วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รัชกาลที่ 10 ของประเทศไทย

รัชกาลที่ 10 ของประเทศไทย

โดย สายล่อฟ้า
1 ธ.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

เป็นการเปลี่ยนผ่านประเทศไปด้วยดี มีความเจริญก้าวหน้า ความสงบ ความสุขของคนไทยถ้วนหน้านับแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป

การประชุมคณะรัฐมนตรีและ คสช.วาระพิเศษซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อรับทราบเรื่องการสถาปนาแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้วตามกฎมณเฑียรบาลด้วยการสืบราชสันตติวงศ์

หนังสือที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้นำส่งถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. หลัง ครม.รับทราบเรื่องนี้แล้ว

ความตอนหนึ่งระบุเอาไว้ว่า...

“ในเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้ชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับขั้นตอนดังกล่าวในส่วนของรัฐบาลไว้ก่อนเพื่อสนองพระราชดำริในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ว่ายังไม่สมควรดำเนินการใดที่แสดงถึงการสถาปนาพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่”

“ในระหว่างที่ประชาชนอยู่ในภาวะทุกข์โศกและยากจะทำใจ พระองค์เองก็ทรงขอเวลาร่วมทุกข์และทำใจเช่นเดียวกับประชาชนจนกว่าพระราชพิธีพระบรมศพจะผ่านพ้นไประยะหนึ่ง ซึ่งมีพระราชดำริว่า การบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานผ่านพ้นจนถึงปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน)”

“คือวันที่ 1 ธันวาคม 2559 แล้วจึงค่อยพิจารณาดำเนินการต่อไป”

นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การสถาปนาต้องล่าช้าออกไป

“ในกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลง และเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พุทธศักราช...ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภา (สนช.) ทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ”

“คณะรัฐมนตรีขอแจ้งเพื่อทราบว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม 2515 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย”

เมื่อประธาน สนช.ได้รับหนังสือจากนายกรัฐมนตรีแล้วก็ได้เรียกประชุม สนช.ทันทีเพื่อแจ้งให้รับทราบ

จากนั้น ประธาน สนช.ได้ให้สมาชิก สนช.ทุกคนในห้องประชุมลุกขึ้นยืนเพื่อถวายความจงรักภักดีกล่าวพร้อมๆกัน

“ทรงพระเจริญ”...

เป็นอันว่าขั้นตอนการสถาปนาพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ในรัชกาลที่ 10 เรียบร้อยในขั้นตอนของรัฐบาลและรัฐสภา

จากนี้ไปก็เป็นขั้นตอนที่ประธานรัฐสภาจะกราบบังคมทูลอัญเชิญพระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป

เป็นการเปลี่ยนผ่านประเทศไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งหลายทั้งปวงล้วนทำให้ประชาชนคนไทยมีความยินดีที่สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยได้ดำรงมาอย่างต่อเนื่อง

นับแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 10 ในราชจักรีวงศ์

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างก็จะดำเนินการต่อไปในสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปซึ่งทุกคนจะต้องช่วยกันเพื่อให้ประเทศไทยเจริญก้าวไปข้างหน้า

ความสมัครสมานสามัคคีจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะนำพาประเทศชาติไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นเพื่อดำรงความเป็นประเทศไทย

ถือเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของประเทศไทย.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้