วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'หญิงออสซี่' เหยื่อข่มขืน ชวนวิ่งรณรงค์ปลุกพลังสตรี สู้การเปลี่ยนแปลง

'หญิงออสซี่' เหยื่อข่มขืน ชวนวิ่งรณรงค์ปลุกพลังสตรี สู้การเปลี่ยนแปลง

  • Share:

มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล จัดเสวนา “ข่มขืนกับการลุกขึ้นสู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง” โดยมี น.ส.แคลร์ เม็คฟาเลน เหยื่อการข่มขืน ร่วมรณรค์วิ่งปลุกพลังสตรี-ทั่วโลกตระหนักถึงปัญหาการข่มขืนที่ต้องเร่งแก้ไข และให้สังคมเลิกตีตราผู้ถูกกระทำ ...

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 59 มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับสมาคมเพศวิถี จัดเสวนา “ข่มขืนกับการลุกขึ้นสู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง” น.ส.แคลร์ เม็คฟาเลน นักรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง ชาวออสเตรเลีย เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เคยตกเป็นผู้ที่ถูกกระทำความรุนแรงทางเพศว่า เมื่อตอนอายุ 20 ปี เมื่อ พ.ศ. 2542 สมัยเป็นนักศึกษาไปเรียนที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ต้องทำงานส่งตัวเองเรียนในบาร์แห่งหนึ่ง วันนั้นหลังเลิกงานตี 3 เดินกลับบ้านเจอชายแปลกหน้าเข้ามาทำร้ายและข่มขืน ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานถึง 3 เดือน แจ้งความกับตำรวจแต่คดีไม่คืบหน้า กระทั่งผ่านมากว่า 10 ปี ถึงจะได้รับแจ้งจากตำรวจว่าเจอคนร้ายที่ก่อคดีแล้ว ขณะนั้นตนอยู่ที่ออสเตรเลีย แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการเดินทาง เพื่อดำเนินคดีที่กรุงปารีส ซ้ำร้ายยังถูกตีตราจากสังคมในเชิงลบ จึงเป็นบทเรียนชีวิตหันมาทำงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง

จากนั้น เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เริ่มจัดกิจกรรมปลุกพลังด้วยการวิ่งรณรงค์บนชายหาด หรือ Beach Run For Awareness ตั้งเป้าจะวิ่งใน 184 ประเทศทั่วโลกที่มีทะเล ประเทศละ 16 กม. ให้ได้ระยะทางรวม 3,000 กิโลเมตร เพื่อรวมพลังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ให้ทั่วโลกตระหนักถึงปัญหาการข่มขืน เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไขและให้สังคมเลิกตีตราผู้ถูกกระทำ จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมกิจกรรม ซึ่งจัดขึ้นเป็นประเทศที่ 10 ในวันที่ 4 ธ.ค. 59 ที่หาดบางเทา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

ด้าน นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า สถานการณ์การถูกข่มขืนของไทยไม่ต่างไปจากทั่วโลก ปัญหาความรุนแรงทางเพศสะท้อนวิธีคิดจากระบบชายเป็นใหญ่ ใช้อำนาจบังคับเพศที่มีอำนาจน้อยกว่า การแก้ปัญหาจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดผู้ชาย ความคิดโดยรวมของสังคม ส่วนผู้หญิงก็ต้องลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิ และที่สำคัญกระบวนการยุติธรรมต้องเดินหน้าอย่างเข้าใจ ตำรวจต้องรับแจ้งความไม่ใช่ให้ไกล่เกลี่ยอย่างเดียว

ขณะที่ น.ส.สุไลพร ชลวิไล กรรมการสมาคมเพศวิถีศึกษา กล่าวว่า การถูกข่มขืนสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ เช่น กลุ่มหญิงรักหญิง หรือกลุ่มชายรักชายถูกข่มขืน ขณะที่ฝ่ายถูกกระทำที่ต้องเผชิญเหตุการณ์แบบนี้จะถูกหลอกหลอนไปตลอดชีวิต ทั้งนี้ สังคมจะมองเรื่องของอัตลักษณ์ทางเพศ เกิดเป็นมายาคติ และสังคมมักจะตีตราถูกล้อเลียนให้อับอาย ส่วนกระบวนการให้ความช่วยเหลือยังไม่ครอบคลุม ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง อยากฝากให้ทุกภาคส่วนคำนึงถึงกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศด้วย อย่ามองข้ามคนเหล่านี้ ส่วนคนที่ทำงานด้านนี้ต้องสื่อสารให้สังคมเข้าใจเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้