วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“ดีแทค-แคท” รออนุมัติร่วมทุน เร่งกรุยทางก่อนเอกชนหมดสัญญาสัมปทาน

“ดีแทค-แคท” รออนุมัติร่วมทุน เร่งกรุยทางก่อนเอกชนหมดสัญญาสัมปทาน

  • Share:

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท ได้มีข้อตกลงเบื้องต้นกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ที่จะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อให้เช่าเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมนั้น ขณะนี้ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าการตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อให้บริการเช่าเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมนั้น จะต้องยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมหรือไม่

ทั้งนี้ดีแทคและแคทได้อธิบายเหตุผลเพิ่มเติมว่า การร่วมทุนจัดตั้งบริษัทของดีแทคและแคทนั้น มีลักษณะเดียวกับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล (DIF) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตจัสมิน (JASIF) และบริษัท แฟกซ์ไลท์ จำกัด นั้น สามารถดำเนินกิจการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ได้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543 แต่อย่างใด ดังนั้นการตั้งบริษัทร่วมทุนของดีแทคกับแคท ก็ไม่จำเป็นต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมด้วยเช่นกัน

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่แคท กล่าวถึงความคืบหน้าว่า แคทได้เสนอเรื่องให้กระทรวงดีอีพิจารณาแล้ว เพื่อนำเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณา และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งหลังจาก ครม.เห็นชอบแล้ว แคทก็พร้อมจะดำเนินการได้ทันที ทั้งนี้เนื่องจากสัญญาสัมปทานมือถือระหว่างแคทกับดีแทคจะสิ้นสุดในปี 2561 ดังนั้นแคทก็ต้องเตรียมพร้อมการรองรับและในการดำเนินธุรกิจต่อไป สำหรับการร่วมทุน แคทจะถือหุ้น 49% ดีแทค 51% โดยจะประกอบกิจการด้วยการให้เช่าเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคม ในเบื้องต้นแคทจะนำเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ได้รับมอบตามสัญญาสัมปทานมาเป็นทรัพย์สินร่วมทุน ซึ่งมีเสาทั้งสิ้น 13,500 ต้น ส่วนดีแทคก็จะนำเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมของบริษัท ดีแทคไตรเน็ต เนทเวอร์ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ มาเป็นทรัพย์สินในการร่วมทุน ซึ่งบอร์ดแคทได้เห็นชอบแล้ว แต่ยังต้องรอความเห็นจาก กสทช.และกระทรวงดีอีก่อนดำเนินธุรกิจต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้