วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ดาว์พงษ์" ลั่นแก้ปัญหาดึงเกมสอบทุจริต

"ดาว์พงษ์" ลั่นแก้ปัญหาดึงเกมสอบทุจริต

  • Share:
สั่งหาคนรับผิดชอบภูมิภาคยันส่วนกลาง เล็งทำแผนที่ประจานเขตพื้นที่ฯ

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริตของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ได้มีการรายงานความคืบหน้าการสอบสวนคดีทุจริตต่างๆ อาทิ กรณีการทุจริตซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินบริษัท บิลเลียน อินโนเวเท็ดกรุ๊ป จำกัด มูลค่า 3,000 ล้านบาท การทุจริตการทำธุรกรรมสลากกินแบ่งรัฐบาลในสหกรณ์ออมทรัพย์ครู และการทุจริตการจัดสร้างสนามฟุตซอลที่ยังมีความล่าช้า สิ่งหนึ่งที่ตนมองเห็นว่าเป็นช่องว่างคือผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบสวน อาทิ คณะกรรมการสอบ ผู้จัดทำและส่งมอบเอกสาร มีการดึงเกมและถ่วงเวลาเพื่อช่วยเหลือให้ผู้ที่กระทำความผิดเกษียณอายุราชการ ซึ่งที่ผ่านมา คนที่กระทำดังกล่าวไม่ได้รับความเดือดร้อนอะไร ดังนั้น ตนจึงมอบหมายให้ ดร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (คปท.) ศธ. ไปพิจารณากระบวนการโดยต้องมีผู้ที่รับผิดชอบต่อความล่าช้าที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ระดับภูมิภาคจนถึงส่วนกลาง

“ที่ผ่านมา มีการดึงเกมเพื่อให้กระบวนการล่าช้า ช่วยให้คนที่กระทำความผิดเกษียณอายุราชการ ผมจะแก้ปัญหาการดึงเกมในการสอบสวน โดยต่อไปนี้ใครที่ไม่ให้ความร่วมมือจะต้องถูกลงโทษ ซึ่งแม้จะไม่ใช่โทษหนักแต่ต้นสังกัดจะต้องลงบัญชีไว้ว่ามีพฤติกรรมเช่นนี้ พร้อมทั้งสั่งการด้วยว่าต่อไปหากเป็นคดีเดียวกัน ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนรวมกันชุดเดียว โดยไม่ต้องแยกแท่ง เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คดีล่าช้า” รมว.ศึกษาธิการกล่าวและว่า นอกจากนี้ ยังพบว่านิติกรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในเขตพื้นที่การศึกษา 225 คนทั่วประเทศ ไม่ได้รับการอบรมเพื่อฟื้นฟูความรู้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เป็นเจ้าภาพจัดอบรมถึงวิธีการสืบสวนสอบสวนและหาข้อมูลเพื่อปรับจูนให้ตรงกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลและหลักฐานที่สอดคล้องกัน ซึ่งจะทำให้สามารถเคลียร์คดีได้เร็วขึ้น

พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวด้วยว่า คณะทำงานได้เสนอแผนขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการทุจริตของ ศธ. ซึ่งเป็นการทำแผนล้อกับแผนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยมี 6 ยุทธศาสตร์ แต่ตนเห็นว่า แผนดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมจึงขอให้กลับไปปรับ โดยต้องสามารถนำไปปฏิบัติได้ ไม่ใช่เป็นภาพกว้างเหมือนแผน ป.ป.ช. นอกจากนี้ ให้ไปดูสัดส่วนของผู้กระทำความ ผิดในแต่ละหน่วยงานว่าสัดส่วนของใครสูงกว่ากัน เพื่อช่วยกันหาแนวทางแก้ไข และได้ขอให้ ศปท.ศธ.ไปจัดทำแผนที่ที่มีผู้กระทำความผิด โดยระบุพื้นที่สีแดง สีเหลือง และสีเขียว เพื่อให้ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาได้หันกลับมาดูตัวเองและช่วยแก้ไข.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้