วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลาแล้วอิรัก

ลาแล้วอิรัก

  • Share:

“11.05 น.ของศุกร์วันนี้ ผมต้องจับเครื่องบินของสายการบินอุซเบกิสถาน เที่ยวบินที่ HY532 บินไปลงที่กรุงทัชเคนท์ เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็น “คณะผู้สังเกตการณ์นานาชาติการเลือกตั้งประธานาธิบดี” ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2559 มะรืนนี้

ขอขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้งและรัฐบาลอุซเบกิสถานที่กรุณาให้เกียรติเชิญผมเป็นคณะผู้สังเกตการณ์ในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของชาติในครั้งนี้

กลับไปที่อิรัก รายได้ทั้งประเทศอิรักมาจากการขายน้ำมัน พอน้ำมันราคาร่วง อิรักก็แย่ รายได้จากการเกษตรก็มีแต่เพียงจากอินทผลัม ข้าวสาลี ฯลฯ แต่รัฐบาลอิรักมีภาระค่าใช้จ่ายเยอะ เพราะถนนหนทางบ้านเรือนล้วนแต่ชำรุดทรุดโทรมจากสงครามที่มีติดต่อกันมายาวนานหลายสิบปี จากการโดนแซงก์ชั่น โดนลงโทษอะไรสารพัดจากสหรัฐฯและชาติตะวันตก อิรักยังไม่ตายดอกครับ แต่อยู่ในสภาพที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงเต็มที ยิ่งมาเจอปัญหาดาเอซ หรือกองกำลังรัฐอิสลาม อิรักก็เหมือนเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น

ใครที่เดินทางไปอิรัก จะเจอด่านตรวจอาวุธ ตรวจระเบิดอยู่ตลอด ถนนบางสายเจอด่านทุกสองสามกิโลเมตร ท่านสมาชิกไลน์ @LGJ0596P ลองหลับตาจินตนาการนึกดูเอาเถิดครับ ว่าจะต้องใช้คนและเงินเท่าใด ทหารตำรวจแต่ละคนต้องมีอาวุธและเครื่องกระสุนเพียบ นั่งรถไปในอิรัก ไม่ว่าจะชำเลืองสายตาไปทางไหน จะเจอตำรวจทหาร และรถถัง รถเกราะ จอดเฝ้าระวัง พวกนี้ต้องใช้เงินทั้งซื้อทั้งจัดการ น้ำมันที่มีมากมายในอิรัก ดูดขึ้นมาขายได้เงินเท่าใด ต้องใช้ไปกับการสู้รบและป้องกันประเทศ

การสำรวจล่าสุด พบว่าอิรักมีประชากร 35 ล้านคน เป็นประชากรที่รัฐบาลต้องเลี้ยงดู เพราะเลี้ยงดูกันมากันตั้งแต่ก่อนง่อนชะไร ตั้งแต่น้ำมันยังราคาแพง ตั้งแต่ยังไม่มีสงคราม แม้ทุกวันนี้ รัฐบาลก็ยังต้องป้อนข้าวป้อนน้ำถึงปากประชาชน

เด็กทารกแรกเกิดในอิรัก อายุตั้งแต่ 1 วันจนถึง 1 ปี รัฐบาลมีหน้าที่จัดหานมให้ พออายุพ้น 1 ปีไปจนถึงวันตาย แต่ละคนก็จะได้สิทธิดังนี้ต่อเดือน 1.น้ำตาล 2 กก. ข้าว 3 กก. น้ำมันพืชที่ใช้ปรุงอาหาร 1 ลิตร แป้งที่ใช้ทำขนมปัง 9 กก. ฯลฯ

บางครอบครัวจึงอยากมีลูกเยอะ เพราะการมีลูกเยอะทำให้ได้รับการจัดสรรอาหารมาก ครอบครัวนายเอและนางบีมีลูก 5 คนทุกเดือนทั้งพ่อแม่ลูกได้รับแป้งทำขนมปัง 63 กก. น้ำตาล 14 กก. ข้าว 21 กก. และน้ำมันพืช 7 ลิตร ครอบครัวที่ผมรู้จัก ถึงแม้ว่าลูกสาวสองคนจะอยู่ในต่างประเทศแล้วก็ตาม แต่ก็ยังได้สิทธิรับอาหารจากทางรัฐบาล พวกนี้นี่แหละครับ ที่เป็นภาระของรัฐบาลที่ทำให้ต้องแบกกันจนหลังแอ่น

ความที่รัฐบาลเลี้ยงมานาน คนอิรักจึงทำงานด้วยตนเองไม่ค่อยเป็น ทุกโรงแรม ร้านค้า โรงงาน วิทยาลัย ฯลฯ จึงเต็มไปด้วยคนงานชาวบังกลาเทศ ผมพยายามถามถึงคนงานชาติอื่น ปรากฏว่าไม่เจอ ทราบว่ามีคนไทยก็จากคนที่เข้ามาเขียนคอมเมนต์เล่าให้ฟังในเฟซบุ๊กของผมว่า สามีของเธอซึ่งเป็นคนไทยทำงานอยู่ในตอนใต้ของอิรัก

อีกท่านหนึ่งที่ไปอิรัก คือคุณพนม ซึ่งเขียนในไลน์ Official ของผมว่า “ผมชื่อพนม ทำฟาร์มข้าวที่แอฟริกาและมีโรงสีข้าวอยู่อำนาจเจริญ ผมเพิ่งไปที่เคอร์ดิสถานของอิรักมาครับ คนอิรักจริงใจและซื่อสัตย์มาก ผมเริ่มทำการค้ากับอิรักเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยได้รับแรงบันดาลใจและรับความรู้จากคอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลก จนประสบความสำเร็จครับ”

นั่งเครื่องบินจากกรุงโดฮา กาตาร์ เข้าไปในกรุงแบกแดด สมาชิกต้องทำใจนะครับ เพราะทุกคนจะขนข้าวของไปเป็นจำนวนมาก ตอนนั่งเข้าไปเมื่อ 6 วันที่แล้ว ผมไม่มีที่วางกระเป๋า ต้องเอากระเป๋าถือน้ำหนัก 7 กก.มาไว้บนตัก

มาอิรักครั้งนี้ ผมมีความรู้สึกสุขปนเศร้า

สุขคือได้พบเพื่อนที่คบหาสมาคมกันจริงใจ

เศร้าคือได้เห็นผู้คนที่ทุกข์จากการก่อการร้าย

ผมขอส่งกำลังใจไปช่วยให้รัฐบาลอิรักปราบดาเอซให้ได้ เมื่อดาเอซสิ้นซากแล้ว รัฐบาลและประชาชนอิรักก็คงจะได้กลับมาพัฒนาประเทศกันอย่างจริงจังซะที”.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้