วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พระมหากษัตริย์องค์ใหม่

พระมหากษัตริย์องค์ใหม่

โดย หมัดเหล็ก
1 ธ.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

ตามขั้นตอนคณะรัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานำวาระสำคัญเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมาว่าด้วยเรื่องของ พระมหากษัตริย์องค์ใหม่ รัชกาลที่ 10 ซึ่ง เป็น วาระสำคัญ ที่ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าเฝ้ารอด้วยความ ปลื้มปีติ จากนั้นได้ส่งมติไปยังที่ประชุม สมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ เพื่อนำขึ้นกราบบังคมทูล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นครองราชย์เป็นไปตามขั้นตอนราชประเพณี กฎมณเฑียรบาล และรัฐธรรมนูญ ที่บ้านเมืองจะว่างเว้นพระมหากษัตริย์มิได้
ขอจงทรงพระเจริญ

ในส่วนของพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 นั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบแบบในภาพรวมของพระเมรุมาศและพระโกศจันทน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ได้กล่าวถึงการจัดสร้างพระเมรุมาศเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ เพื่อถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยึดตามหลักโบราณราชประเพณี การสร้างพระเมรุมาศของพระมหากษัตริย์ในกรุงรัตนโกสินทร์ รวมทั้งออกแบบตามแนวคิดไตรภูมิในคัมภีร์พุทธศาสนาและความเชื่อตามทัศนคติเรื่องพระมหากษัตริย์ในสถานะเสมือน สมมติเทพ ตามระบอบเทวนิยม

ลักษณะพระเมรุมาศจะเป็นแบบจำลองเขาพระสุเมรุ เป็นทรงบุษบก 9 ยอด สูงถึง 50.49 เมตร มีซุ้มบุษบกรายรอบ 8 ซุ้มเสมือนเขาสัตบริภัณฑ์ที่อยู่รายรอบเขาพระสุเมรุ ประดับด้วยสัตว์หิมพานต์รอบพื้นที่เป็นผังสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างด้านละ 60 เมตร ใช้เสาโครงแบบครุฑ ที่ถือว่าเป็นพาหนะของพระนารายณ์ ทุกขั้นตอนจะได้รับการดูแลจากช่างกรมศิลปากรอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะเสร็จทันตามกรอบเวลาคือประมาณเดือนกันยายน 2560

แผ่นดินไทยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมาช้านาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยพระบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ปกเกล้าปกกระหม่อมคนไทยมาตั้งแต่โบราณกาล ทำให้ประเทศไทยรอดพ้นโพยภัยมานับครั้งไม่ถ้วน ประเทศไทยไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อาณัติอาณานิคมของประเทศใดก็ด้วย พระปรีชาสามารถและพระบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์ มาโดยตลอด

เพียงแต่ว่าทุกยุคทุกสมัย บ้านเมืองจะเกิดวิกฤติความขัดแย้งระหว่างคนไทยด้วยกันเอง ในบางช่วงบางตอน บางครั้งก็เกิดการเสียเลือดเสียเนื้อ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่า วิกฤติความขัดแย้งแต่ละครั้งทำให้บ้านเมืองอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด

และเช่นเดียวกัน หากประเทศไทยเกิดวิกฤติขึ้นในคราวใดก็ตาม คนไทยก็จะรักสมัครสมานสามัคคีร่วมกันต่อสู้ รักษาเอกราชของประเทศชาติไว้ให้ยั่งยืน บัดนี้น่าจะถึงเวลาที่คนไทยทุกหมู่เหล่า ลดทิฐิ หันหน้าเข้าหากัน หยุดขัดแย้งทะเลาะเบาะแว้งกันเอง เพื่อแผ่นดินและสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของคนไทยทั้งประเทศ.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้