วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เรื่องเล่าสุดปลื้มปีติ 'รัชกาลที่ 10' ทรงพระเมตตาต่อบัณฑิตพิเศษ (ชมคลิป)

เรื่องเล่าสุดปลื้มปีติ 'รัชกาลที่ 10' ทรงพระเมตตาต่อบัณฑิตพิเศษ (ชมคลิป)

  • Share:

นับเป็นภาพแห่งความปลื้มปีติที่จะอยู่ในความทรงจำของคนไทยอย่างไม่มีวันลืม กับภาพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10’ ทรงพระเมตตากับบัณฑิตและบัณฑิตพิเศษทุกคนและทุกรุ่น ที่มีโอกาสเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของพระองค์

หากใครยังพอจำได้ ในช่วงปลายปี 2557 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพอันสุดประทับใจที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในขณะนั้นได้ทรงพระเมตตาต่อบัณฑิตพิเศษที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ช่วงปีการศึกษา 2555-2556 โดยภาพที่ปรากฏออกมา แสดงให้เห็นถึงพระเมตตาและทรงห่วงใยต่อ ‘นายวีรยุทธ ชินพันธ์’ หรือ ‘อาร์ท’ บัณฑิตหนุ่มที่ป่วยเป็นมะเร็งก้านสมอง เกิดอาการเซจะล้ม จนไปชนแท่นที่ประทับ ขณะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จนสร้างความประทับใจให้แก่ปวงชนชาวไทยในช่วงเวลานั้น...

‘นายวีรยุทธ ชินพันธ์’ หรือ ‘อาร์ท’ บัณฑิตหนุ่มป่วยเป็นมะเร็งก้านสมอง เกิดอาการเซจะล้ม จนไปชนแท่นที่ประทับ ขณะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2557

โดยผู้โพสต์ภาพวินาทีแห่งความประทับใจดังกล่าว ก็คือ นายพศิน อินทา เจ้าหน้าที่กองประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่รับหน้าที่เป็นผู้ถ่ายภาพและบันทึกภาพในพิธีรับปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในทุกๆ ปี

โดยก่อนเริ่มบทสนทนาบอกเล่าถึงวินาทีแห่งความประทับใจ นายพศิน กล่าวว่า “นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตเผยแพร่ภาพแห่งความประทับใจ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตและบัณฑิตพิเศษ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2557

“ย้อนกลับไปในเหตุการณ์วันนั้น ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในลำดับการรับตรงนั้น และได้เห็นภาพความประทับใจที่พระองค์ทรงพระเมตตาแก่บัณฑิตทุกคนและทุกรุ่นมาโดยตลอด แต่ภาพที่ทำให้ผมปลื้มปีติเป็นที่สุดก็คือ พระองค์ท่านทรงพระเมตตาต่อนายวีรยุทธ ชินพันธ์ หรือ น้องอาร์ท บัณฑิตที่ป่วยเป็นมะเร็งก้านสมอง ซึ่งเกิดอาการเซ จนจะล้มลงตรงหน้าพระพักตร์ ขณะยื่นมือเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของพระองค์”

นายพศิน เล่าถึงถึงวินาทีที่พระองค์ทรงพระเมตตาต่อบัณฑิตรายดังกล่าวว่า ขณะที่น้องอาร์ทกำลังก้าวขาและยื่นมือรับปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของพระองค์นั้น ด้วยอาการป่วยของโรคมะเร็งก้านสมอง ซึ่งไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ กล้ามขาที่อ่อนแรงฉับพลัน ทำให้น้องอาร์ทเกิดอาการเซไปชนกับแท่นที่ประทับตรงหน้าพระพักตร์ของพระองค์ท่าน

“วินาทีนั้น เสียงในห้องประชุมที่ดังฮือขึ้นมาด้วยความตกใจและลุ้นเหลือเกิน แต่แล้ว...เสียงดังกล่าวก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อภาพตรงหน้าทุกคนนั้นได้กลายเป็นภาพแห่งความประทับใจ พระหัตถ์ทั้งสองของพระองค์ทรงพระเมตตา ทรงจับใบปริญญาบัตรไว้แน่น ขณะที่น้องอาร์ทยื่นมือไปรับปริญญาบัตรด้วยเช่นกัน...”

“2 วินาทีผ่านไป พระองค์ก็ทรงไม่ปล่อยพระหัตถ์จากใบปริญญา จนกว่าน้องอาร์ทจะพอมีเรี่ยวแรงทรงตัวได้ ซึ่งถือเป็นความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ผมเชื่อเหลือเกินว่า หากไม่มีพระหัตถ์ของพระองค์ในวินาทีนั้น น้องอาร์ทก็อาจจะล้มลงไปแล้วก็ได้” นายพศิน เล่าด้วยน้ำเสียงสุดตื้นตันใจ

บัณฑิตพิการทางสายตา เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ‘ร.10’ ทรงมีพระเมตตาต่อบัณฑิตป่วยมะเร็งสมอง 

ถือเป็นที่น่าเสียดายมากว่า ในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องอาร์ทถึงความปลื้มปีติในวินาทีดังกล่าว เนื่องจากหลังเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรได้ไม่นาน นายวีรยุทธ ชินพันธ์ หรือน้องอาร์ท ก็เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งก้านสมอง

แต่...น้องอาร์ทก็เคยโพสต์ข้อความบอกเล่าถึงความประทับใจและตื้นตันใจที่สุดในชีวิต ไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Arty Chinnapan’ เมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ ในทำนองว่า เดิมทีนั้น...ตนตั้งใจจะไม่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในครั้งนี้ เนื่องด้วยปัญหาสุขภาพ ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง ตั้งแต่ก่อนเรียนจบปี 4 สาขาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ส่งผลให้มีปัญหาเรื่องการเดินและการทรงตัวมาโดยตลอด แต่เนื่องจากอาจารย์ที่สนิทโทรมาขอให้ตนเข้าร่วมพระราชทานปริญญาบัตร เพื่อจะได้มีรูปสวยๆ กับเพื่อนๆ ที่จบพร้อมกัน อาจารย์ยังบอกด้วยว่า พระองค์ท่านทรงมีเมตตา ให้เข้ารับช่วงหลังสุดของพิธี สามารถเข้ารับช้าๆ ได้ ตนและครอบครัวจึงเห็นว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต จึงตัดสินใจเข้าร่วมพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของพระองค์ด้วยตัวเอง

น้องอาร์ท ได้บอกเล่าไว้อีกว่า “ช่วงวินาทีก่อนขึ้นรับปริญญาบัตร ยอมรับว่าค่อนข้างตื่นเต้น และเชื่อว่าบัณฑิตทุกคนก็คงตื่นเต้นไม่ต่างกัน แต่ด้วยปัญหาสุขภาพของผมเอง ทำให้มีความกังวลใจเป็นพิเศษ เพราะกลัวว่าจะไปล้มตรงหน้าพระองค์ท่าน”

“เมื่อวินาทีสำคัญที่สุดในชีวิตมาถึง...ขณะที่ผมกำลังก้าวเดินอย่างช้าๆ ตามสภาพร่างกายที่พอไหว เพื่อหวังจะได้รูปที่ดีที่สุด แต่...สิ่งที่ผมกลัวมากที่สุดก็เกิดขึ้น เมื่อกล้ามขาข้างขวาอ่อนแรง ทำให้ผมเซไปชนเข้ากับแท่นที่ประทับ ซึ่งใกล้กับพระองค์ท่านมาก ผมจึงเงยหน้ามองพระพักตร์ของพระองค์ สัมผัสได้ถึงสายพระเนตรที่ทรงห่วงใย ขณะเดียวกันสองพระหัตถ์ของพระองค์ ทรงมีพระเมตตายื่นปกปริญญาบัตรให้ในทันที คล้ายกับว่าต้องการให้ผมจับไว้ จนกว่าจะทรงตัวได้ วินาทีนั้นผมได้เงยหน้ามองพระพักตร์พระองค์ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ” นายวีรยุทธ โพสต์บอกเล่าถึงวินาทีปลื้มปีติสุดชีวิต

‘นายวีรยุทธ ชินพันธ์’ หรือ ‘อาร์ท’ บัณฑิตหนุ่มที่ป่วยเป็นมะเร็งก้านสมอง เกิดอาการเซจะล้ม จนไปชนแท่นที่ประทับ

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวฯ ยังได้มีโอกาสสนทนากับอาจารย์คนสนิทของน้องอาร์ท ผศ.ดร.ศรีสุดา วงศ์วิเศษกุล บอกเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังด้วยว่า โดยปกติแล้ว สำหรับบัณฑิตที่สภาพร่างกายไม่ไหว เดินไม่คล่อง ก็จะต้องนั่งวีลแชร์ขึ้นรับพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งสำหรับ ‘อาร์ท’ ในวันนั้น ทุกคนรับรู้ได้ว่า สภาพร่างกายภายนอกเขาดูอ่อนแรงตั้งแต่แรก จึงสอบถามว่า จะนั่งวีลแชร์ขึ้นไปรับหรือไม่ แต่อาร์ทก็ยืนยันว่า จะเดินขึ้นไปรับจากพระหัตถ์ของพระองค์ด้วยตัวเอง เพื่อให้ได้รูปที่ดีที่สุดและสมพระเกียรติเป็นที่สุด เพราะฉะนั้นปริญญาบัตรใบนี้ จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและมีความหมายสำหรับอาร์ทและครอบครัวเขามาก

“ส่วนตัวเชื่อเหลือเกินว่า นั่นคงเป็นเพราะพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในวันนั้น ที่ทำให้อาร์ทเขามีแรงฮึด สามารถทรงตัวเองได้ และได้รูปออกมาสมพระเกียรติอย่างที่เขาตั้งใจ” ผศ.ดร.ศรีสุดา เผยความรู้สึกแทนศิษย์รัก

นอกจากนี้ ผศ.ดร.ศรีสุดา ยังบอกเล่าถึงความประทับใจที่เคยได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมาตลอด 5-6 ปี ว่า สัมผัสได้ถึงพระเมตตาของพระองค์ ที่ทรงมีต่อบัณฑิตและบัณฑิตพิเศษทุกรุ่นเสมอมา พระองค์ทรงใส่ใจ โดยเฉพาะการอ่านชื่อ หากลำดับชื่อไม่ตรง พระองค์ท่านจะทรงรับรู้จากอากัปกิริยาของบัณฑิตที่หยุดชะงัก และทรงพระราชทานปริญญาบัตรอย่างช้าลง

“รวมถึงการเข้ารับที่ไม่ตรงจังหวะ ยืนไม่สวยงาม พระองค์ก็จะรับสั่งให้ยืนใหม่ เนื่องจากทุกครั้งก่อนถึงช่วงพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ราชเลขาฯ ก็จะแจ้งให้บัณฑิตทราบว่า พระองค์ทรงมีรับสั่งให้ทุกคนที่เข้ารับพระราชทานฯ ต้องได้ปริญญาบัตร และภาพที่ดีที่สุดกลับบ้านไปให้ครอบครัวชื่นชมยินดี ดังนั้น ภาพที่พระองค์ทรงพระเมตตากับบัณฑิตทุกรุ่น จึงเป็นภาพที่เราทุกคนในรั้วสวนดุสิตคุ้นตาอยู่เสมอ” ผศ.ดร.ศรีสุดา กล่าวด้วยน้ำเสียงตื้นตันใจ

‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10’ ทรงพระเมตตากับบัณฑิตและบัณฑิตพิเศษทุกคนและทุกรุ่น ที่มีโอกาสเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของพระองค์
ภาพสุดประทับใจ ‘ในหลวง ร.10’ ทรงเอื้อมพระหัตถ์พระราชทานปริญญาบัตรถึงมือบัณฑิตพิเศษ

ขณะเดียวกัน นายพศิน อินทา เจ้าหน้าที่กองประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ยังได้บอกเล่าถึงความประทับใจที่พระองค์ทรงพระเมตตาต่อบัณฑิตพิเศษด้านต่างๆ อาทิ บัณฑิตที่พิการทางร่างกาย นั่งวีลแชร์ และพิการทางสายตา ซึ่งภาพที่คุ้นตาอยู่เสมอก็คือ พระองค์จะโน้มพระวรกายลงมา ส่งมอบปริญญาบัตรถึงมือบัณฑิตทุกคน

โดยในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรปีการศึกษาเดียวกันนั้น วินาทีแห่งความประทับใจเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ ‘นายสุวิช อินทรนุกูลกิจ’ หรือ ‘อุ้ย’ บัณฑิตพิการทางสายตา เข้ารับผิดจังหวะ ยืนไม่ตรง และหันหน้าไม่ตรงกับพระพักตร์ของพระองค์ ทำให้น้องอุ้ยต้องควานหาใบปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของพระองค์ 

"วินาทีนั้น...ผมและทุกท่านที่นั่งอยู่ในลำดับการตรงนั้น ก็ต่างลุ้นไปด้วยกัน...แต่...ภาพแห่งความประทับใจก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อพระองค์ทรงพระเมตตา ทรงขยับพระวรกายและเอื้อมพระหัตถ์ไปทางซ้ายและขวา เพื่อส่งมอบปริญญาบัตรตามมือที่น้องอุ้ยควานหา" นายพศิน เล่าถึงวินาทีที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระเมตตาต่อบัณฑิตพิเศษ

‘นายสุวิช อินทรนุกูลกิจ’ หรือ ‘อุ้ย’ บัณฑิตพิการทางสายตา
‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10’ ทรงพระเมตตากับบัณฑิตและบัณฑิตพิเศษทุกคนและทุกรุ่น

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวฯ ได้มีโอกาสสนทนากับ นายสุวิช อินทรนุกูลกิจ หรือ อุ้ย บัณฑิตรายดังกล่าว บอกเล่าให้ฟังว่า ในช่วงวินาทีนั้น ตนไม่รู้เลยว่า ยืนผิดตำแหน่ง เข้ารับผิดจังหวะ และไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ในวินาทีนั้น สัมผัสได้ว่า ขณะที่ตนกำลังควานหาใบปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของพระองค์ ไม่นานนัก ปริญญาบัตรใบนั้นก็ถึงมือตนอย่างอ่อนโยน

“ก่อนขึ้นรับจริง ผมได้ผ่านการซักซ้อมมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่เมื่อถึงวินาทีที่สำคัญยิ่ง ด้วยความตื่นเต้น จนอาจทำให้ก้าวไม่ตรงจังหวะและตำแหน่งที่มาร์กไว้บนเวที แต่สุดท้ายก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี...แม้ความผิดพลาดนั้น จะเกิดขึ้นที่ผมเอง แต่พระองค์ท่านก็ทรงมีพระเมตตา ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” นายสุวิช บัณฑิตพิการทางสายตา เล่าทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงตื้นตันใจเป็นที่สุด.

(ชมคลิป)

(ขอบคุณภาพประกอบจาก : นายพศิน อินทา เจ้าหน้าที่กองประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และคลิปจาก PR มหาวิทยาลัยสวนดุสิต)

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้