วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยังไม่ปิดเกาะพยาม! ทหารแค่ใช้ม.44 ตั้งกก.แก้ปัญหา รุกป่าสร้างรีสอร์ต

ยังไม่ปิดเกาะพยาม! ทหารแค่ใช้ม.44 ตั้งกก.แก้ปัญหา รุกป่าสร้างรีสอร์ต

  • Share:

ผบ.มทบ.44 เดินหน้าใช้ ม.44 ตั้งคณะกรรมการลงพื้นที่ตรวจสอบรีสอร์ต บังกะโลกว่าร้อยแห่งบนเกาะพยาม มัลดีฟส์เมืองไทย แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.ระนอง สร้างในที่ ส.ป.ก. ป่าสงวนแห่งชาติ หลังพื้นที่ใส่เกียร์ว่างทำงานล่าช้า...

จากกรณี พล.ต.อุดมวิทย์ อโนวัลย์ ผบ.มทบ.44 ผอ.รมน.ภาค 4 สย.1 รับผิดชอบพื้นที่ชุมพร-ระนอง สั่งการให้ชุด ฉก.บก.ควบคุม มทบ.44 ลงพื้นที่เกาะพยามหรือที่เรียกกันว่า มัลดีฟส์เมืองไทย สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ต.เกาะพยาม อ.เมือง จ.ระนอง ตรวจสอบพบกลุ่มนายทุนคนไทยและต่างชาติสร้างรีสอร์ต บังกะโล บ้านพักตากอากาศกว่า 100 แห่ง อยู่ในเขตที่ดิน ส.ป.ก. เขตป่าสงวน ป่าชายเลน และมีผู้มีอิทธิพลนำที่ดินของรัฐไปจัดสรรออกโฉนดชุมชนขาย ตามที่ทีมข่าวเฉพาะกิจภูมิภาคไทยรัฐเกาะติดนำเสนอต่อเนื่องนั้น


วันที่ 1 ธ.ค.59 ทีมข่าวเฉพาะกิจภูมิภาคไทยรัฐ รายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าว พล.ต.อุดมวิทย์ อโนวัลย์ ผบ.มทบ.44 ผอ.รมน.ภาค 4 สย.1 ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมแก้ไขปัญหาเกาะพยามครั้งที่ 2 โดยมี พ.ต.อ.สมาน ชัยณรงค์ รรท.ผบก.ภ.จ.ระนอง นายสุริยัณห์ จิรสัตย์สุนทร ปลัดจังหวัดระนอง นาศุภชัย สุกใส ผอ.ส่วนป้องกันและปราบปรามภาคใต้ กรมป่าไม้ นายลักษณ์ แก้วมณี ปฏิรูปที่ดินจังหวัดระนอง นายณัฐพล อ๋องสุวรรณ หน.หน่วย รน.8 นางอำภา แก้วยาวนางอำภา นายก อบต.เกาะพยาม นายปริญญา สกุลทอง กำนันตำบลเกาะพยาม และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกว่า 30 คน เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุม อบจ.ระนอง

พ.ท.ดุสิต เกสรแก้ว หน.ฉก.บก.ควบคุม มทบ.44 ได้บรรยายสรุปผลการลงพื้นที่เกาะพยาม เพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงกรณีการบุกรุกสร้างรีสอร์ต บังกะโล บ้านพักตากอากาศ ส่วนใหญ่เป็นของนายทุนนอกพื้นที่และชาวต่างชาติ ในที่ดิน ส.ป.ก. เขตป่าสงวนและป่าชายเลน มากกว่า 100 แห่ง ซึ่งผิดกฎหมายทั้งหมด ทั้งมีการเปลี่ยนมือขายสิทธิครอบครองที่ดินทำกินซ้ำซ้อน ผู้มีอิทธิพลจัดสรรที่ดินออกโฉนดชุมชนผิดกฎหมายขายให้แก่นายทุนและชาวบ้าน และปัญหาสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ


จากนั้น พล.ต.อุดมวิทย์ ได้สอบถามความคืบหน้าจากมติที่ประชุมครั้งที่ผ่านมา เรื่องการแต่งตั้งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้าเป็นคณะกรรมการลงพื้นที่ตรวจสอบแก้ไขปัญหาเกาะพยาม เพื่อกำหนดแนวทางการทำงาน โดยมอบหมายให้หน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) ระนอง เป็นประธานดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 21 พ.ย.59 และลงนามคำสั่งโดยผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง แต่ปรากฏว่าไม่มีการดำเนินการใดๆ ตามมติที่ประชุมดังกล่าว และไม่มีผู้แทน ทสจ.ระนองเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย


พล.ต.อุดมวิทย์ กล่าวว่า ก่อนประชุมตนได้เข้าพบกับ พล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ซึ่งท่านบอกว่าได้ติดตามการทำงานแก้ไขปัญหาเรื่องการบุกรุกที่ดินบนเกาะพยามมาโดยตลอด ขอให้ตนทำงานอย่างตรงไปตรงมา และทุกครั้งที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่และการประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้อง ขอให้ตนสรุปรายงานส่งให้กับรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรียุติธรรม รัฐมนตีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้รับทราบทุกครั้งด้วย และตนได้ประสานงานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ 


"ดังนั้นเพื่อไม่ให้การทำงานต้องหยุดชะงัก ตนจึงขอใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช.ที่ 13/59 แต่งตั้งคณะกรรมแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินบนเกาะพยาม โดยให้มีหน่วยงานหลักเป็นเจ้าภาพคือ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) ระนอง สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัด (ส.ป.ก.) ระนอง ป่าไม้จังหวัดระนอง สำนักงานป่าชายเลนจังหวัดระนอง และชุด ฉก.แก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ บก.ควบคุม มทบ.44 และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ ซึ่งจะออกคำสั่งให้เสร็จภายใน 2-3 วันนี้"


พล.ต.อุดมวิทย์ กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการดังกล่าวจะลงพื้นที่เกาะพยามเพื่อดำเนินการ (1.) ตรวจจับพิกัดรังวัดยืนยันแนวเขตแยกประเภทที่ดินจุดใดเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และเขตป่าชายเลน ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน (2.) ให้ตรวจสอบสภาพแปลงที่ดิน เอกสารการครอบครองของรีสอร์ต บังกะโล บ้านพักตากอากาศทั้งหมด เพื่อแยกประเภทที่ดิน (3.) แก้ปัญหาที่มาของการครอบครองที่ดินและปัญหาอื่นๆ รวมถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพล ส่วนกรณีผู้มีอิทธิพลออกโฉนดชุมชนขายให้ตรวจสอบรวบรวมหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย


ทั้งนี้ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ ตนและผู้เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่เกาะพยามพบกับชาวบ้านและผู้ประกอบการ โดยนัดกันที่ห้องประชุมโรงเรียนเกาะพยาม เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจถึงการที่เจ้าหน้าที่เข้ามาแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ โดยเฉพาะผู้ประกอบต่างๆ ไม่ต้องตกใจ เปิดธุรกิจบริการนักท่องเที่ยวได้ตามปกติ อย่าไปเชื่อข่าวลือผู้ไม่หวังดีว่าจะมีการปิดเกาะทำให้เกิดผลกระทบการท่องเที่ยว เราเข้าไปแก้ปัญหาให้กับทุกคน ไม่ใช่เข้าไปสร้างปัญหา.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้