วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ดีเอสไอ' ฮึ่ม ขู่บุกค้น วัดธรรมกาย

'ดีเอสไอ' ฮึ่ม ขู่บุกค้น วัดธรรมกาย

  • Share:

‘ธัมมชโย’ยื้อ กบดานเงียบ เลยเส้นตาย

ครบขีดเส้นตายแล้ว “ธัมมชโย” ไม่มีวี่แววจะเข้ามอบตัว “อธิบดีดีเอสไอ” เผยจ่อเรียกประชุมชุดทำงานดำเนินตามแผนจับกุมที่เตรียมไว้ร่วมกับตำรวจและอัยการ “ผบ.ตร.” จี้ถ้าคิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ต้องเข้ามอบตัวพิสูจน์ตัวเอง ไม่อยากให้เป็นแบบอย่างแบบนี้ เพราะท่านเป็นพระผู้ใหญ่ ด้าน “บิ๊กตู่” ขอให้ออกมามอบตัวสู้คดี อย่าทำคนหมู่มากเดือดร้อน ขอคนไทยอย่ากดดันเจ้าหน้าที่ ต้องให้เวลาเลี่ยงปัญหาการกระทบกระทั่ง ขณะที่ “ผอ.สำนักสื่อสารฯ วัดพระธรรมกาย” โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชี้ให้ดีเอสไอเก็บกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดก่อนมาดำเนินคดีกับคนอื่น ขณะเดียวกันอัยการส่งฟ้องแล้ว “ศุภชัย” กับพวกรวม 3 คน ฐานร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์ฯ

กรณีอัยการสูงสุดสั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี หรือธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมพวกรวม 5 คน ในฐานความผิด สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร คดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น มูลค่าประมาณ 1,400 ล้านบาท ต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และตำรวจออกมากดดันพระราชภาวนาจารย์ หรือทัตตชีโว รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ให้พาพระธัมมชโยออกมามอบตัว ภายในวันที่ 30 พ.ย. ตามที่อัยการขีดเส้นตายให้จับกุมภายใน 7 วัน หลังอัยการสั่งฟ้อง ไม่เช่นนั้นอาจถูกดำเนินคดีในข้อหาให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องหา รวมทั้งความผิดตาม ม.157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.50 น.วันที่ 30 พ.ย.ที่สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า ช่วงนี้วัดยังจัดกิจกรรมงานบุญตามปกติ ใน 2-3 วันนี้วัดจะร่วมกับคณะสงฆ์ใน จ.ปทุมธานี สวดพระพุทธมนต์ถวายสังฆทานพระสงฆ์ 999 รูป จะมีสาธุชนมาร่วมงานบุญมหากุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลหลายหมื่นคน ส่วนที่จะให้พระธัมมชโยเข้ามอบตัววันนี้เป็นวันสุดท้ายนั้นวัดยังไม่มีความเคลื่อนไหว และไม่สามารถยืนยันได้ว่าพระธัมมชโยยังรักษาอาการอาพาธอยู่ภายในวัดเพราะหลายเดือนแล้วที่ไม่ได้ไปกราบนมัสการรวมถึงผู้คนในวัดด้วย ส่วนการรับหมายจับจาก บก.ปทส. จากการตรวจสอบกับทีมกฎหมายยังไม่ได้รับเอกสารและหมายแต่อย่างใด

ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอส่งหนังสือไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) เจ้าคณะใหญ่หนกลางแล้ว ต้องมีการแจ้งเจ้าคณะปทุมธานี เพื่อขอให้ดำเนินการตามที่ดีเอสไอร้องขอ และอยู่ระหว่างรอประสานกลับมา รวมถึงได้ส่งหนังสือ ไปถึงพระทัตตชีโว รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมขอคำตอบภายในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัดหรือไม่ หากอยู่ขอนำตัวมา มอบแก่เจ้าหน้าที่ ถ้าไม่ให้ความร่วมมืออาจเข้าข่ายมีความผิด ม.157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และ ม.189 ให้ที่พักพิงแก่ผู้ที่มีหมายจับ ส่วนที่มีการระดมมวลชนอย่างต่อเนื่องนั้นจากการเข้าค้นครั้งแรกจะต้องปรับแผนรอบใหม่ให้เหมาะสมขึ้น นอกจากนี้ดีเอสไอได้ประสานการทำงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติตลอดและมีแผนปฏิบัติร่วมกันอยู่แล้ว แต่ให้เวลาผู้ปกครองสงฆ์ดำเนินการเสียก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่าล่าสุดพระมหานพพร ปุญฺญ- ชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย บอกว่าวัดยังไม่ได้รับหนังสือจากดีเอสไอ พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า ดีเอสไอได้ให้เจ้าหน้าที่ไปส่งหนังสือที่วัด แต่ไม่มีใครยอมรับ จึงได้ใช้วิธีส่งเอกสารแบบลงทะเบียนไปให้วัดพระธรรมกายแทน ส่วนพระธัมมชโยยังอยู่ในวัดหรือไม่ต้องตรวจ สอบก่อน อย่างไรก็ตาม การขอหมายค้นมีรายละเอียดแนวทางดำเนินการตามขั้นตอนอยู่แล้ว หากเลยเส้นตาย ดีเอสไอก็จะดำเนินตามแผนปฏิบัติการร่วมกับตำรวจและอัยการ

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. น่าจะมีมาตรการดำเนินการ วันนี้น่าจะประชุมร่วมกับกระทรวงยุติธรรม ตำรวจพยายามหาความเป็นธรรมในการดำเนินการมากที่สุด ประสานทุกช่องทางเพื่อให้พระธัมมชโยมอบตัว ถ้าคิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ให้มาสู้กัน ไม่อยากให้เป็นแบบอย่างแบบนี้เพราะท่านเป็นพระผู้ใหญ่ หากยังไม่เข้ามามอบตัวจะมีมาตรการต่อไป ถ้าไม่ผิดจริงศาลคงไม่ออกหมายจับ แต่ไม่ทราบว่าส่วนตัวพระธัมมชโยคิดอะไรอยู่ ลูกศิษย์ ลูกหาคิดอะไรอยู่ เราไม่อยากให้เกิดการทะเลาะ เบาะแว้งจึงอยากให้ออกมาพิสูจน์ตัวเอง

ส่วน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อขอเข้ามอบตัว จะต้องให้พนักงานสอบสวนตรวจดูรายละเอียดก่อนจะประเมินสถานการณ์ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย หากจะขอเข้ามอบตัวก็จะรับมอบ หากไม่มามอบตัวก็มีขั้นตอนที่จะดำเนินการอยู่แล้ว เรื่องนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รรท.ผบก.ส.4 เข้ามาดูแล พบว่ามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ตามที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ โดยโฆษกวัดได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อระบุว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัด เป็นพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษได้

ที่กระทรวงสาธารณสุข พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวว่า ต้องดูว่าเป็นคดีระหว่างใครกับใคร เพราะขณะนี้ดูเหมือนประชาชนทั้งประเทศ และเจ้าหน้าที่จะถูกนำมาเป็นจำเลย ทั้งนี้ ตนจะไม่ละเมิดใคร พระสงฆ์คือพระสงฆ์ แต่กฎหมายก็คือกฎหมาย มีการถามว่าทำไมเจ้าหน้าที่ไม่เข้าไปปฏิบัติ ขอชี้แจงว่าเมื่อเข้าไปแล้วมีแนวโน้มว่าจะเกิดการบาดเจ็บกระทบกระทั่ง ถามว่าคุ้มค่าหรือไม่ เพราะเมื่อเกิดการสูญเสียมาแล้วใครจะรับผิดชอบหากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจเรื่องนี้ไม่ใช่ว่ากลัวหรืออะไรทั้งสิ้น แต่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ

“ถามว่าอยากให้เกิดไหม ถ้าอยากให้เกิดเดี๋ยวไปวันนี้เลย ให้เวลาเขาสิ ต้องไปกดดันคนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย อย่ากดดันเจ้าหน้าที่ จะให้ตีกันตั้งแต่เข้าประตูแล้วสังคมยอมรับได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ต้องดูเวลาที่เหมาะสมว่า จะเข้าไปตอนไหน ท่านต้องไปไล่คนที่ทำความผิดให้ออกมาข้างนอก คนอื่นจะได้ไม่เดือดร้อน ไม่เจ็บตัวมาสู้คดีก็จบแล้ว ไม่ใช่ใช้วิธีการเอาคนหมู่มากมาต่อสู้คดีแบบนี้ ที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าการใช้คนเยอะๆนั้นเกิดอะไรขึ้น มีบทเรียนอยู่แล้ว ถ้าบอกว่าทุกคนต้องปฏิบัติตามหน้าที่ แต่หน้าที่พลเมืองก็อย่าขัดขวางการดำเนินการ ที่พูดมาไม่ได้อารมณ์เสีย แต่หลายเรื่องมันมีปัญหา กำลังแก้ไขอยู่ แต่ยังทำไม่ได้ทั้งหมด เพราะยังมีปัญหาเช่นนี้อยู่ สื่อก็ต้องช่วยด้วย เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ขอให้ออกมามอบตัวต่อสู้คดี ผมต้องการแค่นี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ขณะที่นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ดีเอสไอได้ทำหนังสือมาถึงตนเพื่อขอความร่วมมือในการติดตามตัวพระธัมมชโยเข้ามาสู่กระบวนการตามกฎหมาย โดยหนังสือของดีเอสไอระบุว่า ขอให้ช่วยดำเนินการนำพระธัมมชโยมารับทราบข้อกล่าวหา และใช้สิทธิในการต่อสู้คดีตามกฎหมาย และหากดีเอสไอจำเป็นต้องเข้าตรวจค้นจับกุม ขอให้เข้าร่วมตรวจค้น เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง หลังได้รับหนังสือได้ประชุมคณะทำงานในการเจรจาเบื้องต้นได้ประสานไปยังสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนกลาง เพื่อขอรับทราบแนวทางในการดำเนินการเรื่องนี้ ขณะเดียวกัน เจ้าคณะใหญ่หนกลางได้มีคำสั่งให้พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี รับเรื่องนี้ไปดำเนินการเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย โดยดีเอสไอ ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาในการดำเนินการ แต่ พศ. จะเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ จากการโทรศัพท์ประสานงานกับเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ทราบข้อมูลว่าพระธัมมชโยยังอยู่ที่วัด จะประสานไปที่วัดพระธรรม–กายเพื่อขอเข้าพบพระธัมมชโยในเร็วๆนี้

ต่อมาเวลา 17.00 น. พ.ต.ต.วรนันท์ ศรีล้ำ ผอ. สำนักบริหารคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ เผยว่า ดีเอสไอให้วัดพระธรรมกายตอบกลับหนังสือที่ส่งไปสอบถามว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัดหรือไม่ ภายในเวลา 16.30 น. วันที่ 30 พ.ย. แต่ขณะนี้เวลาได้ล่วงเลยมาแล้ว หลังจากนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ อธิบดีดีเอสไอ จะเรียกประชุมพนักงานสอบสวนดีเอสไอว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป และยังไม่ทราบวันและเวลาที่จะเรียกประชุม

ช่วงเย็นวันเดียวกัน พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Psanitwong Wuttiwangso” มีรายละเอียดตอนหนึ่ง ว่า หลวงพ่อธัมมชโยอาพาธ ท่านไม่มีความผิด ปี 2558 ท่านเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ทั้งให้ความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่พบ และให้ข้อมูลไปหมดแล้ว สิทธิของผู้ป่วยย่อมได้รับความคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิทางการแพทย์ โดยเจ้าหน้าที่ไม่สามารถมาบังคับข่มเหงจิตใจได้ หน่วยงานรัฐขาดความน่าเชื่อถือโดยสิ้นเชิง ทั้งกรณี “ตับแตก-การตายของผู้ต้องหาในคุกของตนเอง และตอบสังคมไม่ได้”, “เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานไปรับเงินจากสหกรณ์ 40 ล้าน”, “ให้การเท็จกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีกล้องวงจรปิด”, “รับรองให้วีซ่าแก่ผู้ที่พูดให้สังคมแตกแยก” ถือว่าเป็นหน่วยงานมีความล้มเหลวทางความน่าเชื่อถือไปแล้ว ควรยุบหน่วยงานดังกล่าว

ส่วนความเคลื่อนไหวด้านการดำเนินคดี สายวันเดียวกันที่ชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมคณะ ร่วมแถลงยื่นฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด กับพวกรวม 5 คน ฐานร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์ฯ

เรือโทสมนึกกล่าวว่า วันนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ได้นำตัว น.ส.ศรัณยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ฯ และนางทองพิน กันล้อม คณะผู้บริหารสหกรณ์ฯ ผู้ต้องหาร่วมในคดีนี้ไปศาลอาญา เพื่อยื่นฟ้องเป็นจำเลย มีอัยการสำนักงานคดีพิเศษเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายศุภชัย น.ส.ศรัณยา และนางทองพิน เป็นจำเลยที่ 1,3,4 ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน โดยยื่นฟ้องเฉพาะผู้ต้องหาที่มีตัวอยู่ นายศุภชัยนั้นปัจจุบันถูกคุมขังคดีอื่นอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครจะต้องรอให้ศาลเบิกตัวมาพิจารณาคดีต่อไป สำหรับพระธัมมชโย ผู้ต้องหาที่ 2 ที่ดีเอสไอ ยังไม่ส่งตัวมาให้อัยการ และ น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 5 ยังหลบหนี ก่อนหน้านี้พนักงานอัยการได้มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองไว้ก่อนแล้ว ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร อัยการได้แจ้งให้อธิบดีดีเอสไอ จัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาส่งให้อัยการเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปภายในอายุความ 15 ปี นับแต่วันกระทำผิด พ.ศ.2552

ขณะที่นายชาติพงษ์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ กล่าวว่า นายศุภชัยกับพวกรวม 3 คน มีพฤติการณ์ระบุไว้ว่า นายศุภชัย จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้โอนเงิน จ่ายเช็ค 27 ฉบับมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,400 ล้านบาท ให้กับพระธัมมชโย ผู้ต้องหาที่ 2 และ น.ส.ศศิธร ผู้ต้องหาที่ 5 เป็นผู้รับโอนเงิน ผู้รับโอนทั้งสองอัยการยังไม่ได้ยื่นฟ้อง โดยสำนวนไม่ได้ระบุเรื่องการขอให้ชดใช้เงิน 1,400 ล้านบาทไว้ด้วย เนื่องจากเมื่อส่งต่อเงินไปแล้ว ตัวเงินไม่ได้อยู่กับฝ่ายผู้โอน แต่เงินอยู่กับผู้รับโอนไปแล้ว ดังนั้นหากจะฟ้องให้ชดใช้จำนวนเงินต้องฟ้องกับผู้รับโอน ส่วนเรื่องประกันตัวขอให้ศาลพิจารณาตามความเหมาะสม คดีนี้มีพฤติการณ์มีโทษร้ายแรงและความเสียหายจำนวนมาก

เมื่อถามว่าหากยังไม่สามารถ นำตัวพระธัมมชโยกับฆราวาส อีก 1 คนมายื่นฟ้องได้ภายในอายุความ 15 ปี จะดำเนินการอย่างไร นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า เรื่องที่ถามเป็นการคาดการณ์ของสื่อมวลชนตนยังเชื่อมั่นในหลักกฎหมายว่าสุดท้ายแล้วจะสามารถนำตัวผู้ต้องหามาฟ้องได้ เมื่อถามต่อว่า หากไม่ได้ตัวผู้ต้องหามาภายในอายุความ จะถือว่าพระธัมมชโยพ้นจากความผิดหรือไม่ นายประยุทธกล่าวว่า ทุกอย่าง เป็นไปตามกฎหมาย เพราะอัยการมีความเห็นสมควร สั่งฟ้องแล้วจะไม่ถือว่าพระธัมมชโยพ้นผิด แต่ตามกฎหมายจะต้องมีตัวผู้ต้องหาในอายุความ จึงจะส่งฟ้องได้ถ้าไม่มีตัวผู้ต้องหาก็ไม่สามารถส่งฟ้องได้

ภายหลังอัยการยื่นฟ้องนายศุภชัย อดีตประธานสหกรณ์ฯ กับพวกแล้ว ศาลอาญาได้ประทับรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ ฟย.47/2559 ศาลอาญา นัดสอบคำให้การจำเลยทั้งสามในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. โดยศาลจะเบิกตัวนายศุภชัย จากเรือนจำมาเพื่อสอบคำให้การตามวันเวลาดังกล่าว

ต่อมาญาติของ น.ส.ศรัณยา มานหมัด และนางทองพิน กันล้อม ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์คนละ 1 ล้านบาทเศษ เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยถูกกล่าวฟ้องว่ากระทำผิดหลายกระทงและยังถูกฟ้องความผิดเดียวกันนี้ในคดีอื่นอีกหลายคดี คดีมีอัตราโทษสูง มูลค่าความเสียหายจำนวนมาก ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมได้รับ ความเสียหาย หากปล่อยชั่วคราว เกรงว่าจำเลยจะหลบหนีในชั้นนี้จึงให้ยกคำร้องจากนั้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็นำตัวจำเลยทั้งสองไปควบคุมไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางบางเขนต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้