วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สวดทั่วโลก พิธีมงคลคาถา ถวายพระพร

สวดทั่วโลก พิธีมงคลคาถา ถวายพระพร

  • Share:

ให้ย่ำฆ้อง-กลอง-ระฆังทุกวัด ประธานสนช.เข้าเฝ้าฯค่ำวันนี้ อัญเชิญ‘พระบรมฯ’ทรงราชย์

วัดทั่วไทย-ทั่วโลกพร้อมใจเจริญชัยมงคลคาถา หลังมีการประกาศอัญเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์ สืบราชสันตติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมมหาราชจักรีวงศ์ เพื่อถวายพระพรชัย มงคลและให้เกิดความเป็นสิริมงคลต่อประเทศชาติ ด้านประชาชนแห่หาซื้อภาพรัชกาลที่ 10 เก็บบูชา ขณะที่หลายหน่วยงานจัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลและการแสดงเทิดพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม แจกเข็มกลัด 5 หมื่นคน ร่วมงาน 5 ธ.ค. ส่วนวันปีใหม่จุดเทียนใจกลางเมืองและร่วมร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “พรปีใหม่” ทั่วประเทศ

พสกนิกรไทยแซ่ซ้องยินดีในวโรกาสที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเถลิงถวัลยขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมมหาราชจักรีวงศ์ ขณะที่ปวงชนชาวไทยยังหลั่งไหลเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 1 ธันวาคมเป็นวันครบ 50 วันแห่งการเสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งจะมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน)

“บิ๊กป้อม” เผยทรงรับเป็นกษัตริย์แล้ว

ในส่วนการเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยทรงราชย์สืบสันตติวงศ์ ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 นั้น เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 30 พ.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประชุมวาระพิเศษอัญเชิญองค์รัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 ว่า ทุกอย่างมีขั้นตอนสำคัญ ซึ่งทราบว่าพระองค์ท่าน ทรงรับเป็นพระมหากษัตริย์แล้ว เพราะฉะนั้นทุกอย่างถือว่าจบ

เข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลฯ ค่ำ 1 ธ.ค.

สำหรับขั้นตอนการกราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ ตามมาตรา 2 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว ปี 2557 และมาตรา 23 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2550 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานรัฐสภา พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา และประธานองคมนตรีจะเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในคืนวันที่ 1 ธ.ค.2559 กราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป จากนั้นในวันที่ 2 ธ.ค.2559 ในการประชุม สนช. เวลา 10.00 น.ก่อนที่จะเข้าสู่วาระการประชุม สนช. นายพรเพชรจะแจ้งให้ที่ประชุม สนช.รับทราบ ถึงการกราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์ และมีการให้ถ่ายทอดสดการประชุม สนช.ในช่วงดังกล่าว ผ่านสถานีโทรทัศน์รัฐสภา ให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน

วัดทั่วไทย–ทั่วโลกเจริญชัยมงคลคาถา

ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พุทธมณฑล จ.นครปฐม พระพรหมเมธี โฆษกมหาเถรสมาคม แถลงหลังการประชุมมหาเถรสมาคมว่า มหาเถรฯ มีมติให้คณะสงฆ์ทั่วโลก เตรียมพร้อมการประกอบพิธีของคณะสงฆ์ ภายหลังจากที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เข้าเฝ้าฯกราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์ เมื่อพระองค์ทรงรับ ประธาน สนช.จะแจ้งให้ประชาชนทราบ ทั้งนี้หลังจากมีการประกาศอัญเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์ ให้ประชาชนได้ทราบโดยทั่วกันแล้ว มส.มีมติให้คณะสงฆ์ทั่วโลกดำเนินการดังนี้ เมื่อได้ยินเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีจากการถ่ายทอดของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยแล้ว ขอให้ทุกวัดทั่วโลกย่ำฆ้อง กลองระฆัง พร้อมเจริญชัยมงคลคาถาโดยพร้อม เพรียงกัน ตามโบราณราชประเพณีที่สืบมา เพื่อถวาย พระพรชัยมงคลและให้เกิดความเป็นสิริมงคลต่อประเทศชาติ

พระเทพฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศล

ส่วนการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง เมื่อเวลา 07.05 น. วันที่ 30 พ.ย. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง พร้อมด้วยคุณพลอยไพลิน เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล และ ม.ร.ว.สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์ ร่วมพระราชพิธี จากนั้นเวลา 11.00 น. พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจำนวน 8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

คนยังล้นหลามแน่นขนัดทุกวัน

ด้านบรรยากาศการเปิดให้ราษฎรเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตลอดวันที่ 30 พ.ย. มีราษฎรทั่วสารทิศหลั่งไหลเดินทางมาแสดงความอาลัยไม่ขาด สำนักพระราชวังต้องเปิดให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะพระบรมศพทางประตูวิเศษไชยศรี ตั้งแต่เวลา 04.45 น. เนื่องจากในวันที่ 29 พ.ย. สำนักพระราชวังพบว่า มีประชาชนมาถวายสักการะพระบรมศพ โดยนับจากการแจกจ่ายภาพพระราชทาน มากมายถึง 49,446 คน สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ สำหรับปรากฏการณ์ใหม่นี้ ฝ่ายบริหารของสำนักพระราชวัง กำลังประเมินเพื่อปรับแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับยอดพสกนิกรที่มาถวายสักการะในจำนวนเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ

ปีติได้รับภาพพระราชทานแบบใหม่

ขณะเดียวกัน พสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ต่างปลาบปลื้มปีติ เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้เปลี่ยนภาพที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานแก่ราษฎรที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ที่สำนักพระราชวังแจกจ่ายตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. เป็นภาพพระบรมโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เปลี่ยนเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ที่ประดิษฐานเบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบรมศพ ในฉลองพระองค์บรมราช ภูษิตาภรณ์ ประดับด้วยดอกไม้สีเหลือง ขาว เขียว มีดอกไม้ประดิษฐ์รูปกระต่าย สัตว์ประจำปีนักษัตรปีพระราชสมภพอยู่ด้านล่าง ขณะที่ด้านหลังของภาพพระราชทาน เป็นหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1-2 ธ.ค. และพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราช กุศลสตมวาร (100 วัน) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20-21 ม.ค.60

เผยความหมายสีดอกไม้

สำหรับความหมายของดอกไม้ 3 สี คือเหลือง ขาว เขียว ที่นำมาประดับตกแต่งพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ประดิษฐานอยู่บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยว่า สีเหลือง คือสีประจำพระบรมราชวงศ์จักรีและเป็นสีประจำวันจันทร์ วันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนสีขาวที่เป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ผุดผ่อง มีความหมายว่าเป็นสีแห่งพระเมตตาขององค์ภูมิพลที่ปกเกล้าชาวไทย และสีเขียวซึ่งเป็นสีแห่งความอุดมสมบูรณ์ มีความหมายว่าทุกพื้นที่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินจะเกิดความอุดมสมบูรณ์ มีฝน มีป่า พืชพันธุ์ธัญญาหาร ราษฎรมีกินมีใช้ มีออม มีการดำรงชีพอย่างพอเพียง

กอร.รส.เตรียมปรับแผนรับมือ ปชช.

เวลา 12.10 น. ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ท้องสนามหลวง พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณ–จิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรอง ผอ.กอร.รส. แถลงภายหลังการประชุมว่า กิจกรรม “ทำดีเพื่อพ่อ” ทำความสะอาดในพื้นที่สนามหลวงและบริเวณรอบนอกวันที่ 1-2 ธ.ค. ยังมีการตรวจสอบระบบความ มั่นคงพร้อมซักซ้อมระบบเผชิญเหตุ เชื่อมั่นว่า การทำความสะอาดทั้ง 2 วันจะทำให้ทุกระบบดีขึ้น และประชาชนมีความสะดวกสบายมากขึ้น จากนั้นตั้งแต่วันที่ 3 .ค.จะเปิดให้เข้าถวายสักการะ กอร.รส.เตรียมรองรับประชาชนอยู่แล้ว แต่ยังมีความกังวลกับจำนวน ประชาชน ที่มาพร้อมกันมากในช่วงเช้า อาจจะต้อนรับได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งนี้ ยังเตรียมที่จะจัดสายตรวจวัฒนธรรม ในช่วงที่มีการถวายสักการะ มาทำความเข้าใจประชาชน เพราะอาจจะมีบุคคลที่ขาดความเข้าใจในพิธีด้วย

จัดคิวพระสงฆ์เข้าเจริญจิตตภาวนา

นายจิรภัทร ไชยชนะ เลขานุการศูนย์อำนวยการพระภิกษุสงฆ์สามเณรที่เข้าปลงธรรมสังเวช (ศอพ.) กล่าวว่า ศูนย์ดังกล่าวเป็นจุดคัดกรองและบริการพระภิกษุสามเณรทุกรูปที่ต้องการยืนสงบ นิ่ง เจริญจิตตภาวนาปลงธรรมสังเวช พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระ บรมมหาราชวัง เปิดมาตั้งแต่ 29 ต.ค. มียอดรวมพระภิกษุสามเณรจำนวน 3,110 รูป หลังจากนี้จะจัดเป็นคิว คิวละ 250 รูปต่อวัน ขณะนี้มีจำนวนพระภิกษุสามเณรลงทะเบียนเต็มจำนวนถึงวันที่ 6 ธ.ค. พระภิกษุสามเณรที่ประสงค์จะเข้าแสดงความอาลัย ติดต่อได้ที่ศูนย์ฯบริเวณท่าราชวรดิฐ เยื้องประตูเทวาภิรมย์ในเวลา 08.00-17.00 น. และบริเวณวัด มหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร หลัง 17.00 น. เป็นต้นไป

แห่ซื้อพระบรมฉายาลักษณ์ ร.10

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวไปสำรวจตลาดจำหน่าย พระบรมฉายาลักษณ์ที่บริเวณท่าพระจันทร์ พบว่ามีประชาชนส่วนหนึ่งมาหาซื้อพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หลังจากที่ สนช. ประกาศจะกราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นทรงราชย์ นางต้องจิต ปิ่นจันทร์ ผู้ดูแลร้านห้องภาพแฟชั่นคัลเลอร์แลป กล่าวว่า หลังจากที่มีประกาศออกมา ทางร้านได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ออกมาจำหน่ายให้ประชาชนหาซื้อ นำไปบูชาเป็นวันแรก ปรากฏว่ามีผู้ให้ความสนใจเข้ามาเลือกซื้อเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะหาซื้อแบบมีในหลวงรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระราชินี และสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ อยู่ในภาพเดียวกัน

บางร้านรอความชัดเจนก่อนจำหน่าย

ส่วนที่แยกสะพานเฉลิมวันชาติ เขตพระนคร สถานที่จำหน่ายธงชาติและพระบรมฉายาลักษณ์ชื่อดังแห่งหนึ่งใน กทม. พบว่า มีหลายร้านนำพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราช กุมาร มาตั้งโชว์รอจำหน่ายให้กับประชาชน มีลูกค้ามาหาซื้อไปเป็นจำนวนมาก ร้านค้าส่วนใหญ่บอกว่า ตอนนี้ยังไม่ได้เตรียมพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มาจำหน่ายมากนัก เพราะต้องรอให้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ น.ส.สมศรี ทรัพย์แสงศรี แห่งร้านศรีวันชาติ กล่าวว่า หลังทราบข่าวว่าสมเด็จพระบรมฯจะเสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 ได้นำพระบรมฉายา ลักษณ์ มาตั้งโชว์ที่หน้าร้าน แต่ยังไม่ได้สั่งมาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพราะต้องรอประกาศจากรัฐบาลก่อน ที่สำคัญจะต้องมีความชัดเจนทั้งในเรื่องฉลองพระองค์เต็มพระยศ ตราพระปรมาภิไธย หลังจากทุกอย่างชัดเจนแล้วจึงจะนำมาจำหน่ายให้กับลูกค้า

เผยต้องการซื้อภาพหายากเก็บบูชา

ขณะที่พนักงานขายของร้านบวรไตรรงค์ กล่าวว่า พระบรมฉายาลักษณ์ที่มีอยู่นั้น เป็นของเก่าที่ร้านนำมาจำหน่ายในช่วงวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร แต่ในช่วงนี้มีลูกค้าเข้ามาสอบถามและต้องการจะนำไปบูชาก่อน จึงได้สั่งพิมพ์เพิ่มจากโรงงาน แต่ก็ไม่มากนัก มีขนาด 15×20 และ 20×30 จำหน่ายในราคา 700-800 บาท ราคานี้รวมใส่กรอบอย่างสวยงามด้วย แต่หลังจากมีความชัดเจนในเรื่องการประกาศ ทางร้านจะสั่งพระบรมฉายาลักษณ์ที่เป็นปัจจุบันมาจำหน่ายอีก

ด้านลูกค้าที่เข้ามาซื้อพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รายหนึ่ง กล่าวว่า มาหาซื้อพระบรมฉายาลักษณ์ดังกล่าวนี้ เพราะต้องการจะเก็บไว้ แม้ว่าจะไม่ได้ทรง เครื่องแบบเต็มยศก็ตาม เพราะต้องการเก็บแบบเก่าๆ อย่างนี้หายาก หากประกาศอย่างเป็นทางการแล้วก็จะมาหาซื้อเก็บไว้อีก

ผู้แทน “ปูติน” วางพวงมาลา

เวลา 14.00 น. นายอันเดรย์ คลีซัส ประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งรัฐสภาสหพันธรัฐรัสเซีย ในฐานะผู้แทนพิเศษของนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย เดินทางมาวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้นลงนามแสดงความอาลัย ณ อาคารสำนักราชเลขาธิการ ในพระบรม มหาราชวัง

ทูลกระหม่อมสดับพระพิธีธรรม

ในเวลา 15.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จมาบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

“องค์สิริวัณณวรี”ประทานผ้าถุง

เวลา 15.30 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริวัณณวรีนารีรัตน์ โปรดให้ผู้แทนพระองค์นำผ้าถุงที่ทรงออกแบบขึ้นด้วยพระองค์เอง จำนวน 339 ผืน และริบบิ้นสีดำติดเหรียญบาทที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ปลายริบบิ้นติดป้ายสีขาวข้อความ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ จำนวน 4,000 ชิ้น ให้กรมวังสำนักพระราชวัง ทั้งนี้ในส่วนของผ้าถุง ที่ประทานให้ประชาชนได้หยิบยืมสวมใส่เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ตามจารีตประเพณี สำนักพระราชวังมอบให้ผู้แทนกรุงเทพมหานคร นำไปจัดสรรให้ประชาชน ขณะที่ริบบิ้นสีดำ สำนักพระราชวังนำไปแจกให้ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพ ที่บริเวณประตูสรีสุนทร และแจกให้นักท่องเที่ยวที่บริเวณประตูทางเข้าวัดพระแก้ว

พระบรมฯเสด็จพระราชพิธี “ปัญญาสมวาร”

วันเดียวกัน สำนักพระราชวังแจ้งว่า สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันพฤหัสบดีที่ 1 ธ.ค.เวลา 17.00 น.

กิจกรรมเทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม แถลงถึงการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลและการแสดงเทิดพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม ว่า กระทรวงร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และวง อ.ส.วันศุกร์ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลและการแสดงเทิดพระเกียรติขึ้นในวันที่ 5 ธ.ค.2559 ประกอบด้วย 4 กิจกรรมสำคัญ คือ 1.การจัดพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 189 รูป เวลา 07.00 น. ที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2.การจัดพิธีตักบาตรในส่วนภูมิภาค โดยเชิญชวนวัด ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วมงานตามสถานที่ที่แต่ละจังหวัดกำหนด 3.การจัดแสดงดนตรีแจ๊สเฉลิมพระเกียรติโดยสมาชิกวง อ.ส.วันศุกร์ ในเวลา 18.00 น. ที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และ 4.การเปิดอาคารนิทรรศรัตนโกสินทร์ให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการฟรีเป็นกรณีพิเศษ

มหาเถรฯจัดอุปสมบท-สวดมนต์

นายพนม ศรศิลป์ ผอ.พศ. กล่าวว่า คณะสงฆ์ โดยมหาเถรสมาคมและสำนักพุทธศาสนา กำหนดจัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 5 ธ.ค.2559 ดังนี้ 1.จัดอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลทุกจังหวัด จังหวัดละ 88 รูป ซึ่งมียอดผู้อุปสมบทแล้วกว่า 8,000 รูป 2.สำนักปฏิบัติธรรมทั่วประเทศจัดปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลระหว่างวันที่ 3-7 ธ.ค. 3.จัดพิธีทำบุญตักบาตรอุทิศถวาย เป็นพระราชกุศลในส่วนกลางและภูมิภาค ในวันที่ 5 ธ.ค. และ 4.จัดสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วันที่ 4 ธ.ค.2559

เชิญชวนชมงาน “ดนตรีแจ๊ส”

ขณะที่นายพงษ์ระพี บูรณสมภพ รองประธานมูลนิธิคีตรัตน์ กล่าวว่า การแสดงดนตรีแจ๊สเทิดพระเกียรติเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “คีตรัตน์บรมราชานุสรณ์ ธ สถิตกลางใจราษฎร์นิรันดร” ภายใต้ความคิดริเริ่มของเรืออากาศตรี ศ.พิเศษ ดร.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงดนตรีสากล ร่วมกับ รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ ในฐานะตัวแทนวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ โดยจะมีการบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์รูปแบบต่างๆ ประกอบการ เสวนาพระอัจฉริยภาพทางดนตรี และบทเพลงพระราชนิพนธ์ อนุสรณ์แห่งความทรงจำของโลก พร้อมการบรรเลงของวงดนตรี The JazzMinions ควบคุมวงโดย รศ.ดร.ภาธร จากนั้นทุกคนจะร่วมขับร้องบรรเลงเพลงถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวร่วมกันร้องเพลง When You are smilling เพื่อส่งใจรำลึกถึงพระองค์ท่าน ส่วนในช่วงท้าย รศ.ดร.ภาธรจะบรรเลงบทเพลงแสงเทียน และร่วมกันจุดเทียน เพื่อตั้งปณิธานในการเผยแพร่พระเกียรติคุณด้านดนตรีและเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์อย่างถูกต้อง

เผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านดนตรี

“การแสดงดนตรีแจ๊ส วันที่ 5 ธ.ค. จะเป็นการบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์อย่างถูกต้อง ฉบับมาตรฐานที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปรับแก้โน้ตด้วยพระองค์เองทั้งหมด ได้แก่ เพลง H.M Blues Friday Night Rag Oh I Say When และ Candlelight Blues ที่สำคัญจะเล่นเพลงที่พระองค์ทรงโปรดในแบบนิวออร์ลีนส์ แจ๊ส ทั้งเพลง Tiger Rag, Ice Cream, Just A Closer Walk with Thee และ When You’re Smiling เนื่องจากในช่วงแรกของการครองราชย์ พระองค์ทรงเดินทางไปศึกษาพื้นฐานดนตรีนิวออร์ลีนส์ แจ๊ส ที่สวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส ก่อนจะพระราชนิพนธ์เพลงแนวแจ๊สและบลูเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและปลุกพลังมวลชนให้รักชาติ มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ตลอดช่วงเวลาที่ทรงดนตรีร่วมกับวง อ.ส.วันศุกร์ ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สมาชิกในวงต้องสามัคคีกัน ไม่มีใครเป็นซุปเปอร์สตาร์นับเป็นกุศโลบายเรื่องการทำงานเป็นทีม” นายพงษ์ระพีกล่าว

แจกเข็มกลัด 5 หมื่นคนร่วมงาน 5 ธ.ค.

อีกด้านที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบการจัดกิจกรรมสำคัญ 2 กิจกรรม คือในวันที่ 5 ธ.ค. จัดกิจกรรม “ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุุณ 5 ธันวาคม 2559” กำหนดจัดช่วงเช้า จัดบริเวณสะพานภูมิพล สำหรับกิจกรรมงานเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 06.00 น. ประกอบด้วย การทำบุญถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 999 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ซึ่งสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชยญาติการาม เป็นประธานในพิธีสงฆ์ จากนั้นจะร่วมร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “ใกล้รุ่ง” และเพลงสรรเสริญพระบารมี มีกิจกรรมเขียนโปสต์การ์ดและกล่าวคำปฏิญาณในการกระทำความดี ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม 50,000 คนแรก จะได้รับเข็มกลัดที่ระลึกรูปเลข ๙ เป็นต้น

ปีใหม่จุดเทียนกลางใจกลางเมือง

พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า ส่วนกิจกรรมในช่วงส่งท้ายปี 2559 ต้อนรับปีใหม่ 2560 เตรียมจัดกิจกรรม “แสงเทียนแห่งสยาม” พร้อมขอความร่วมมือห้ามจุดพลุหรือตะไล เน้นการจัดกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณี กระทรวงวัฒนธรรมและกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมในพื้นที่หลัก คือ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง จะมีการสวดมนต์ข้ามปี และพิเศษกว่าปีที่ผ่านมา คือจะมีการจัดกิจกรรมจุดเทียนกลางใจเมือง ตลอดถนนพระราม1 (แยกปทุมวัน) เชื่อมต่อถนนสุขุมวิท-ห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ จะจัดกิจกรรมทั่วประเทศและทั่วโลกด้วย

ร่วมร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “พรปีใหม่”

สำหรับรายละเอียดกิจกรรมนี้จะเริ่มในเวลา 21.00 น. ของวันที่ 31 ธ.ค. จะยืนแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 89 วินาที เวลา 23.45-23.50 น. ร่วมสวดมนต์เพื่อส่งท้ายปี 2559 เวลา 24.00 น. ร่วมกันร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “พรปีใหม่” และเวลา 00.09 น.วันที่ 1 ม.ค.2560 ร่วมกันจุดเทียนและสวดมนต์บทสวดเจริญชัยมงคลคาถา เพื่อต้อนรับปีใหม่ เพื่อเป็นการถวายพระพรชัยแด่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เสริมสิริมงคลแก่ประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าตลอดความยาวถนนดังกล่าวในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

รอฤกษ์เหมาะสมตอกหมุดเมรุมาศ

พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าพิธีตอกหมุดจุดกึ่งกลางพระเมรุมาศในเดือน ธ.ค. ต้องดูฤกษ์เดือน ธ.ค.ก่อนว่า จะเป็นช่วงวันไหนที่เหมาะสม การตอกหมุดเป็นเทคนิคการก่อสร้างและเป็นมงคล เพราะจะเป็นจุดศูนย์กลางของพระเมรุมาศ หลังตอกหมุดจะมีการวางผัง และจัดทำพื้นบางส่วนเพื่อใช้ในงานสวดมนต์ข้ามปีก่อน ส่วนที่ตั้งเป้าว่าจะสร้างพระเมรุมาศให้เสร็จเดือน ก.ย.นั้น หากมีพระราชพิธีกำหนดขึ้นเมื่อใด สามารถขยับวันให้เสร็จทันตามกำหนดได้ สำหรับระยะเวลาในการเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังไม่มีกำหนดว่าจะปิดเมื่อใด สำนักพระราชวังจะเป็นผู้กำหนดและแจ้งให้ทราบในภายหลัง แต่เชื่อว่าน่าจะเปิดไปได้เรื่อยๆ

ขอพื้นที่ทำพิธีบวงสรวงราชรถ

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากการประชุมเตรียมการพิธีบวงสรวงเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์พระราชรถ พระยานมาศและเครื่องประกอบ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมทั้งตรวจพื้นที่บริเวณโรงราชรถ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้ข้อสรุปว่า กรมศิลปากรขอให้ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยปรับรื้อเต็นท์นิทรรศการทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ ออกบางส่วนเพื่อเปิดพื้นที่ทำพิธีบวงสรวงในส่วนหน้าโรงราชรถ วันที่ 19 ธ.ค. หลังจากนั้นให้มีการประกอบเต็นท์นิทรรศการให้เหมือนเดิม โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายนิทรรศการออกไปที่โรงละครแห่งชาติแล้ว ระหว่างที่มีการบูรณะราชรถ พระยานมาศและเครื่องประกอบ ภายในโรงราชรถ ยังเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมเช่นเดิม อาจจะมีการกั้นพื้นที่บางส่วนสำหรับช่างในการดำเนินการ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนจะได้ มีโอกาสเห็นขั้นตอนดำเนินงานบูรณะของคณะช่างในส่วนต่างๆ เพื่อถวายงานในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย

รพ.จุฬาฯจุดเทียนแสดงอาลัย

ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สวนลุมพินี เวลา 18.20น. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จัดพิธีจุดเทียนถวายราชสดุดี “จุฬาฯ เทิด ธ พระภูมิพล” มีการแปรอักษรเป็นสัญลักษณ์เลข ๙ กับเครื่องหมายกาชาด ยืนแสดงความอาลัย 89 วินาที จุดเทียนถวายราชสดุดี และขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงความฝันอันสูงสุด เพลงในหลวงของแผ่นดิน บรรเลงเพลงโดยวง The O CU Band บรรยากาศเนืองแน่นไปด้วยผู้มาร่วมพิธี ท่ามกลางแสงเทียนที่สว่างไสว และต่างพร้อมใจกันขับร้องเพลงออกมาดังอย่างกึกก้อง บางคนหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความอาลัย

จัดนิทรรศการภาพวาดที่ซีดีซี

นายกวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ผู้บริหารศูนย์การค้า เดอะ คริสตัล และคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (ซีดีซี) เปิดเผยว่า เพื่อร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงกำหนดจัดงาน “นิทรรศการภาพวาด ๙ นักออกแบบ ๗๐ ภาพความทรงจำ” การแสดงภาพวาดในหลวง รัชกาลที่ 9 ผลงานจากสถาปนิกและดีไซเนอร์ชื่อดัง อาทิ เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์, ทรงประพันธ์ ยกย่อง, ภาคินี รัตนะ, ธวัช ชัยยุทธิ์, เกตุพล ศิริธง ผู้เข้าชมงานจะได้รับแจกภาพปรินต์รูปผลงานของศิลปินที่นำมาจัดแสดงฟรี นิทรรศการดังกล่าวจะจัดหมุนเวียนกันไป เริ่มวันที่ 5 ธ.ค.-9 ม.ค. จัดที่เดอะ คริสตัล เลียบทางด่วนฯ วันที่ 10-19 ม.ค. ที่เดอะ คริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ และวันที่ 20-31 ม.ค. ที่คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (ซีดีซี) โดยวันที่ 5 ธ.ค. เชิญร่วมจุดเทียนแสดงความอาลัย พร้อมฟังบทเพลงแห่งสยามจากวง CU BAND สอบถามโทร. 0-2101-5719 และ 0-2101-5872

พท.ปฏิบัติธรรมถวายพระราชกุศล

ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยสมาชิกพรรคเพื่อไทย ร่วมปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันปัญญาสมวาร ระหว่างวันที่ 25 พ.ย.-3 ธ.ค. โดยนายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองเลขาธิการพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์ในฐานะนายกองค์การนิสิตบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) และศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนานาชาติ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ จัดการปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล โอกาสนี้ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยในแต่ละภูมิภาคประสงค์จะอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลด้วย

ตำรวจ บช.น.แปรอักษร

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ตอนสายวันเดียวกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บช.น. 2,200 นาย แบ่งเป็นชั้นสัญญาบัตร 500 นาย ตำรวจชั้นประทวน 1,700 นาย ร่วมแปรอักษรตัวเลข ๙ บริเวณลานอเนกประสงค์ บช.น. แสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. นำข้าราชการตำรวจร่วมถวายสัตย์ปฏิญาณ ร้องเพลงเทิดพระเกียรติ เพลงต้นไม้ของพ่อ เพลงความฝันอันสูงสุด และเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยมีเรือตรีสันติ ลุนเผ่ ศิลปินแห่งชาติ ร่วมร้องเพลง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้