่ประสบความสำเร็จในชีวิตบนเส้นทางบันเทิง ปอยเข้าวงการด้วยการประกวดมิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2547 และได้รับตำแหน่งชนะเลิศเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน และคว้ารางวัลชนะเลิศ จึงทำให้สาวปอยได้เข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว และมีผลงานถ่ายแบบและการแสดงภาพยนตร์รวมถึงละครและมิวสิกวีดิโอ

จากนั้นในปี 2556 ปอยได้เข้าร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ไวท์ สตรอม ที่ฮ่องกง จนทำให้เธอมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของคนที่นั่น ทำให้ปอยได้ร่วมงานกับนักแสดงมีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น จาง เจียฮุย, กู่ เทียนเล่อ, หลิว ซิงหวิน และได้เซ็นสัญญากับบริษัทยูนิเวอร์สอาร์ดิสต์เมเนเจอร์ ของฮ่องกง และมีผลงานที่จีนและฮ่องกงมาเรื่อยๆ ชื่อของสาวปอยถูกจัดให้เป็นดาราอันดับต้นๆ ของนักแสดงที่นั่น

ในวันนี้บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ได้มีโอกาสพูดคุยกับสาวสวยคนนี้ จึงไม่พลาดที่จะให้สาวปอยเล่าเรื่องราวชีวิตที่ดูเหมือนจะโรยด้วยกลีบกุหลาบให้ได้ฟังกัน

เริ่มต้นการโกอินเตอร์ของปอย ตรีชฎา?
“มันเริ่มต้นมาจากมีภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ไวท์ สตรอม เขาตามหานักแสดงไทย เพราะว่าในบทจะมีตัวละครชื่อมีนา ซึ่งตัวละครตัวนี้จะเป็นลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง ตอนนั้นเขาหานักแสดงผู้หญิง และมีการหาดาราไทยไปแคสติ้งค่ะ แล้วมีคนมาชวนปอยไปแคสติ้งหนังเรื่องนี้ ซึ่งตอนแรกปอยก็แปลกใจเพราะว่าบทนี้เป็นบทผู้หญิง ก็สงสัยว่าทำไมเขาใจดีจังเลยที่ชวนเราไป พอไปแคสปรากฏว่าได้ ความรู้สึกตอนนั้นดีใจค่ะ (ยิ้ม) ถามว่าตอนที่ไปแคสปอยกังวลมั้ย ตอบเลยว่าไม่กังวลค่ะ เพราะรู้ว่าคนที่ชวนไปแคสเขาไม่มีเงื่อนไขเรื่องเพศ มันยิ่งทำให้เราพร้อมมาก (ยิ้ม)”

ถึงจะไปทำงานที่ต่างประเทศแต่ก็ต้องมีวินัยในการทำงาน

ทุ่มเททุ่มทุนกับการทำงานที่ต่างประเทศมาก กระแสตอบรับกลับมาชื่นใจมั้ย?
“ก็ได้รับคำชมมาว่าเราเป็นนักแสดงที่มีวินัยค่ะ (ยิ้ม) มันทำให้เรารู้สึกดีใจ แม้เราจะเป็นคนต่างชาติที่ไปร่วมงานกับเขา แต่เราก็มีเรื่องวินัยที่เหมือนกัน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่จะสะท้อนตัวตนของเราออกมา และยิ่งแฟนๆ ให้การต้อนรับเกินคาดกว่าที่คิดเอาไว้ มันเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมาย มันเกินคาดจริงๆ (ยิ้ม) วันแรกที่ต้องไปเปิดตัวภาพยนตร์มีคนมารอดูเรา 4-5 ชั้น เป็นหมื่นๆ คน ปอยไม่อยากจะเชื่อเลย และรู้สึกตื้นตันใจ ดีใจ ภูมิใจ มันมีทุกความรู้สึกเลยค่ะ เขาชื่นชมในฐานะที่ปอยเป็นปอย เป็นผู้หญิง ชื่นชมในงานของปอยมากกว่าชื่นชมที่เพศค่ะ (ยิ้ม)”

รับมือกับความกดดันจากความคาดหวังอย่างไร?
“วิธีแก้ของปอยก็คือ ไปเรียนการแสดงเพิ่มเติมเยอะมาก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ทุกครั้งที่ได้บทละครบทภาพยนตร์ที่จะได้เล่นมา ปอยก็จะเอาไปเรียนการแสดงทุกบท ทุกข้อความ ทุกไดอาล็อก เรียนทั้งที่ไทยและที่เมืองนอก ซึ่งในตรงจุดนี้เขาไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายให้นะคะ ปอยซัพพอร์ตตัวเองเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองค่ะ ปกติเวลาเรียนแอ็กติ้งเขาจะเรียนกันแค่ 10 ชั่วโมง แต่สำหรับปอย ปอยเรียนทุกฉากที่ต้องถ่าย เหมือนเราเล่นมาก่อนแล้ว 1 ครั้ง ที่ต้องทำขนาดนี้เพราะว่าปอยรู้ตัวเองว่าไม่ได้เป็นคนมีประสบการณ์ในการแสดงมากขนาดนี้ และก็เข้าใจในมุมมองของนักธุรกิจ และคนที่ปอยร่วมงานด้วยทุกคนเป็นระดับตำนาน ไม่ใช่แค่ดาราดัง ทั้งของที่จีนและของฮ่องกง ถ้าปอยเล่นไม่ดี ปอยก็จะดึงเขาลงมา เพราะฉะนั้นจึงต้องพัฒนา ทำให้ตัวเองกระตือรือร้นอยู่เสมอ”

ปอยมีวันนี้ได้เพราะการเปิดใจยอมรับของคนที่เมืองไทย

เพราะมีความรับผิดชอบในงาน คนที่อยากจะร่วมงานกับปอยก็ต้องคาดหวังสูงมากขึ้น  รู้สึกกดดันหรือกลัวกับความคาดหวังจากคนเหล่านั้นมั้ย?
“ไม่กดดันแล้วค่ะ เพราะเรารู้เทคนิคในการรับมือกับมันแล้ว เซ็นสัญญามา 3 ปีกว่า ทุกวันนี้ปอยก็ยังเรียนการแสดง เรียนการออกเสียง เรียนทุกอย่าง ไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง เพื่อให้ตัวเองตามให้ทันสิ่งแวดล้อม”

เส้นทางชีวิตในการโกอินเตอร์ดูโรยด้วยกลีบกุหลาบ?
“จริงๆ แล้วมันสลับกันนะคะระหว่างกลีบกุหลาบและอุปสรรค ปอยเชื่อว่าโลกนี้สร้างทุกอย่างมาให้สมดุล เวลาที่คนคนหนึ่งอยู่ในจุดที่สุขมากๆ ก็จะต้องเคยผ่านจุดที่มีแรงกดดันมากๆ เช่น ผ่านบทพิสูจน์ที่สูงมากๆ เช่นกัน ทุกๆ คนที่ประสบความสำเร็จจะต้องแลกกับสิ่งเหล่านี้เสมอ และปอยเองก็ผ่านอุปสรรคแรงกดดันทุกอย่างมาแล้วเช่นกันค่ะ (ยิ้ม) ยิ่งเราทำงานในระดับที่เขาลงทุนเยอะๆ อย่างภาพยนตร์เรื่องหนึ่งลงทุนเป็นพันล้าน มันเป็นเรื่องธรรมดาที่นักธุรกิจลงทุนอะไรไปก็จะต้องคาดหวังให้องค์ประกอบทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ ปอยก็จะถูกกดดันในเรื่องนี้ที่จะต้องทำให้มันสมบูรณ์แบบตามที่เขาต้องการ ตามที่เขาลงทุนไว้เช่นกัน ซึ่งความกดดันเหล่านั้นมันก็ทำให้เรารู้สึกว่า เราถูกกดดันอยู่ (หัวเราะ)

ชีวิตปอยกว่าจะมีวันนี้อุปสรรคเยอะแยะเลยค่ะ เรื่องราวต่างๆ ในชีวิต ความกดดัน ความคาดหวัง ความยึดติด ความไม่สมหวัง ปอยผ่านมันมาหมดแล้ว มีทั้งที่ท้อแท้ ผิดหวัง ลุกขึ้นมาใหม่ ในอดีตช่องทางในการแสดงหนทางในชีวิตมันมีช่องทางที่น้อย กว่าจะมาถึงวันนี้ได้มันยากนะคะ แต่พอดีปอยมีเป้าหมายในชีวิตที่หนักแน่นและเข้มแข็ง จนเอาชนะความท้อแท้ ความกดดันที่เข้ามาไปได้หมดเลย”

ปอยยอมรับที่ในเมืองไทยไม่โด่งดังเท่าที่ต่างประเทศ

เป้าหมายในชีวิตของปอยจากนี้คืออะไร?
“ในอดีตปอยฝันไว้ว่าจะเป็นซุปเปอร์สตาร์ ถ้าจะประกวดมิสทิฟฟานี่ก็จะต้องได้เป็นมิสทิฟฟานี่ อยากจะเป็นดาราก็จะต้องได้เป็นดาราที่อยู่แถวหน้า ตอนเด็กๆ ปอยคิดแบบนั้น แต่ในวันนี้มันเปลี่ยนไป ตอนเด็กคิดว่าอยากจะเป็นซุปเปอร์สตาร์ แต่ตอนนี้ล้างบางความคิด ตอนนี้คิดว่าเป้าหมายในชีวิตของปอยในวันที่อายุ 30 คือในเรื่องของคุณภาพชีวิตและจิตใจจะต้องอยู่ในมุมบวกเสมอ ถ้าวันนี้ปอยเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่ดังมาก รวยมาก แต่ปอยยังต้องทุกข์ใจ ปอยจะไม่เป็น ดังนั้นปอยจะต้องอยู่ในจุดที่มีความสุขในชีวิตที่สุด ปอยเป็นซุปเปอร์สตาร์ได้ แต่จะต้องเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่มีความสุข ที่ได้แนวความคิดนี้มา มันเริ่มมาจากการเรียนรู้ไม่สิ้นสุดที่ไม่ได้เน้นแค่วิชาการ หรือการแสดง แต่ปอยยังเรียนรู้เรื่องของการพัฒนาทางด้านสมองและจิตใจ”

หลายคนมองว่าในเมืองไทยปอยไม่ค่อยจะมีชื่อเสียงเท่าที่ฮ่องกงหรือจีน?
“ปอยรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องจริง เขาพูดถูก แต่ปอยรู้สึกว่าทุกๆ ที่ปอยก็ทำงานเต็มที่เท่าที่ปอยจะทำได้ตามประสบการณ์ของตัวเอง แต่ปอยเชื่อว่าหลายๆ อย่างที่เราไม่ได้มีคุณค่ามากในบางที่ แต่กลับมีคุณค่ามากในบางที่ เราจะวัดคุณค่าของตัวเองให้ถูกที่ถูกเวลา”

ปอยต้องพัฒนาฝีมือตัวเองอยู่ตลอดเวลา

ในไทยหรือต่างประเทศที่เขาเปิดรับและยอมรับในตัวปอยมากที่สุด?
“การเปิดใจยอมรับจะที่ไทยหรือที่ต่างประเทศเขาก็เปิดใจยอมรับเหมือนกันนะคะ แต่เป็นคนละสไลต์ ปอยมีวันนี้ได้เพราะการเปิดใจยอมรับของคนที่เมืองไทยนะคะ (ยิ้ม) ปอยมีวันนี้ได้เพราะว่าทัศนคติของคนไทยเปลี่ยนไปนะ ตั้งแต่วันที่ปอยได้ตำแหน่ง สิ่งที่ปอยได้จากคนไทยเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ปอยได้รับการยอมรับ การเปิดใจมากที่สุด เกินกว่าที่คาดหวัง”

กลายเป็นไอดอลของน้องๆ ที่เป็นสาวประเภทสอง รู้สึกอย่างไร?
“ปอยรู้สึกดีใจกับที่หลายๆ คน ที่มีเป้าหมายในชีวิต การที่เรามีเป้าหมายมันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ยึดปอยให้เป็นไอดอลในเรื่องของการทำงาน ปอยรู้สึกยินดีและดีใจค่ะ ปอยอยากจะบอกว่าทุกคนมีสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเองเสมอ โดยที่ไม่ต้องเลียนแบบใครหรือว่าเลียนแบบคนอื่น แต่ทุกครั้งที่เราท้อแท้ เราไม่มองคุณค่าของตัวเองที่มีอยู่ ทุกๆ คนมีบางสิ่งบางอย่างที่ดีที่สุดในตัวเองที่คนอื่นไม่มี แววตานี้ที่เรามี คนอื่นเขาก็ไม่ได้มีเหมือนเรา เราไม่จำเป็นจะต้องไปทำเหมือนคนอื่น เราจะต้องหาตัวตนที่ดีที่สุดของเราให้เจอแล้วก็พัฒนามัน แล้วเมื่อไรที่เราพัฒนามัน มันจะกลายเป็นสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเราที่ไม่มีใครเหมือนและไม่มีใครเลียนแบบเราได้ มีหลายๆ คนในวันนี้ ในโลกนี้ที่ไม่ได้สวยกว่าปอย แต่เขาก็ดังมาก และประสบความสำเร็จในชีวิตเหมือนกัน นั่นเป็นเพราะเขารู้และพัฒนาจุดเด่นในชีวิตของตัวเอง หาจุดเด่นในตัวเองให้เจอแล้วพัฒนามัน ทุกคนไม่ต้องอิจฉาปอยนะคะ เพราะก็มีบางอย่างที่ปอยไม่สามารถทำได้เหมือนที่คนอื่นๆ ทำได้เหมือนกัน”

ในอดีตปอยเคยฝันอยากจะเป็นซุปเปอร์สตาร์

ปอยเป็นสาวประเภทสองที่ทำให้คนยอมรับในสาวประเภทสองมากขึ้น?
“จริงๆ แล้วไม่ใช่ปอยค่ะ มันมีพี่ๆ หลายคนที่ทำมาก่อนหน้านี้ที่เขาทำฐานเอาไว้แล้ว  แต่พอดีปอยมาถูกช่วงถูกเวลา มันก็เลยทำให้หลายคนเริ่มเปิดใจยอมรับและทำมันสำเร็จ”

การทำงานจะยึดที่ไหนเป็นหลัก หรือว่าจะกลับมาเล่นละครที่ไทย?
“ไม่ค่ะ แค่ปีนี้ที่ปอยจะกลับมาเล่นละครที่ไทย รับเล่นละครของพี่ต่าย เพราะว่าบทดี ทีมงานดี พี่ต่ายเก่ง ทุกอย่างเริดมาก เลยอยู่ทำงานประมาณ 6 เดือน จากนี้ไปก็จะไปทำงานที่ต่างประเทศเหมือนเดิม อีกหลายปีถึงจะกลับมารับละครที่ไทยเลย คือเคยคิดว่าจะรับงาน 2 ที่ทั้งที่ไทยและต่างประเทศ แต่ว่าไม่ไหวมันเหนื่อยมากค่ะ (ยิ้ม)”.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้