วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชำแหละดราม่า ร้านเหล้าเชียงใหม่ผุดก่อนกฎหมาย เปิดชิดมหา’ลัย ผิดไหม?

ชำแหละดราม่า ร้านเหล้าเชียงใหม่ผุดก่อนกฎหมาย เปิดชิดมหา’ลัย ผิดไหม?

  • Share:

ร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัยผุดขึ้นยุ่บยั่บราวดอกเห็ด เหล่านักศึกษาเดินข้ามฟากเพียงไม่กี่ก้าวก็เข้าสู่ดินแดนร่ำสุราได้โดยง่าย ส่วนผู้ประกอบการต่างก็หน้าชื่นตาบานฟันกำไรเละ เพราะได้ครอบครองทำเลทอง!...แต่คำถามที่ตามมาคือ พวกคุณเย้ยกฎหมาย ท้าทายเจ้าหน้าที่ด้วยการเปิดร้านเหล้าใกล้สถานศึกษาเช่นนี้ ได้อย่างไร?

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า หากผู้ประกอบการอ้างว่า เปิดร้านมาก่อนประกาศสำนักนายกฯ จะออก (ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา พ.ศ. 2558) เพราะฉะนั้น ผู้ประกอบการสามารถขายสุราได้ ความชัดเจนของประเด็นดังกล่าว คืออะไร?

พลโท สรรเสริญ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามข้างต้นว่า ในส่วนนี้ หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่นจะเป็นต้นทางที่ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกร่วมกัน

โดยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ยกตัวอย่างทางออกร่วมกันไว้ 2 ประการ คือ 1. อนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถเปิดร้านได้ แต่ต้องอยู่ในการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด และห้ามไม่ให้เปิดเกินเวลาอย่างเด็ดขาด 2. ขอความกรุณาจากผู้ประกอบการหาพื้นที่ขยับขยายไปตั้งร้านในพื้นที่อื่น แต่ถ้าผู้ประกอบการไม่สามารถทำได้ ทั้งสองฝ่ายก็จะต้องหารือ เพื่อหาจุดลงตัวที่เหมาะสม นั่นก็คือ ธุรกิจต้องไม่เสียหายและนักศึกษาในสถาบันการศึกษาต้องไม่ได้รับผลกระทบ หรือไม่สามารถเดินเข้าออกเพื่อซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด

ไม่สามารถตอบคำถามนี้ให้ชัดเจนได้มากกว่านี้ครับ แต่ทางออกที่เหมาะสมที่สุด ก็คือ ทุกฝ่ายต้องหาจุดลงตัวให้ได้ แม้ผู้ประกอบการเขาจะตั้งร้านมาก่อน แต่เราจะไปตามใจผู้ประกอบการ 100% ไม่ได้ เพราะเราคาดหวังให้สังคมมีคุณภาพที่ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน เราจะเอาสังคมเป็นตัวตั้งเพียงอย่างเดียว โดยที่เราไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการก็ไม่ได้” พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด กล่าวอย่างเป็นกลาง

เจ้าหน้าที่รัฐ กับผู้ประกอบการต้องหารือเพื่อหาจุดลงตัวร่วมกัน การหารือนี้ อาจเปิดทางให้มีการรับเงินใต้โต๊ะ หรือรู้เห็นเป็นใจกันเองหรือไม่? ผู้สื่อข่าวซักถาม พลโท สรรเสริญ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับคำตอบว่า “หากคุณเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ คุณจะทำอย่างไรให้ดีไปกว่า 2 แนวทางที่ผมพูดไป เพราะมันไม่มีอะไรที่จะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ทันที ทุกอย่างต้องมีกระบวนการค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะสิ่งที่มันดันเกิดขึ้นต่างกรรมต่างวาระ นี่คือศาสตร์และศิลป์ที่นักปกครองจะต้องหาจุดลงตัวให้ได้”

ภาพเหตุการณ์เมื่อครั้งที่ตำรวจเข้าตรวจค้นร้านเหล้าในเมืองเชียงใหม่
ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ไม่สะดวกตอบกรณีร้านเหล้าใกล้สถานศึกษา

จากกรณีดังกล่าว ทางทีมข่าวจึงติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ นั่นก็คือ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสอบถามถึงประเด็นที่ว่า ทำไมพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ถึงมีผู้ประกอบการหลายต่อหลายรายสามารถเปิดร้านเหล้าใกล้สถานศึกษาได้ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ผู้ติดตามเป็นผู้รับโทรศัพท์แทน ซึ่งผู้ติดตามท่านดังกล่าว กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ขณะนี้ ท่านผู้ว่าฯ มารับมอบนโยบายที่กรุงเทพฯ ท่านจึงไม่สะดวกตอบนะคะ แล้วเดี๋ยวจะต้องขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางกลับค่ะ เพราะฉะนั้น จึงไม่สะดวกตอบข้อซักถามใดๆ นะคะ”

นายอำเภอยัน ร้านเหล้าที่เปิดอยู่ตอนนี้ ส่วนใหญ่ได้ใบอนุญาตก่อนประกาศ คสช. 

จากนั้น ทีมข่าวจึงติดต่อไปยัง นายศรัณยู มีทองคำ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อตามต่อจากประเด็นที่ พลโท สรรเสริญ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทิ้งเอาไว้ ก็คือ หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ เพื่อหาจุดลงตัวร่วมกัน โดยนายศรัณยู นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ร้านที่ประกอบกิจการอยู่ก่อน โดยมีใบอนุญาตถูกต้อง และไม่ได้ทำผิดใดๆ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการไม่ปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์เข้าไปใช้บริการ, ผู้ประกอบการไม่ได้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี, ผู้ประกอบการปิดตามเวลาที่กฎหมายกำหนด, ผู้ประกอบการไม่ได้ใช้แรงงานเถื่อนหรือแรงงานต่างด้าว, ผู้ประกอบการไม่ได้ส่งเสียงดังรบกวนประชาชนละแวกใกล้เคียง, ผู้ประกอบการไม่มีอาวุธหรือยาเสพติดอยู่ในร้าน ดังนั้น หากเป็นไปตามกฎเกณฑ์ดังกล่าว ผู้ประกอบการสามารถเปิดร้านได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม หากพบว่า ผู้ใดฝ่าฝืน ให้ผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิกถอนใบอนุญาต หรือสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี

ร้านเหล้าทุกร้านที่เปิดให้บริการโดยรอบสถานศึกษาอยู่ ณ ตอนนี้ ทุกร้านได้รับใบอนุญาตก่อนที่ประกาศ คสช.จะออกใช่ไหม? ผู้สื่อข่าวสอบถามนายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเราได้รับคำตอบว่า “ใช่ครับ โดยส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนั้น หากผู้ประกอบการที่อยู่มาก่อนไม่ได้ทำผิดอะไร เราก็ไปเอาผิดกับเขาไม่ได้ แต่ถ้าเราพบว่า ผู้ประกอบการกระทำความผิด เขาก็จะถูกสั่งปิด และได้รับโทษอื่นๆ ตามกฎหมายเช่นกัน”

“ส่วนในเรื่องของโซนนิ่ง หรือขอบเขตของร้านเหล้ารอบสถานศึกษานั้น เราไม่สามารถกำหนดเรื่องของระยะเป็นตัวเลขได้ เพราะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีสถานศึกษาจำนวนมาก แต่หน่วยงานท้องถิ่นได้มีการกำหนดเอาไว้ว่า พื้นที่ใดเปิดได้ พื้นที่ใดเปิดไม่ได้ โดยมีการเชิญสถาบันการศึกษาเข้ามาหารือในเรื่องนี้ร่วมกัน” นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ กล่าว

“ในมุมมองของผม เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยว ย่อมมีร้านรวงประเภทต่างๆ ให้บริการเป็นธรรมดา แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็พยายามสอดส่องดูแล และควบคุมให้อยู่ในกฎหมายมาโดยตลอด” นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ อธิบายถึงหลักการทำงาน

เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยว ย่อมมีร้านรวงประเภทต่างๆ ให้บริการ
ผกก.สภ.ช้างเผือก ปัดตอบปมร้านเหล้าชิดมหา’ลัย

จากนั้น ทางทีมข่าวจึงติดต่อไปยัง พ.ต.อ.อดุลย์ สมนึก ผกก.สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อสอบถามประเด็นร้านเหล้าเปิดใกล้สถานศึกษาจากเจ้าของพื้นที่รับผิดชอบ แต่ทาง พ.ต.อ.อดุลย์ พูดตอบผู้สื่อข่าวอย่างรวดเร็วว่า “ไม่ให้สัมภาษณ์นะครับๆ ไม่ขอตอบครับ ตอนนี้มีคำสั่งจากผู้ใหญ่ว่า หากมีประเด็นซักถามอะไรให้ถามจากโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ ครับๆ นะครับ แค่นี้ครับ”

ผบ.ตร.ฟันไม่เลี้ยง ตำรวจเอี่ยวร้านเหล้าผิดกฎหมาย

ดังนั้น ทางทีมข่าวจึงติดต่อสอบถามไปยัง พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับคำตอบว่า ขณะนี้ ทางรัฐบาลได้มีการสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ให้จัดเก็บข้อมูลของร้านเหล้าที่เปิดใกล้สถานศึกษาในพื้นที่เชียงใหม่ เพื่อให้ส่วนราชการต่างๆ ได้รับรู้ว่าผู้ประกอบการร้านเหล้าเปิดให้บริการอยู่ในพิกัดใดบ้าง

ทั้งนี้ การจัดการปัญหาร้านเหล้ารอบสถานศึกษานั้น มีแนวทางเบื้องต้น ดังต่อไปนี้ 1. ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบใบอนุญาตของผู้ประกอบการ 2. สำหรับผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตอยู่แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะมีการพิจารณาว่า จะต่ออายุใบอนุญาตอีกหรือไม่ 3. แบบแปลนร้านถูกต้องและมีความปลอดภัยหรือไม่ (โดยรายละเอียดในส่วนดังกล่าว จะต้องทำงานร่วมกันกับฝ่ายโยธาฯ ที่อยู่ในหน่วยงานท้องถิ่น) 4. ทางร้านมีบุคคลต้องห้ามเข้าไปใช้บริการหรือไม่ 5. ภายในร้านมีการใช้สารเสพติดหรือไม่

ธุรกิจลักษณะนี้ มักมีเจ้าหน้าที่รัฐบางรายเข้ามาเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ จากจุดๆ นี้อาจทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ทำได้ไม่เต็มที่หรือไม่? ผู้สื่อข่าวถาม พ.ต.อ.กฤษณะ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับคำตอบแบบเผ็ดร้อนว่า “สำหรับเรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ทางรัฐบาลให้ความสำคัญอยู่แล้ว และทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่เลี้ยงคนพวกนี้เอาไว้อยู่แล้ว ถ้าพบว่ามีพฤติกรรมไม่ชอบมาพากล ท่านไม่เอาไว้อยู่แล้วครับ”

เรื่องของโซนนิ่ง หรือขอบเขตของร้านเหล้ารอบสถานศึกษานั้น ไม่สามารถกำหนดเรื่องของระยะเป็นตัวเลขได้ เพราะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีสถานศึกษาจำนวนมาก
นพ.สมาน แนะ 4 ข้อคุมร้านเหล้ารอบสถานศึกษา

อย่างไรก็ตาม ได้สอบถามไปยัง นพ.สมาน ฟูตระกูล ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อหาทางออกของปัญหาที่คาราคาซังมานานปี โดย ดร.สมาน ได้เกริ่นกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนได้เข้าร่วมสัมมนาเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พอดี ซึ่งอยากจะบอกว่า เครือข่ายต้านการดื่มแอลกอฮอล์ที่เชียงใหม่มีความเข้มแข็งเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมา มีการทำกิจกรรมกันมาตลอด แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาร้านเหล้าในเมืองเชียงใหม่นั้น คนเชียงใหม่เองมีความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบธุรกิจในเชียงใหม่จะเป็นคนนอกจังหวัด

“ปัญหาโซนนิ่งเรื่องสถานศึกษา ผมอยากจะบอกว่า เรามีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว ประเด็นอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย ต้องให้มีความเข้มงวดมากขึ้น เพราะร้านเหล้าบางร้านนั้น แทบจะเรียกได้ว่า รั้วติดกับสถานศึกษาเลย เอาจริงๆ แล้ว บางทีมีโซนนิ่งกับไม่มี แทบจะไม่มีความแตกต่างกัน” ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แสดงความกังวล

อนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถเปิดร้านได้ แต่ต้องอยู่ในการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด และห้ามไม่ให้เปิดเกินเวลาอย่างเด็ดขาด 

โดย นพ.สมาน ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้แนะแนวทางอันเป็นประโยชน์ 4 ข้อ เพื่อแก้ปมร้านเหล้าเปิดใกล้สถานศึกษาเอาไว้ ดังต่อไปนี้

1. กฎหมายที่มีอยู่แล้ว ทำอย่างไรให้เข้มงวดขึ้น
2. กฎหมายข้อไหนไม่ครอบคลุมต้องทำให้ครอบคลุมตอบเจตนารมณ์ได้อย่างแท้จริง เพื่อคุ้มครองลูกหลานและเยาวชน เช่น ฝั่งตรงข้ามสถานศึกษายังขายได้ ก็ไม่ต้องมีโซนนิ่ง เพราะตัวบทกฎหมายห้ามขายรอบสถานศึกษามีอยู่แล้ว จะมีโซนนิ่งอีกทำไม เพราะในรั้วสถานศึกษาและถนน ตามกฎหมายเขาห้ามขายอยู่แล้ว
3. ภาคประชาชนหรือภาคีเครือข่ายต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพราะภาคราชการเองอาจจะเฝ้าระวังได้ครอบคลุมทุกสถานที่
4. อยากวิงวอนไปยังผู้ประกอบการให้ประกอบธุรกิจอยู่ในกรอบ กฎเกณฑ์ และกรอบของกฎหมาย ซึ่งถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่สุดของสังคมไทย หากละเมิดก็ควรมีโทษทางอาญา เพราะผู้ประกอบการควรประกอบธุรกิจแบบธรรมาภิบาล ไม่ควรหารายได้ด้วยการละเมิดกฎหมาย

ล้อมกรอบ
******ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา******

ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา พ.ศ. 2558 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2558 และได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว (22 ตุลาคม 2558) โดยมีเจตนารมณ์ที่จะย้ำเตือนคำสั่ง หน.คสช.ที่ 22/2558 ข้อ 6 ที่ห้ามมิให้มีสถานที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาหรือหอพักใกล้เคียงสถานศึกษา

ทั้งนี้ คำว่า “บริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา” หมายถึง บริเวณต่อเนื่องติดกับสถานศึกษาและบริเวณถัดออกไป โดยบริเวณถัดออกไปต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น 1. เป็นบริเวณที่เด็ก เยาวชน นักศึกษา สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย เมื่อพิจารณาจากระยะห่างจากสถานศึกษา 2. เป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะสมต่อเด็ก เยาวชน นักศึกษา 3. เป็นแหล่งมั่วสุมหรือมอมเมาเด็ก เยาวชน นักศึกษา 4. เป็นสถานที่พึงเห็นได้ว่าจะก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อเด็ก เยาวชน นักศึกษาในสถานศึกษา

********************************************************************************

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ที่นี่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้