วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ภัย!ร้ายมะเร็งตับ ใกล้ตัวต้องเฝ้าระวัง

ภัย!ร้ายมะเร็งตับ ใกล้ตัวต้องเฝ้าระวัง

  • Share:

“ตับ”...เป็นอวัยวะภายในที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายมนุษย์ อยู่ใต้ชายโครงขวาและอยู่ใต้ปอดด้านขวา แบ่งเป็นกลีบๆ มีหน้าที่สำคัญ...สะสมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งถูกดูดซึมจากลำไส้

“ตับ”...ประกอบด้วยเซลล์มากมาย เซลล์ที่สำคัญส่วนใหญ่ประกอบด้วย เซลล์ตับ เซลล์ของเส้นเลือด และเซลล์ของท่อน้ำดี ซึ่งเซลล์ท่อน้ำดีนี้จะขยายต่อออกมานอกตับ เป็นท่อน้ำดีเพื่อระบายน้ำดีออกไปยังถุงน้ำดีและลำไส้เล็ก ศ.พิเศษ นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ แพทย์ศัลยกรรมมะเร็ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัฒโนสถ บอกว่า เซลล์ต่างๆที่อยู่ในตับเมื่อเกิดการกลายพันธุ์ ก็จะกลายเป็นเซลล์เนื้องอกหรือเซลล์มะเร็งที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้...จะเจริญเติบโตด้วยตัวมันเองในตับ กระจายไปยังอวัยวะต่างๆ

“มะเร็งที่เกิดจากเซลล์ที่แตกต่างกันนี้ก็มาจากสาเหตุของการเกิดมะเร็งที่ต่างกัน จึงทำให้วิธีการรักษาและการพยากรณ์โรคก็แตกต่างกันไปด้วย”

เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่มีกระแสเลือดมาเลี้ยงมากมาย จึงเป็นที่ที่มะเร็งชนิดต่างๆ ที่ไม่ได้เกิดจากภายในตับนั้นกระจายมายังตัวตับได้ง่าย เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับอ่อน...มะเร็งที่กระจายมายังตับนี้ เราเรียกว่า มะเร็งตับชนิดทุติยภูมิ ส่วนวิธีการรักษาก็เป็นไปตามต้นกำเนิดของมะเร็งชนิดนั้นๆ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ที่กระจายมายังตับ ก็จะรักษาแบบมะเร็งลำไส้ใหญ่

ถึงแม้ว่ามะเร็งตับในประเทศไทยปัจจุบันมีแนวโน้มลดลงก็ตามแต่ก็ยังเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของมะเร็งทั้งหมด มะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งในเพศชาย และพบมากเป็นอันดับสามในเพศหญิง

ข้อมูลปี 2554 สถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่า เพศชายเป็นมะเร็งตับ 33.9 ต่อแสนประชากร หรือมีผู้ป่วยใหม่ 13,152 คน...ในเพศหญิงเป็นมะเร็งตับ 12.9 ต่อแสนประชากร หรือมีผู้ป่วยใหม่ 5,765 คน

สำหรับผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากมะเร็งตับในประเทศไทยอยู่ที่ปีละ 14,000 ราย...มีอัตราการเป็นมะเร็งตับต่อแสนประชากรเป็นอันดับ 8 ของโลก รองจาก ...มองโกเลีย ลาว แกมเบีย อียิปต์ เวียดนาม เกาหลี จีน

มะเร็งตับเมื่อเป็นแล้วมีโอกาสเสียชีวิต 87% หรือในทางกลับกันมีโอกาสอยู่รอดเพียง 13%

ทำความเข้าใจลงลึกอีกระดับ...“มะเร็งตับชนิดปฐมภูมิ” คือมะเร็งชนิดที่เกิดขึ้นจากเซลล์ที่อยู่ในตัวตับเองแล้วกลายเป็นมะเร็ง ซึ่งมีอยู่หลายชนิด แต่ที่พบได้บ่อยๆ จะมีอยู่ 2 ชนิด คือ

หนึ่ง...มะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดีในตับ (Cholangiocarcinoma) เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ที่บุท่อน้ำดีที่อยู่ในตับ มะเร็งชนิดนี้พบมากในประเทศไทยทางภาคอีสาน สาเหตุมาจากติดเชื้อโรคพยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งทางภาคเหนือและภาคอีสานประชาชนส่วนใหญ่ยังนิยมรับประทานปลาน้ำจืดดิบ ซึ่งมีพยาธิใบไม้ในตับอยู่

นอกจากนี้ ก็มีสารก่อมะเร็งที่ทำให้เกิดมะเร็งตับชนิดนี้มากขึ้นในภาคอีสานคือ สารดินประสิว มีอยู่ในอาหารประเภทโปรตีนหมัก เช่น ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาส้ม แหนม...อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ที่ผสมดินประสิว เช่น ไส้กรอก เนื้อเค็ม กุนเชียง ปลาเค็ม เป็นต้น อาหารจำพวกรมควัน เช่น ไส้กรอกรมควัน

อาหารอีสานจะใช้สารดินประสิวในการถนอมอาหาร เช่น ทำปลาร้า ปลาจ่อม เป็นต้น มะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดีนี้ การตรวจค้นหาระยะเริ่มแรกนั้นยังไม่มีวิธีการที่ดี ยังอยู่ในขั้นการวิจัยและเมื่อเป็นแล้ววิธีการรักษาก็ค่อนข้างจะยุ่งยาก ผลการรักษายังไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น วิธีการที่ดี ที่สุดก็คือการป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็งชนิดนี้คือ การไม่รับประทานปลาน้ำจืดดิบ...รับประทานอาหารที่มีสารดินประสิวปนเปื้อนอยู่

สอง...มะเร็งตับชนิดเซลล์ตับ (Hepatocellular carcinoma) เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ที่อยู่ในเนื้อเยื่อตับ มะเร็งตับชนิดนี้พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย สาเหตุของการเกิดมะเร็งที่สำคัญก็คือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ซึ่งสามารถติดต่อได้ทางเลือด การติดจากแม่ไปสู่ลูกในครรภ์ หรือทางเพศสัมพันธ์

เมื่อเชื้อไวรัสนี้เข้าไปอยู่ในเซลล์ตับก็สามารถกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรังหรือกลายเป็นพาหะติดต่อผู้อื่นได้โดยตัวเองไม่มีอาการ ซึ่งตับอักเสบเป็นนานๆเป็นระยะเวลา 10-20 ปี ก็สามารถกลายเป็นตับแข็งได้ และจากตับแข็งก็กลายเป็นมะเร็งตับ แต่ก็มีบางรายที่ไม่เป็นตับแข็งแต่กลายเป็นมะเร็งตับเสียก่อนก็ได้เช่นกัน

นอกจากสาเหตุจากไวรัสตับอักเสบบีและซีแล้ว ก็มีปัจจัยอื่นที่ทำให้กลายเป็นมะเร็งตับได้เช่นกัน คือผู้ป่วยตับแข็งที่มาจากการดื่มแอลกอฮอล์จัด หรือตับแข็งที่เกิดจากไขมันพอกตับเป็นเวลานานๆ ก็เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับชนิดเซลล์ตับได้เช่นกัน

น่าสนใจด้วยว่า สารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในถั่วลิสง พริกแห้ง กระเทียม ธัญพืชต่างๆ สารพิษเหล่านี้มาจากเชื้อราที่สร้าง “สารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin)” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารนี้จะเป็นตัวเสริมให้เป็นมะเร็งเซลล์ตับต่อผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีได้ง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากสาเหตุหลักใหญ่ๆที่กล่าวมาแล้วนั้น ก็ยังมีสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งตับได้แต่พบได้ไม่มาก เช่น โรคทางพันธุกรรมบางชนิด โรคท่อน้ำดีในตับอักเสบเรื้อรัง การได้รับยาและสารเคมีมาเป็นเวลานาน เช่น ฮอร์โมนในเพศชาย ยาคุมกำเนิด สารหนู สารไวนิลคลอไรด์ ผู้ป่วยเบาหวานชนิด 2 และคนอ้วน

ศ.พิเศษ นพ.ธีรวุฒิ ย้ำว่า อาการของมะเร็งตับ...ในระยะแรก ผู้ป่วยจะไม่แสดงอาการ เมื่อโรคมะเร็งโตมากขึ้น อาจจะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ท้องอืด หรืออาจจะมีอาการปวดหรือเสียวชายโครงด้านขวา จุกเสียดแน่นท้อง อาการปวดอาจจะปวดร้าวไปยังไหล่ขวา หรือใต้สะบักด้านขวา...

เมื่อ “มะเร็ง” ทำลายหน้าที่ของตับมากขึ้นหรือเกิดการอุดตันของท่อน้ำดีก็จะมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม อาจจะมีอาการท้องบวม ขาบวม บางรายก็จะมีไข้ต่ำๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ

การตรวจเพื่อค้นหามะเร็งตับระยะแรกเริ่มนั้น สำหรับมะเร็งท่อน้ำดียังไม่มีวิธีใดดีที่สุด แต่มะเร็งตับและเซลล์ตับนั้น...ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับชนิดนี้ เช่น ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ผู้ที่เป็นโรคตับแข็ง เราสามารถเฝ้าระวัง โดยการตรวจอัลตราซาวนด์ตับ หรือตรวจเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็งตับได้ทุก 6-12 เดือน

“เมื่อพบว่ามีก้อนผิดปกติในตับแล้วนั้น การวินิจฉัยโรคมะเร็งตับก็อาจจะตรวจด้วยซีทีสแกนหรือเอ็มอาร์ไอตับ ในบางรายอาจจำเป็นต้องเจาะชิ้นเนื้อมาตรวจ”

สำหรับวิธีรักษามะเร็งตับ...ปัจจุบันมีวิธีการรักษามากมายหลายชนิด แพทย์จึงจำเป็นจะต้องร่วมมือกันหลายสาขา เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมให้แต่ละบุคคลไป เป็นการรักษาแบบเฉพาะบุคคล

“เนื่องจากยังไม่มียาเคมีบำบัดที่ดีสำหรับมะเร็งตับ ยกเว้นในปัจจุบันที่มียาพุ่งเป้าชนิดเดียวที่ยอมรับว่ารักษาได้ผลดีที่สุดสำหรับมะเร็งตับชนิดเซลล์ตับ...ยาพุ่งเป้าเป็นการรักษาโดยใช้ยาต้านมะเร็งที่มีฤทธิ์เฉพาะเจาะจงที่เซลล์มะเร็งคือยาโซราฟีนิบ...แต่ยานี้ไม่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้เด็ดขาด เป็นแค่ประคับประคอง”

อีกความก้าวหน้าของการรักษาในปัจจุบันก็คือ ใช้การนำเอาวิธี “ฉายแสง” มาฉายทำลายมะเร็งตับ เนื่องจากวิวัฒนาการของเครื่องฉายแสงสามารถปรับความเข้มข้นของรังสีและสามารถฉายแสงได้ 3 มิติ หรือ 4 มิติ ทำให้ตับที่ไม่ได้เป็นมะเร็งได้รับอันตรายน้อยลงกว่าแต่ก่อน

ประเด็นสำคัญ...เนื่องจากมะเร็งตับระยะเริ่มแรกไม่มีอาการ เมื่อมีอาการแล้วโอกาสการรักษาจึงมีน้อย การคัดกรองหรือเฝ้าระวังให้พบในระยะแรกเริ่มจึงเป็นวิธีที่เมื่อเป็น “มะเร็งตับ” แล้วมีโอกาสหายมากที่สุด

“มะเร็งตับ” อีกภัยสุขภาพใกล้ตัวที่ต้องเฝ้าระวัง ควรวางแผน ป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้