วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บิ๊กป้อมไม่ปลดล็อก ยังห้ามการเมืองขยับ!

บิ๊กป้อมไม่ปลดล็อก ยังห้ามการเมืองขยับ!

  • Share:

สุดารัตน์บี้สัญญา คสช.

“บิ๊กป้อม” ปิดประตูไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง ลั่นยังมีเวลาอีกปีกว่า ถึงจะเลือกตั้ง “มีชัย” เลี่ยงครหากลั่นแกล้งเร่งคลอด พ.ร.บ.พรรคการเมือง-กกต.ให้มีเวลาปรับตัวสอดรับเงื่อนไข ขู่รัฐบาลใหม่ไม่ทำตามยุทธศาสตร์ชาติถือว่าขัด รธน. “สุดารัตน์” โวยกฎหมายลูกมุ่งกำจัดการเมือง ทวงสัญญา คสช.คืนประชาธิปไตยไม่ใช่แค่คำพูด เปรียบลูกตุ้มเอียงเกินไปจะอยู่ไม่ได้ ปชป.สะกิดสิ่งใดอะลุ้มอล่วยได้ควรผ่อนปรน “บิ๊กตู่” ขันนอต ขรก.-ติวเข้ม ผวจ.รีดผลงาน ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติดูแลประชาชน “วัฒนา” จวกมติ ครม.แจกเงินผิดกฎหมาย กู้เงินแบงก์โดยไม่ได้ออก ก.ม.รองรับ จี้ ป.ป.ช.-สตง.ต้องกล้าสอบอย่าเพิกเฉย “ทักษิณ” ปลื้มซื้อยกเซตชุดเด็กรับขวัญหลานชาย

จากกรณีที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เร่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับแรกเกี่ยวกับการเลือกตั้งใกล้แล้วเสร็จ โดยพรรคการเมืองออกมาเรียกร้องให้ปลดล็อกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้นั้น ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ยืนยันว่าจะยังไม่อนุญาต เพราะยังมีเวลาอีกกว่า 1 ปี จึงจะมีการเลือกตั้ง

“บิ๊กป้อม” ลั่นดาลยังไม่ปล่อยผีการเมือง

เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 30 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคการเมืองออกมาเรียกร้องขอทำกิจกรรมทางการเมืองว่า ยังไม่อนุญาต เอาไว้ก่อน เมื่อถึงเวลาจะอนุญาตเอง เพราะอีกตั้งปีกว่า จึงจะมีการเลือกตั้ง แล้วจะทำกิจกรรมกันตอนนี้เลยหรือ

เมื่อถามว่านักการเมืองเกรงว่าจะดำเนินการหลายอย่างไม่ทันตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูก ที่มีเวลาอยู่จำกัด พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “ไม่ทันก็ไม่ต้องเข้า ในเมื่อร่างรัฐธรรมนูญออกมาแบบนี้จะให้ทำอย่างไร เพราะวันนี้ก็เปิดพื้นที่มากอยู่แล้ว จะเอาอะไรกันอีก เอาไว้ก่อน”

“วิษณุ” ย้ำโรดแม็ปยังเหมือนเดิม

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข้อสังเกตเรื่องโรดแม็ปจะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ว่า เคยพูดไว้อย่างไร เมื่อไม่พูดเป็นอย่างอื่น ก็ยังเป็นอย่างนั้น นายกฯ สั่งว่าจะไม่มีการพูดเรื่องโรดแม็ปเพราะไม่มีอะไรจะเปลี่ยนถ้าเปลี่ยนเมื่อไหร่จะบอก ถ้าไม่บอกก็แสดงว่ายังอยู่อย่างเดิม เมื่อถามว่า ถึงเวลานี้ยังไม่มีปัจจัยใดๆ ที่จะทำให้ต้องขยับโรดแม็ปใช่หรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า ไม่ตอบ ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร

“มีชัย” ชิ่งไม่ใช่หน้าที่ กรธ.ปลดล็อก

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงแรมเอบีน่าเฮ้าส์ สมัชชาองค์กรชุมชน จัดงานเสวนา “9 ปี สภาองค์กรชุมชน : เปิดพื้นที่กลาง สร้างนโยบายสาธารณะ” โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนและกำหนดเวลาจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่า กรธ.ทำตามกำหนดการในร่างรัฐธรรมนูญ แต่ต้องระมัดระวัง ไม่ควรออกมารวดเดียว 4 ฉบับเพราะจะเข้าสู่การกำหนดระยะเวลาการเลือกตั้งภายใน 150 วัน จะดูเหมือนกลั่นแกล้งพรรคการเมืองไม่ให้เตรียมตัว ควรออก 2 ฉบับแรกคือร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองและร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน เพื่อให้เขามีเวลาเตรียมตัวให้เข้ากับเงื่อนไขในร่าง พ.ร.บ.ได้ ส่วนเรื่องการปลดล็อกให้พรรค การเมืองได้ทำกิจกรรมทางการเมือง ไม่ใช่บทบาทของ กรธ.ขึ้นอยู่กับรัฐบาลและ คสช.จะเป็นผู้ปลดล็อก ทั้งนี้เชื่อว่ารัฐบาลและ คสช.คงจะดูเรื่องกำหนดเวลาที่เหมาะสมตรงนี้อยู่แล้ว คงไม่เกิดปัญหา เรื่องเวลายังพูดในวันนี้ไม่ได้ เพราะยังไม่รู้ว่าเมื่อส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญไปให้ สนช.พิจารณาแล้ว สนช. จะแก้เป็นอย่างไร กรธ.ยังไม่รู้ เมื่อถึงเวลานั้นคงจะกำหนดเวลาที่เหมาะสมกันอีกทีหนึ่ง

ขู่ไม่ทำตามยุทธศาสตร์ชาติขัด รธน.

นายมีชัยกล่าวถึงยุทธศาสตร์ที่กำลังจะถูกกำหนดขึ้นมาใหม่ว่า จะเป็นยุทธศาสตร์ระยะเวลายาวถึง 20 ปี เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศไทย ส่วนหน้าตาจะเป็นอย่างไร ต้องรอฟังข้อเสนอจากแม่น้ำสายต่างๆ ทั้งนี้ ถ้ารัฐบาลใหม่ไม่สนใจจะทำ ตามยุทธศาสตร์ เขาก็จะได้ชื่อว่าจงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งในรัฐธรรมนูญได้กำหนดโทษของการไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เว้นแต่ว่ารัฐบาลนั้นได้เปลี่ยนยุทธศาสตร์ชาติโดยผ่านการรับฟังความเห็นของประชาชนมาก่อน เช่น รัฐบาลนี้มีแผน กำหนดว่าประเทศไทยวันข้างหน้าต้องเป็นแบบ 4.0 แต่พอรัฐบาลใหม่มา เขากลับไม่เอา เอาแค่ 1.0 พอ ให้กลับไปขี่เกวียนดีกว่า เขาก็ต้องไปถามความเห็นชาวบ้านตามกระบวนการ ถ้าชาวบ้านเขาเห็นด้วยว่าขี่เกวียนจะได้ไม่เปลืองน้ำมัน รัฐบาลก็ต้องไปปรับยุทธศาสตร์ว่าให้ขี่เกวียนแทน ถ้าชาวบ้านจะเอาก็ไม่มีใครเขาห้าม

“สุดารัตน์” โวย ก.ม.ลูกมุ่งขจัดการเมือง

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า กฎหมายลูกที่ออกมาจะสะท้อนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่จะจำกัดและอาจมีการกำจัดทางการเมือง ทำให้นักการเมืองลำบากและ ยุ่งยากมากขึ้นแน่ คนทำงานการเมืองต้องพยายามทำตามกติกาที่อาจปฏิบัติได้ยาก เป็นห่วงการแก้ ปัญหาให้ประชาชน เพราะนักการเมืองถูกจำกัดไม่ให้ทำงาน การพัฒนาประเทศจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก ภาวะเศรษฐกิจโลกก็ตกต่ำประเทศไทยต้องปรับตัวให้ทัน ผู้ที่จะมาบริหารประเทศหากไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆ จะพัฒนาประเทศตามคนอื่นไม่ทัน ที่ผ่านมาผู้มีอำนาจไม่ได้มีเจตนาให้เกิดสิทธิและเสรีภาพแก่นักการเมืองและประชาชนในการสื่อสารกันมากนัก การจะให้เกิดประชาธิปไตยอย่างแท้จริงไม่ใช่แค่คำพูด แต่ต้องมีกฎหมายและองค์ ประกอบให้เกิดภาพสมานฉันท์ โดยเฉพาะ คสช.ต้องทำให้ชาติเดินไปสู่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม

ทวงสัญญา คสช.เดินหน้า ปชต.

“คสช.ให้สัญญาว่าจะทำให้ประเทศเดินหน้า เป็นประชาธิปไตย แต่ที่ผ่านมาการดำเนินการยังไม่เห็นชัดเจนว่าจะทำตามโรดแม็ป จากนี้ไปอยากให้ผู้มีอำนาจสร้างความเข้าใจ หาความร่วมมือระหว่างผู้มีอำนาจ ประชาชน และพรรคการเมือง เปิดโอกาสในการมีส่วนร่วมที่จะคิดยุทธศาสตร์ชาติ 10 ปี หรือ 20 ปี ถ้าคิดแต่จะกำจัดทางการเมืองไม่ฟังความเห็น อาจดูเรียบร้อยในช่วงนี้ แต่พอถึงการเลือกตั้งจะเกิดปัญหาได้ เพราะไม่ได้มาจากการร่วมมือกัน ฉะนั้นควรแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนจะดีกว่า” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

ซัดลูกตุ้มเอียงเกินไปจะอยู่ไม่ได้

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า อย่าคิดว่าฉันคือกฎหมายฉันจะเอาแบบนี้ ท้ายที่สุดก็เหมือนแรงโน้มถ่วงของโลก ลูกตุ้มมันเอียงไปด้านใดมากจนเกินไปมันจะอยู่ไม่ได้ ส่วนที่วิจารณ์ว่าพรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งอาจไม่ได้เป็นรัฐบาลตนไม่กังวล เพราะนักการเมืองอยู่กับประชาชน มีโอกาสพูดคุยและได้รับความไว้วางใจ แต่สิ่งที่น่าห่วงคือเงื่อนไขและบรรยากาศเช่นนี้ เหมือนไม่มีส่วนร่วม อย่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ควรรับฟังความเห็นอย่างถี่ถ้วน อย่าทำอะไรแล้วต้องไปแก้ทีหลังภายหลังเลือกตั้ง ขณะนี้เหลือเวลาไม่มากจะไปสู่การเลือกตั้ง สิ่งที่รัฐบาลยังไม่ได้ทำตามสัญญามา 2-3 ปีแล้วควรทำทั้งการสร้างความเข้าใจ สร้างความสามัคคี สร้างสมานฉันท์ และวางเป้าหมายหลักให้ทุกฝ่ายเห็น คือเรื่องของส่วนรวม อย่างไรก็ตามทุกคนต้องลดข้อจำกัดของตัวเอง เพื่อให้ไปสู่เป้าหมายหลักของประเทศให้ได้ แต่ตราบใดที่ไม่มีการพูดคุยกันไม่มีส่วนร่วม มันไปไม่ได้ เรื่องโรดแม็ปหากไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลพูดไว้ต้องออกมาชี้แจง เพราะเราฟังเพลง เราจะทำตามสัญญามาอยู่ทุกวัน

ตื๊อเปิดพื้นที่กลัวเตรียมตัวไม่ทัน

ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จะกำหนดกรอบเวลา 60 วันในการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของพรรคก่อนการเลือกตั้งว่ากังวลเรื่องนี้พอสมควรเพราะอาจไม่ทันเวลา ผู้มีอำนาจทำหน้าที่และกำหนดกติกาต่างๆเป็นเวลา 3 ปี แต่จำกัดเวลาพรรคการเมือง ขอให้ฝ่ายผู้มีอำนาจพิจารณาเพราะทุกพรรคเรียกร้องมานาน เมื่อถามว่า กติกาการตั้งพรรคการเมืองใหม่ที่ต้องมีสมาชิกเริ่มต้น 500 คน รวมถึงการจ่ายค่าสมาชิกเป็นรายปี เป็นห่วงว่าจะทำให้พรรคขนาดเล็กทำงานลำบากขึ้นหรือไม่ นายชวลิต กล่าวว่า ไม่ได้มองถึงพรรคที่จะจัดตั้งใหม่ แต่มองในมุมของพรรคที่ยืนหยัดอยู่ เราให้ความสำคัญที่ว่าพรรคจะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายได้อย่างไร ขณะนี้ผู้มีอำนาจควรเปิดพื้นที่ให้พรรค การเมืองดำเนินกิจกรรมได้แล้ว ถ้ารอให้ทำกิจกรรมได้หลังกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับประกาศใช้ตามที่ กรธ.ระบุมองว่าช้าไป

“นิพิฏฐ์” สะกิดควรผ่อนปรนบางเรื่อง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธาน กรธ.ระบุ การปลดล็อกพรรคการเมืองให้ทำกิจกรรมได้หลังออกร่าง พ.ร.บ.หมวดเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้ครบ 4 ฉบับก่อนว่า เห็นด้วยกับนายสุพจน์ ตามหลักการแม้กฎหมายลูกจะร่างเสร็จแล้วหรือมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ยังอยู่ภายใต้คำสั่งของ คสช.ที่ยังมีอำนาจจนกว่าจะส่งมอบอำนาจให้รัฐบาลใหม่ ที่นายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ.ระบุว่า หากร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองร่างเสร็จแล้ว อาจจะให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้นั้น เข้าใจว่าเป็นความพยายามที่จะผ่อนปรนของ กรธ. แต่ข้อเท็จจริงตามหลักการและศักดิ์ของกฎหมาย ต้องขึ้นอยู่กับ คสช.เพราะมีอำนาจในตัวถึง 3 ด้านคือบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ ขณะที่ กฎหมายลูกที่ออกมาโดย กรธ.และ สนช.เป็นอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติด้านเดียว อำนาจสิทธิ์ขาดจึงอยู่ที่ คสช. ส่วนท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและอดีตนายกฯ เคยแสดงท่าทีไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เรื่องใดที่สามารถอะลุ้มอล่วยได้ก็ควรผ่อนปรน

“บิ๊กตู่” จี้ ขรก.ปี 60–61 ผลงานต้องชัด

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2560 โดยก่อนการประชุมนายกฯถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร พร้อมถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารกระทรวง จากนั้นเยี่ยมชมนิทรรศการของกระทรวงสาธารณสุขและปั่นจักรยานอยู่กับที่ทดสอบร่างกายด้วย โดยนายกฯกล่าวช่วงต้นการประชุมว่า ทราบดีว่าทุกคนได้ทำงานอยู่แล้ว แต่ขอให้เร่งรัดให้เป็นรูปธรรมในปี 2560-2561 ต้องมีผลงานที่ชัดเจน ในปีงบประมาณ 61 การจัดสรรงบฯต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

แนะใช้สมุนไพรไทยลดงบฯค่ารักษา

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า มาให้กำลังใจให้เกิดความริเริ่มสร้างสรรค์ กระทรวงสาธารณสุขถือเป็นกระทรวงหลักของรัฐบาลและประเทศนี้ ควบคู่ไปกับกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเป็นการสร้างคนและรักษาคน วันนี้ต้องมองอนาคต 20 ปีข้างหน้าว่า ต้องมีทรัพยากรมนุษย์ที่เข้มแข็งตั้งแต่ปฐมวัยไปถึงช่วงสุดท้ายของอายุ โดยนำเรื่องความมั่นคงทางทรัพยากรมนุษย์และความมั่นคงทางด้านสาธารณสุขบรรจุอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และจัดทำแผนแม่บท เพราะการป้องกันดีกว่าการรักษา ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ต้องดูปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น เสริมสร้างสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน ป้องกันโรคต่างๆ ไม่ให้เกิดขึ้นได้ ประเทศจะได้ไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากไปอุดเรื่องการรักษาโรค และควรสนับสนุนและพัฒนาเรื่องยาสมุนไพร ต้องมีช่องทางโซเชียลมีเดียให้ประชาชนเข้าถึงสรรพคุณ และต้องมีราคาไม่แพง อย่างตนยังรับประทานฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน

ลั่นไม่ได้เลือกปฏิบัติดูแล ปชช.

เมื่อถามว่า การโอนค่ารักษาพยาบาลข้าราชการเข้าสู่ระบบประกันสังคมคืบหน้าถึงไหน นายกฯตอบว่า กำลังดูอยู่ ยังไม่ได้ข้อยุติ อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย หวาดระแวงอะไรไป ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลมากขึ้นทุกวัน แต่เราไปลดงบฯไม่ได้อยู่แล้ว เพราะให้ไปแล้ว เพียงแต่ต้องบริหารให้ดีที่สุด แนวทางหลายอย่างที่ออกมาคิดเผื่อไว้เพื่อไม่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายมากขึ้น ไม่ได้ไปลดงบฯค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ แม้จะต่างกันอยู่บ้างแต่ถือเป็นประชาชนเหมือนกันหมด ตนพูดหลายครั้งแล้ว อย่าไปแบ่งแยกข้าราชการกับประชาชน เพราะเป็นคนไทยทั้งนั้น แค่มีหน้าที่คนละแบบ คนละระเบียบกัน รัฐบาลจะทำให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด เช่นเดียวกันกับการดูแลผู้มีรายได้น้อย อย่ามาบอกอย่างไทยแลนด์ 4.0 ไม่ดูแลคนจน อย่าเอามาปนกัน เป็นการสร้างแหล่งน้ำเพื่อให้ตกปลาได้เยอะขึ้น ทุกคนต้องได้ปลาทั่วถึง ตกปลา และกินปลากันได้หมดทุกชนิด

จิบกาแฟหมามุ่ยบำรุงกำลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมระหว่างที่ นายกฯเยี่ยมชมนิทรรศการตามบูธต่างๆของกระทรวงสาธารณสุขนั้น นายกฯสนใจสอบถามถึงสรรพคุณสมุนไพรไทยชนิดต่างๆที่นำมาจัดแสดง โดยเจ้าหน้าที่ประจำบูธโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้มอบสีผึ้งว่านสาวหลงที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื่นให้นายกฯ และระหว่างการประชุมโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ยังได้เสิร์ฟกาแฟหมามุ่ย ที่มีสรรพคุณบำรุงกำลังวังชา บำรุงสมอง ชาข้าวกล้องคั่ว ที่ดื่มแล้วทำให้ร่างกายสดชื่น แก้อาการเมาค้างให้นายกฯและ ผู้ร่วมการประชุม หลังการประชุมเสร็จสิ้น นายกฯได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับหัวหน้าส่วนราชการ เป็นอาหารทำจากสมุนไพรไทย อาทิ ไก่อบสะเลเต สายบัวผัดกะปิ กระพังโหมทอดไข่ หูเสือบะช่อตำลึง ข้าวไรซ์เบอรี่ ขนมอินทนิลแป้งเท้ายายม่อม เป็นต้น

ปิดห้องติวเข้มผู้ว่าฯเร่งข้อสั่งการ

จากนั้นเวลา 14.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นประธานและมอบนโยบายการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าฯ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนภาคประชาสังคม ประธานหอการค้าจังหวัด และประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ เน้นการพัฒนาตรงกับความต้องการประชาชน และเพื่อให้ข้อสั่งการนายกฯเกิดผลในทางปฏิบัติโดยเร็ว โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ร่วมชี้แจง โดยไม่เปิดให้สื่อมวลชนเข้ารับฟัง

ตั้งวงเตะตะกร้อนำออกกำลังกาย

ต่อมาเวลา 15.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ สวมชุดวอร์มนำข้าราชการทำเนียบรัฐบาลกว่า 100 คน ออกกำลังกายที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้าเป็นสัปดาห์ที่ 2 โดยมี พล.อ.วิลาส อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทีมที่ปรึกษานายกฯ ทีมผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯร่วมด้วย โดยนายกฯกล่าวก่อนนำออกกำลังกายว่า “ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกิจกรรม วันนี้มีใครทิ้งงานมาหรือเปล่า งานที่ค้างต้องทำให้เสร็จ ออกกำลังกายเสร็จแล้วกลับไปทำต่อก็ได้ ใครที่ลงมาไม่ได้ก็ออกกำลังกายในห้องพร้อมจังหวะ อย่าให้เสียงานแล้วกัน เดี๋ยวเขาว่าเอา” จากนั้นได้นำออกกำลังกายด้วยท่าหมุนคอ กระโดดตบ โดยระหว่างนั้นปรากฏว่า ข้าราชการทำไม่พร้อมเพรียงกัน นายกฯได้พูดหยอกล้อว่า “ขี้เกียจนับแล้ว อยากทำอะไรก็ทำ กีฬาสั่งไม่ได้” จากนั้นจึงลงจากเวทีมาร่วมเต้นแอโรบิก เตะตะกร้อ และเล่นวอลเลย์บอล ใช้เวลาออกกำลังกายประมาณ 45 นาที จึงเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า

สภาเด้งตามจัดเต้นแอโรบิก

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่บริเวณหน้าเสาธง รัฐสภา นายจีรพงศ์ วัฒนะรัตน์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สำนักงานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับข้าราชการ เจ้าหน้าที่และพนักงานสภาผู้แทนราษฎร ออกกำลังกายตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โดยนำวิ่งรอบอาคารรัฐสภา 3 รอบ ก่อนที่จะร่วมเต้นแอโรบิกและเต้นซุมบ้าเป็นเวลา 1 ชั่วโมง

เหล่าทัพขานรับแห่เอกเซอร์ไซส์

ขณะเดียวกันที่ลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการ กองทัพไทย พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้นำกำลังพลทำกิจกรรมออกกำลังกาย ทั้งนี้หลายหน่วยทหารทั่วประเทศได้จัดกิจกรรมออกกำลังกายตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. โดยทุกวันพุธถือเป็นธรรมเนียมของเหล่าทัพอยู่แล้ว ที่ให้กำลังพลทำงานเพียงครึ่งวันเช้า และใช้เวลาช่วงบ่ายถึงเย็นไปออกกำลัง พร้อมทั้งกำหนดว่าเป็นวันกีฬาของทหาร

“วัฒนา” จวกมติ ครม.แจกเงินผิด ก.ม.

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กกรณีรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยคนละ 1,500-3,000 บาท ว่า มติ ครม.ที่เห็นชอบกรอบวงเงิน 12,750 ล้านบาท แจกผู้มีรายได้น้อยโดยให้เบิกจ่ายจากงบฯปี 2560 ในส่วนของงบกลางหรือรายจ่ายประจำปีงบฯ 2561 โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ออมสิน และกรุงไทย สำรองจ่ายค่าใช้จ่ายไปก่อน และชดเชยต้นทุนเงินให้ธนาคาร เท่ากับรัฐบาลทำผิดกฎหมายก่อหนี้กู้ยืมเงินจากธนาคารโดยไม่ได้ออกเป็นกฎหมายรองรับ จึงไม่ผูกพันที่รัฐสภาต้องอนุมัติงบประมาณจำนวนดังกล่าว ถือเป็นมติ ครม.ที่ขัดต่อกฎหมาย ธนาคารที่ปล่อยกู้อาจไม่ได้รับเงินคืน

จี้ ป.ป.ช.สตง.สอบอย่าเพิกเฉย

นายวัฒนา ระบุอีกว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ขยันเล่นงานรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อย่าเพิกเฉย การแจกเงินแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลขาดสติปัญญาแก้ปัญหาแบบยั่งยืน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรที่มีปัญหาเรื่องราคา หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจคือความเชื่อมั่น แต่การเป็นเผด็จการมีรัฐบาลที่ขาดวิสัยทัศน์มีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือทุกองค์กรตามมาตรา 44 เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ไม่มีใครกล้ามาลงทุน หากต้องการให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น หัวหน้ารัฐบาลต้องกำหนดเวลาที่จะมีการเลือกตั้งและ ประกาศไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศอีกต่อไป เว้นแต่จะลงเลือกตั้ง เพียงเท่านี้บรรยากาศของการลงทุนจะดีขึ้น

“ทักษิณ” เห่อซื้อชุดรับขวัญหลานชาย

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพินทองทา คุณากรวงศ์ บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัวเป็นรูปเสื้อผ้าเด็กสีฟ้าครบชุด พร้อมข้อความว่า “คุณตาส่งรูปมาเมื่อวานว่า พอรู้ว่าคลอดน้องวาคิณเรียบร้อย ก็รีบออกไปซื้อชุดให้เตรียมให้ใส่ออกจากโรงพยาบาล (ทำเหมือนตอนคลอดพี่เอมิ พี่นานิ คือรอคลอดก่อนถึงจะซื้อของให้ และพี่ๆก็ใส่ชุดที่คุณตาซื้อให้ออกจากโรงพยาบาลเหมือนกันค่ะ) “we love u ขอบคุณนะคะคุณตา”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้