วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บึมทหารพลีชีพ1-เจ็บ3 ป.รับตัว3มือระเบิดกรุง

บึมทหารพลีชีพ1-เจ็บ3 ป.รับตัว3มือระเบิดกรุง

  • Share:

โจรใต้วางระเบิดถล่มทหารชุดลาดตระเวนดับ 1 ศพ บาดเจ็บ 3 นาย ส.อ.หัวหน้าทีมขี่รถ จยย.ตรวจเส้นทางเลียบแม่น้ำปัตตานีเขต อ.เมืองยะลา คนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่อง 20 กก. ซุกถังแก๊สใส่ถุงปุ๋ยวางใต้ต้นไม้จุดชนวนฉีกร่างพลทหารพลีชีพ อีกรายไล่ยิง ชรบ.ที่ อ.ยะหา ปางตาย แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่จี้คดีฆ่าสาวท้องแก่ตายทั้งกลมที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ล่าสุดตำรวจออกหมายจับแล้ว 1 เฉ่งกำนันผู้ใหญ่บ้านต้องรับผิดชอบคอยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ ด้าน “ศรีวราห์” คุมตัว 3 ผู้ต้องหาส่งกองปราบฯ หลังร่วมวางแผนป่วนกรุงเทพฯ สอบพบโยง 3 จว.ใต้

คนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องสังหารทหารชุดลาดตระเวนเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บอีก 3 นาย เกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 30 พ.ย.พ.ต.ท.ชินวัชร์ เวทยากร รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองยะลา รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสื่อสารว่า เกิดเหตุคนร้ายลอยวางระเบิดทหารได้รับบาดเจ็บหลายนาย บริเวณถนนเลียบแม่น้ำปัตตานี ใกล้จุดตรวจสะพานดำ เขตเทศบาลนครยะลา ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี รรท.ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองยะลา นายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอเมืองยะลา เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดศรศึก-ศรชัย ภ.จ.ยะลา และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 10 ยะลา

จุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งห่างจากจุดตรวจสะพานดำประมาณ 300 เมตร พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มอยู่ 2 คันสภาพถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย ในที่เกิดเหตุพบรอยเลือดกระจายหลายแห่ง ตรวจสอบบริเวณใต้โคนต้นตีนเป็ด ริมถนนพบหลุมระเบิดลึก 1 ฟุต กว้าง 1 ฟุตครึ่ง ใกล้กันพบเศษถังแก๊สปิกนิกและชิ้นส่วนวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เศษสะเก็ดระเบิดที่ทำจากเหล็กเส้นกระจัดกระจายไปทั่ว แรงระเบิดทำให้ต้นตีนเป็ดฉีดขาด เบื้องต้นสันนิษฐานคนร้ายน่าจะวางระเบิดแสวงเครื่องหนักประมาณ 20 กก.

ส่วนทหารที่ได้รับบาดเจ็บมีทั้งหมด 4 นาย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิแม่ทับทิมยะลาและมูลนิธิแม่กอเหนี่ยวยะลา ช่วยลำเลียงส่งรพ.ศูนย์ยะลาประกอบด้วย ส.อ.ยุทธการ แซ่ห่าว อายุ 30 ปี หัวหน้าชุดร้อย ร.15213 สังกัดหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 อ.เมือง ยะลา พลทหารอานนท์ แสงนพรัตน์ อายุ 22 ปี ทั้งสองถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกายหลายแห่ง อาการสาหัส พลทหารอนุชา มะสัน อายุ 22 ปี และพลทหารพงษ์พินิจ นวลทอง อายุ 21 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ต่อมาพลทหารอานนท์ที่มีอาการหนักที่สุดได้เสียชีวิตลง

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.อ.ยุทธการหัวหน้าชุดร้อย ร.15213 นำพลทหารอีก 3 นาย ขี่รถจักรยานยนต์ออกลาดตระเวนเส้นทางตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งเลียบถนนแม่น้ำปัตตานี ใกล้กับจุดตรวจสะพานดำคนร้ายลอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 20 กก.ซุกในถังแก๊สใส่กระสอบปุ๋ยไปวางไว้ใต้โคนต้นตีนเป็ด จังหวะทหารขี่รถผ่านจุดชนวนระเบิดด้วยวิทยุสื่อสารดังสนั่นหวั่นไหว เป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายนาย เบื้องต้นคาดว่าเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบที่เคยประกาศว่าจะก่อเหตุช่วงวันที่ 28 พ.ย.-ต้นเดือน ธ.ค.

อีกรายเมื่อเวลา 15.15 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ. สมภพ เพชรมณี รอง สว. (สอบสวน) สภ.ยะหา จ.ยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองหมู่บ้าน (ชรบ.) บริเวณบ้านบาโงยปือตา หมู่ 2 ต.บาโงยซิแน ไปตรวจสอบพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดงสภาพเก่า ไม่ติดป้ายทะเบียน และปลอกกระสุน 9 มม. 3 ปลอก ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อนายอับดุลเลาะ หวังจิ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 3 บ้านลีมาปูโละ ต.บาโงยซิแน ถูกยิงกลางหลังทะลุหน้าอก 1 นัด อาการสาหัส จึง นำส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชยะหาสอบสวนทราบว่า นายอับดุลเลาะเป็น ชรบ.บ้านลีมาปูโละ ขณะขี่ จยย.ออกจากบ้านไปอำเภอยะหา มีคนร้าย 2 คน ขี่ จยย.ตามประกบยิง จังหวะจะตามลงไปยิงซ้ำ มีรถกระบะชาวบานวิ่งมาพอดี คนร้ายรีบพากันหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งไว้ 2 ประเด็นคือเรื่องส่วนตัวและสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ท.ปิยวัฒน์ นาค-วานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธานรดน้ำศพพลทหารอานนท์ แสงนพรัตน์ ที่ เสียชีวิตจากเหตุระเบิดในพื้นที่ อ.เมืองยะลา ที่ศาลาฉวานุเคราะห์ วัดพุทธภูมิ พระอารามหลวง เขตเทศบาล นครยะลา โดยมี พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ วังสุภา รอง ผบช.ศชต. นายราชิต สุดพุ่ม รอง ผวจ.ยะลา ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและครอบครัวของทหารกล้าร่วมอาลัยด้วยความโศกเศร้า จากนั้นทหาร กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้จัดพิธีส่งศพพลทหารอานนท์อย่างสมเกียรติเพื่อให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลที่ภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 70 หมู่ 4 ต.ห่มตก อ.ร่อนพิลบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าเดินทางไปรดน้ำศพพลทหารอานนท์ พล.ท.ปิยวัฒน์ เรียกประชุมหน่วยความมั่นคงที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 เพื่อติดตามคดีคนร้ายยิง น.ส.รัตติกาล จ่าวัง อายุ 26 ปี ที่ตั้งท้อง 9 เดือน เสียชีวิตพร้อมลูกในท้องเมื่อวันที่ 26 พ.ย. บริเวณตลาดปาลัส อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี จากนั้นไปไหว้ศพ น.ส.รัตติกาล ที่วัดควนนอก หมู่ 3 ต.ควน อ.ปะนาเระ พร้อมกับมอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัว โดย พล.ท.ปิยวัฒน์ เปิดเผยว่าได้ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต เบื้องต้นให้บิดาทำงานชุดคุ้มครอง หมู่บ้าน (ชรบ.) ส่วนสามีให้งานทำที่กรมป่าไม้

“ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ร่วมทำงานกับภาคประชาชนบูรณาการร่วมกัน และขอย้ำว่ากำนันผู้ใหญ่บ้านต้องรับผิดในเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ใครเข้ามาในหมู่บ้านต้องรับรู้ ฉะนั้นจะตอบว่าไม่รู้ไม่ได้ ถ้ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ก็ไปอยู่ที่อื่น เพราะมีคนพร้อมจะทำงานอยู่แล้วไม่ใช่เอาแต่อยู่ในบ้าน ส่วนทหารตำรวจและพลเรือนจะทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนอันไหนที่พลาดไปก็ต้องขอโทษด้วย เพราะทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น” แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รรท.ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่าตำรวจได้เบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเตรียมขออนุมัติหมายจับ 1 รายคือนายมะหามะ สะอิ อายุ 24 ปี จากการสอบประวัติพบว่ามีหมายจับคดีความมั่นคงหลายคดี ล่าสุดถูกออกหมายจับคดียิง น.ส.สุนิสา บุญเย็น อายุ 49 ปี เสียชีวิต และยิงนางชฎาพร ตีเส้ง อายุ 52 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งสองเป็นครูอัตราจ้าง กศน.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 คนรู้ตัว 1 ใน 2 คนร้ายแล้วและเตรียมขอหมายจับเช่นเดียวกัน

ต่อมาเวลา 18.45 น. ร.ต.อ.สุริยา เกื้อดำ รอง สว. (สอบสวน) สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งมีคนถูกยิงมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลบันนังสตา ไปสอบสวนพร้อม พ.ต.อ.มุสตอพา มะนิ ผกก.สภ.บันนังสตา ทราบชื่อนายมะสือดี จาลง อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 295 หมู่ 2 บ้านกือลอง ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา ถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาดที่กลางหลัง 2 นัด สอบสวนทราบว่า นายมะสือดี มีอาชีพทำสวนยางพารา ก่อนเกิดเหตุออกจากบ้านไปทำธุระใกล้บริเวณมัสยิดบ้านกือลอง ขณะเดินกลับมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนดักซุ่มยิงหลายนัด ส่วนสาเหตุคาดมาจากเรื่องส่วนตัว และการสร้างสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เวลา 10.40 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ร่วมกับ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รรท.รอง ผบช.ภ.1 และตำรวจคอมมานโดคุมตัวนายตาลมีซี โต๊ะตาลหยงอายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129/3 หมู่ 1 ต.ตะโล๊ะหะลอ อ.รามัน จ.นราธิวาส นายอับดุลาซิร สือกะจิ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ 3 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส และนายมูบารีห์ กะนา อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148/2 หมู่ 1 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 2326-2328/2559 ลงวันที่ 25 พ.ย.2559 ข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้มีไว้ใช้ในครอบครอง, อั้งยี่, ซ่องโจร มาส่งให้ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รรท.ผบก.ป.

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งสามคน เป็นระดับปฏิบัติการร่วมกันวางแผนก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เหตุเกิดที่ห้องพักหลังมัสยิดยามีอุลอิสลาม ซอยรามคำแหง 53 เขตบางกะปิ อาคารเลขที่ 4/226 ห้องพักเลขที่ 207 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ และ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ระหว่างเดือน ก.ย. ถึงวันที่ 17 ต.ค.2559 ทั้งสามถูกทหารเข้าคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี และได้รับการปล่อยตัววันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา และถูกตำรวจนำตัวมาดำเนินคดี บางรายให้การรับสารภาพ บางรายให้การภาคเสธ และบางรายยอมรับว่าเคยก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดทั้งร่วมยิงครูปี 2555 เหตุระเบิดปี 2558 เชื่อว่าจะสามารถขอหมายจับผู้ก่อเหตุระดับปฏิบัติการกึ่งแกนนำที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้ คิดว่าการวางแผนในครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดน ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ต้องขอสอบสวนก่อน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้