วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สมาชิกวง อ.ส.วันศุกร์ถ่ายทอดความประทับใจที่มีต่อองค์ "คีตราชัน"

สมาชิกวง อ.ส.วันศุกร์ถ่ายทอดความประทับใจที่มีต่อองค์ "คีตราชัน"

  • Share:

มูลนิธิคีตรัตน์ ร่วมกับศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ จัดงาน “คีตรัตนบรมราชานุสรณ์ ธ สถิตกลางใจราษฎร์นิรันดร์” นิทรรศการเพื่อรำลึกในพระอัจฉริยภาพทางดนตรีในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนำเครื่องดนตรีส่วนพระองค์ที่ได้พระราชทานให้สมาชิกวง อ.ส.วันศุกร์ ที่ไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน มาจัดแสดงที่ควอเทียร์แกลลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ผู้บริหารดิ เอ็มโพเรียม กรุ๊ป ต้อนรับ รศ.ดร.ภาธร และ ศ.พิเศษ แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ 2 พ่อลูกนักดนตรีวง อ.ส.วันศุกร์.

ในพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ หนึ่งในสมาชิกวง อ.ส.วันศุกร์ ร่วมถ่ายทอดความประทับใจในการ ถวายงานอย่างใกล้ชิด พร้อมเล่นดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ต่างๆร่วมกับวงแจ๊ส มินเนี่ยมด้วย รศ.ดร.ภาธร กล่าวว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมไปถึงเพื่อเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่ถูกต้องที่สุด ซึ่งพระองค์ทรงตรวจทานแก้ไขปรับปรุงด้วยพระองค์เอง เพื่อให้เยาวชน นักศึกษา นักดนตรี ประชาชนผู้ที่สนใจ ซึ่งทุกคนเป็นเสมือนการรับไม้ผลัด การรับต่อคบเพลิง ช่วยกันสืบทอดรักษาเพลงพระราชนิพนธ์ที่พระราชทานให้เป็นเอกลักษณ์และสมบัติของชาติสืบไป

รศ.ดร.ภาธร กล่าวด้วยว่า บทเพลงพระราชนิพนธ์จริงๆ มี 49 เพลง แต่ที่เราได้ยินว่ามี 48 เพลง เพราะเพลง “ราชวัลลภ” ทรงพระราช นิพนธ์ ครั้งแรกและพระ ราชทานแก่กรมทหารราบนั้น ทางกรมทหารราบ แต่งคำร้องภาษา ไทยถวาย มีห้องเพลงยาวกว่าเดิม จึงมาขอพระราชทานทำนองเพิ่ม พระองค์ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แก้ไขให้เข้ากับคำร้อง จึงกลายเป็น “มาร์ชราชวัลลภ” และมีรับสั่งว่า “ให้แยกออกจากกัน เพราะเป็นคนละเพลงเดียวกัน” ส่วนเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกคือ“แสงเทียน” ทรงพระราชนิพนธ์ตั้งแต่ทรงเป็นพระอนุชา เป็นบทเพลงบลูที่มีความซับซ้อนมาก คนเล่นสมัยก่อนอาจจะไม่เคยชิน จึงทรงยังไม่พระราชทานออกมา ทรงนำเพลงที่ฟังง่าย อย่าง ยามเย็น, สายฝน ออกมาก่อน เวลาที่ทรงพระราชนิพนธ์เพลงต่างๆ จะทรงนึกถึงผู้ที่ทรงให้ และผู้ฟังตลอด แต่ละบทเพลงจะทรงแก้ไขปรับจนสมบูรณ์ที่สุด แต่ละบทเพลงจึงมีคุณค่า “มีหัวใจพระองค์ท่านอยู่ในนั้น”

รศ.ดร.ภาธร ร่วมเล่นดนตรี บทเพลงพระราชนิพนธ์.

ในช่วงตอนต้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้ดนตรีเป็นเครื่องสื่อสารกับประชาชน แต่ในช่วงหลังๆ ทรงใช้ดนตรีเป็นเครื่องผ่อนคลาย ทำให้หลายคนคิดว่า พระองค์ทรงเลิกเล่นดนตรี สมัยก่อนจะทรงเล่นดนตรี วันศุกร์และวันอาทิตย์ ในช่วงเย็น แต่ระยะหลังพระราชภารกิจมีมากขึ้น จะทรงเล่นค่ำขึ้น เที่ยงคืนก็มี ช่วงเวลาที่ประทับที่หัวหิน จะทรงเล่นดนตรีทุกวันเสาร์ ตนเคยได้ยินอาๆสมาชิกในวง อ.ส.เล่าบรรยากาศในการเล่นดนตรีในอดีต ก็รู้สึกเสียดาย อยากอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆบ้าง เคยได้กราบทูลพระองค์ท่านว่า ตนเกิดช้าไป 10 ปี พระองค์ทรงมีรับสั่งว่า “ไม่หรอก เกิดมาถูกเวลาแล้ว ความสุขที่มีร่วมกัน ให้เขียน ให้จดจำไว้ เล่าให้ลูกหลานฟัง” ซึ่งตนเต็มใจอย่างยิ่งที่จะรับหน้าที่เผยแพร่ความรู้สึกความสุขในขณะนั้น รวมทั้งสิ่งที่พระองค์ทรงสอน ในการให้รู้จักหน้าที่ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เป็นใครก็ตาม ทำหน้าที่เหมือนเราเล่นดนตรี ซึ่งการเล่นเราต้องฟังคนอื่นด้วย ทุกคนมีหน้าที่ไม่เหมือนกัน ไม่มีใครสำคัญกว่าใคร

สำหรับงาน “คีตรัตนบรมราชานุสรณ์ ธ สถิตกลางใจราษฎร์นิรันดร์” ได้นำเครื่องดนตรีพระราชทาน มาแสดงมี 7 เครื่องด้วยกัน ได้แก่ Piano Upright Steinway, King Alto Saxophone, Tenor Saxophone, Yamaha Trumpet, Jazzophone Trumpet, Stainer Baritone saxophone และ Selmer Mark VI Alto Saxophone นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำ CD เพลงพระราชนิพนธ์ “ในดวงใจนิรันดร์” เสียงเพลงจากลมหายใจของพ่อ บันทึกเสียงเมื่อ 50 ปีที่แล้ว โดยวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงอัลโตแซกโซโฟน โดยมี ศ.พิเศษแมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ขับร้อง จำกัดคนละ 1 แผ่น ตั้งแต่เวลา 17.00 น. วันนี้ถึง 11 ธ.ค. และในวันที่ 5 ธ.ค. จะมีกิจกรรมพิเศษชมการแสดงวาดภาพจากเม็ดทราย โดย ดร.สมพงษ์ ลีระศิริ ประกอบการแสดงดนตรีจากดุริยางคศาสตร์ ม.ศิลปากร.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้