วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ธ ทรงทำนุบำรุงการศึกษาชาติ พระราชปณิธาน เติมเต็มโอกาสเยาวชน

ธ ทรงทำนุบำรุงการศึกษาชาติ พระราชปณิธาน เติมเต็มโอกาสเยาวชน

  • Share:

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพด้วยการให้ “การศึกษา” อันเป็นรากฐานสำคัญที่จะพัฒนาตนเอง ครอบครัว และสังคม ตลอดจนถึงประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า

เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดตั้งโรงเรียนขึ้น คือ โรงเรียนอนุบาลทหารมหาดเล็กราชวัลลภ โดยพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้นในบริเวณกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ถนนราชวิถี กรุงเทพมหานคร เปิดทำการสอนในระดับชั้นอนุบาล โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะจัดการศึกษาให้กับบุตรหลานทหารมหาดเล็กและบรรดาข้าราชบริพาร โดยทรงอยู่ในพระราชูปถัมภ์

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2534 ได้โอนมาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ และย้ายที่ตั้งใหม่มาอยู่ในที่ดินของวัดกลางบางซื่อ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และได้รับพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอาคารเรียน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อโรงเรียนใหม่ว่า โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ ทั้งยังมีพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธยย่อ มวก. เป็นเครื่องหมายประจำโรงเรียน หลังจากที่มีการย้ายสถานที่ตั้งใหม่แล้ว นอกจากจะรับบุตรหลานข้าราชบริพารในพระองค์เข้าเรียนแล้ว ยังมีพระมหากรุณาธิคุณให้เปิดรับบุตรหลานของประชาชนทั่วไปเข้าเรียนอีกด้วย ปัจจุบันโรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6

นอกจากนี้ ยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สมทบเป็นค่าก่อสร้างโรงเรียนในท้องถิ่นทุรกันดารและห่างไกล
ความเจริญ เพื่อให้เยาวชนที่ด้อยโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งทรงตั้ง ร.ร.อนุบาลทีปังกรรัศมีโชติ, ร.ร.อนุบาลทีปังกรวิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, ร.ร.ทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดโบสถ์) ในพระราชูปถัมภ์ฯ, ร.ร.ทีปังกรวิทยาพัฒน์ (มัธยมวัดหัตถสารเกษตร) ในพระราชูปถัมภ์ฯ, ร.ร.ทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดน้อยใน) ในพระราชูปถัมภ์ฯ, ร.ร.มัธยมพัชรกิติยาภา 1 นครพนม, ร.ร.มัธยมพัชรกิติยาภา 2 กำแพงเพชร, ร.ร.มัธยมพัชรกิติยาภา 3 สุราษฎร์ธานี, ร.ร.มัธยมสิริวัณวรี 1 อุดรธานี, ร.ร.มัธยมสิริวัณวรี 2สงขลา และ ร.ร.มัธยมสิริวัณวรี 3 ฉะเชิงเทรา รวมถึงทรงรับโรงเรียนอีกหลายแห่งเข้าอยู่ในพระราชูปถัมภ์พระองค์มีพระราชปณิธานมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศอย่างต่อเนื่อง มีพระราชดำริให้นำพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และทรัพย์ที่ได้จากผู้บริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้เยาวชนที่ยากจนได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

ทั้งยังพระราชทานแนวคิดให้จัดตั้ง โครงการทุนการศึกษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นเมื่อปี 2552 และต่อมามีพระราชดำริให้จัดตั้ง มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้น เรียกโดยย่อว่า ม.ท.ศ. เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 ทรงให้นำโครงการทุนการศึกษามาดำเนินการภายใต้มูลนิธิฯ ดังกล่าว เพื่อความต่อเนื่อง มั่นคงและยั่งยืน โดยทรงรับเป็นองค์ประธานกรรมการโครงการทุนการศึกษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อ มุ่งเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน ที่ฐานะยากจน แต่เรียนดี มีความประพฤติดี มีคุณธรรม และมีความจงรักภักดีต่อประเทศชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้ได้รับการพัฒนาศักยภาพ เพื่อที่จะสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งสายสามัญและสายอาชีพ จนจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี โดยไม่มีภาระผูกพันในการใช้ทุนคืน และเมื่อจบการศึกษาแล้วยังได้เปิดโอกาสให้เข้าทำงานเป็นข้าราชบริพารในพระองค์ฯ ตามความสมัครใจ

พร้อมกันนี้ได้พระราชทานหลักการในการมอบทุนพระราชทาน ให้กระจายทุนครบในทุกจังหวัด และดำเนินการแสวงหา คัดเลือก คัดสรรและกลั่นกรอง จนได้ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับพระราชทานทุน ที่สำคัญได้ทรงเน้นย้ำว่า “เมื่อทำโครงการมาแล้ว จำเป็นต้องศึกษา ติดตามและพัฒนาแผนในการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง การทำงานที่ได้ผล ต้องศึกษาข้อมูล มีการปรับแผนให้ทันสมัย และมีความใส่ใจที่จะทำงานต่อเนื่อง...”

จึงนำไปสู่การดำเนินโครงการเพื่อการดูแลและพัฒนาศักยภาพนักเรียนทุนพระราชทาน ในโครงการทุนการศึกษา สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อให้นักเรียนทุนได้รับการดูแลและพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อวันที่ 1 พ.ค.2555 และวันที่ 12 พ.ค.2558 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้สนับสนุนงบประมาณแก่มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปีละ 10 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ปี 2556-2565 เพื่อพัฒนาทักษะความสามารถด้านการศึกษา การเรียนรู้ การเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ทักษะชีวิต และการสร้างเครือข่ายกิจกรรมที่ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับนักเรียนทุนพระราชทาน

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ยังผลให้นักเรียนทุนพระราชทานได้รับการพัฒนาศักยภาพ ทั้งในด้านทักษะความสามารถด้านการศึกษา การเรียนรู้ และทักษะชีวิตบนพื้นฐานของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนการเปิดมุมมองทางความคิดและแรงบันดาลใจ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่สังคมวัยทำงาน และรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

นอกจากนี้ ยังพระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะกรรมการมูลนิธิ ม.ท.ศ. และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นำคณะนักเรียนที่ได้รับทุนพระราชทานในแต่ละปี เฝ้าทูลละอองพระบาทรับพระราชทานทุนการศึกษา และคณะนักเรียนทุนพระราชทานฯดีเด่น และครูดีเด่นประจำปี เฝ้าทูลละอองพระบาทรับพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติ ยังความปลื้มปีติแก่คณะนักเรียนและคณะครูเป็นล้นพ้น

ปัจจุบันมีผู้ได้รับทุนพระราชทาน ในโครงการทุนการศึกษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร แล้วจำนวน 8 รุ่น รวมทั้งสิ้น 1,228 คน โดยในปี 2559 นี้ถือเป็นนักเรียนทุนรุ่นที่ 8 ของโครงการ

จาก “ต้นกล้า” เติบโตกลายเป็น “ต้นไม้ใหญ่” ในปี 2559 นักเรียนทุนพระราชทาน ในโครงการทุนการศึกษา สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รุ่นแรก กำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี พร้อมที่จะออกมาทำงานรับใช้สังคมและตอบแทนคุณแผ่นดิน ให้สมกับที่ได้รับโอกาสนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรไทยอันหาที่สุดมิได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้