วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แปรดีหมึกเป็นผงสี

แปรดีหมึกเป็นผงสี

โดย สะ-เล-เต
1 ธ.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

ไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกหมึกสดแช่แข็งและแปรรูปรายใหญ่ของโลก ในกระบวนการล้างทำความสะอาด มีการทิ้งอวัยวะภายในรวมทั้งถุงดีหมึก ให้กลายเป็นขยะไร้คุณค่า ปีละประมาณ 10 ล้านตัน

แต่ในต่างประเทศนิยมนำน้ำหมึกจากดีหมึกมาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารทั้งคาวหวาน...ยุโรป อิตาลี และสเปน นิยมนำมาปรุงอาหารจำพวกพาสต้า ข้าวรีชอตโต ขนมปังดำ ส่วนประเทศแถบเอเชีย ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ ก็นำมาประกอบอาหารเช่นกัน

นอกจากประกอบอาหาร น้ำหมึกยังมีสรรพคุณทางการแพทย์ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งมะเร็งตับ มะเร็งช่องปาก เซลล์เนื้องอก กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย

สำหรับประเทศไทย แม้ไม่ค่อยคุ้นลิ้นกับอาหารปรุงด้วยหมึกนัก จะมีให้เห็นเฉพาะในภัตตาคารหรู และโรงแรมห้าดาวขึ้นไป...แต่ต้องนำเข้าดีหมึกเหลวสำเร็จรูปจากอิตาลี ราคากิโลละหลายพัน

อีกทั้งวิธีการนำน้ำหมึกออกจากดีหมึก มีกระบวนการยุ่งยาก ใช้เวลานาน ต้องทำท่ามกลางกลิ่นคาวคละคลุ้งไม่พึงประสงค์ เพราะทั้งเครื่องใน สเปิร์ม น้ำหมึก จะปนมากับดีหมึก คนไทยจึงไม่มีใครทำกัน

คณะอุตสาหกรรมอาหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดย ผศ.ดร.ธงชัย พุฒทองศิริ เลยมีแนวคิดนำน้ำหมึกในดีหมึกมาใช้ประโยชน์เป็นสีผสมอาหารธรรมชาติ โดยพัฒนาเป็นผงพร้อมปรุงผสมอาหาร เพื่อสะดวกต่อการใช้ประกอบอาหาร

คัดเอาเฉพาะดีของหมึกกระดองลายเสือ เพราะมีขนาดใหญ่กว่าหมึกสายพันธุ์อื่น นำดีมาบดบี้ กรองผ่านตะแกรงคัดเอาเฉพาะน้ำหมึก แล้วนำมาผ่านความร้อนฆ่าเชื้อ จากนั้นเอาน้ำหมึกมาผ่านกระบวนการสเปรย์ ไดร์กับน้ำ หรือทำแห้งแบบพ่นฝอยสูตรเฉพาะ สุดท้ายนำมาอบแห้ง แล้วต่อยอดโดยนำดีหมึกผงมาพัฒนาเป็นซอสหมึกดำผงพร้อมปรุง ทดแทนการนำเข้า และสามารถเก็บรักษาได้นานกว่าดีหมึกเหลว

ซอสดีหมึกผงพร้อมปรุงนี้ นอกจากเป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดาเชฟจากโรงแรมและภัตตาคารชั้นนำแล้ว ยังการันตีด้วยรางวัลผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2559 ระดับดีมาก จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) อีกด้วย.

สะ–เล–เต

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้