วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เน้น 'ภูมิคุ้มกัน' ส่วนตัว

เน้น 'ภูมิคุ้มกัน' ส่วนตัว

  • Share:

บันทึกประวัติศาสตร์ประเทศไทยรอบ 70 ปี

ตาม “วาระพิเศษ” ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแจ้งเรื่องไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อรับทราบและนำความกราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์

สืบราชสันตติวงศ์เป็น “ในหลวงรัชกาลที่ 10”

สถานการณ์เปลี่ยนผ่าน การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของราชอาณาจักรไทยตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ กฎมณเฑียรบาล และโบราณราชประเพณี

ถึงตรงนี้มีความชัดเจน รับรู้กันทั่วโลกแล้ว

โดยแนวโน้มความเป็นไปในประเทศไทยที่สถานการณ์โยงเป็นเงื่อนไขกันระหว่างพระราชพิธีสำคัญกับปฏิทินงานทางการเมือง

ในอารมณ์ล่าสุด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช. เมินใส่นักข่าว บอกน้ำเสียงห้วนๆไม่ตอบ ขี้เกียจตอบ เบื่อคำถาม

เมื่อถูกถามย้ำถึงโรดแม็ปเลือกตั้งจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน

“ผมพูดกี่ครั้งแล้วโรดแม็ปคือโรดแม็ป ถ้าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ขึ้นอยู่กับทุกคนไม่ใช่ที่ผม อยู่ที่สถานการณ์ภายในและต่างประเทศ ปัจจัยภายในภายนอก ความสงบสุข ความมีเสถียรภาพ เมื่อไรจะเข้าใจกัน”

มาถึงขั้นนี้ พล.อ.ประยุทธ์เองก็ไม่การันตี มัดคอตัวเอง

เพราะสถานการณ์ข้างหน้ากำหนดเองไม่ได้ อย่างที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ปูทางนำร่องไว้ ณ วันนี้โรดแม็ปยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล กรณีที่มี “ตัวแปร” มาแทรก

อีกจุดที่น่าสังเกตในการประชุม ครม.นัดล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ได้เชิญ คสช.และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเข้าร่วมด้วย เพื่อแจ้งเรื่องสำคัญในการทำงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ให้การดำเนินการยุทธศาสตร์ชาติสามารถปฏิบัติต่อไปได้ในช่วงรัฐบาลต่อไป

ภายใต้การตีกรอบ 6 ยุทธศาสตร์ ที่จะต้องทำต่อในเรื่องของแผนแม่บท

ขณะที่นายมีชัยก็รับไม้จะเข้าหารือกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในนามกฤษฎีกา ทั้งนี้ หลังจากร่างรัฐธรรมนูญถูกประกาศใช้แล้ว กฎหมายว่าด้วยวิธีจัดทำยุทธศาสตร์และกฎหมายว่าด้วยวิธีจัดทำการปฏิรูปนั้น ก็จะต้องออกมาภายในระยะเวลา 120 วัน

เพื่อนำไปสู่การมียุทธศาสตร์และวิธีการปฏิรูปภายในระยะเวลา 1 ปี

พร้อมขู่ล่วงหน้าเป็นนัย หากรัฐบาลต่อไปไม่ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ อาจเข้าข่ายกระทำการขัดรัฐธรรมนูญ

ตามรูปการณ์รัฐบาล คสช.เร่งปั่นแผนยุทธศาสตร์ชาติ

เครื่องมือหลักในการคุมเกมบริหารประเทศ ล็อกโปรแกรมรัฐบาลในอนาคต เป็นหลักประกันความชัวร์ในการเดินหน้าสู่เป้าหมาย ตามธงการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย

แม้คนที่ถือธงนำจะไม่ใช่ “นายกฯลุงตู่” ก็ตาม

ในเครื่องหมายคำถามจะมีการเปลี่ยนโผผู้นำเปลี่ยนผ่านในช่วง 5 ปีอย่างนั้นหรือ

อีกทั้งเจ้าตัวก็เพิ่งบ่นเป็นเชิง วัยนี้แล้ว อยากพักไปเที่ยว แต่ทำไม่ได้

สะท้อนภาวะทางใจที่เริ่มอ่อนล้า

เสี่ยงพลิกคว่ำพลิกหงาย เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ทุกจังหวะ

เดาใจ ถ้าเลือกได้ “บิ๊กตู่” ก็คงอยากผ่องถ่ายภาระหนักอึ้ง ให้คนอื่นมาอุ้มเผือกร้อนบ้าง

แต่ปัญหาคนที่เหมาะมาเป็น “ผู้ถูกเลือก” แทน มันหาไม่ได้ง่ายๆ

มันจึงเป็นอะไรอย่างที่เห็นอาการตีกรรเชียงประคอง “นายกฯลุงตู่” ยังต้องเล่นบทนินจา ผลุบๆโผล่ๆไปไล่บี้ตรวจงาน ไล่เช็กการบ้านรายกระทรวงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า สลับกับเดินสายต่างจังหวัดไปรับปากแก้ปัญหาชาวบ้าน แม้แต่การนำข้าราชการออกกำลังกายในช่วงบ่ายวันพุธเรียกเสียงฮือฮา

เดินหมากการตลาดเลี้ยงกระแส ปล่อยช็อตกระตุ้นเรตติ้ง เลี้ยงคะแนนนิยม

รักษาระดับต้นทุนหน้าตักยี่ห้อ “นายกฯลุงตู่”

เน้น “ภูมิคุ้มกันส่วนตัว” ประคองปลอดภัยไว้ก่อน.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้