วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10

พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10

  • Share:

บัดนี้ พสกนิกรชาวไทยก็ได้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีหนังสือลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 แจ้งไปยัง ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรื่อง การสถาปนาแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้วตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์ พุทธศักราช 2467 เพื่อนำความขึ้นกราบ บังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จขึ้นครองราชย์เป็น พระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ของประชาชนไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้

“ตามที่มีประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสวรรคต ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 นั้น ถือว่าเป็นกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลง และจำเป็นต้องมีการดำเนินการเกี่ยวกับการสืบราชสมบัติต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”

ในเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้ชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับขั้นตอนดังกล่าวในส่วนของรัฐบาลไว้ก่อน เพื่อสนองพระราชดำริใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ว่ายังไม่สมควรดำเนินการใดที่แสดงถึงการมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ในระหว่างที่ประชาชนอยู่ในภาวะทุกข์โศกและยากจะทำใจ พระองค์เองก็ทรงขอเวลาร่วมทุกข์และทำใจเช่นเดียวกับประชาชน จนกว่าการพระราชพิธีพระบรมศพจะผ่านพ้นไประยะหนึ่ง ซึ่งมีพระราชดำริว่า เมื่อการบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานผ่านพ้นจนถึงปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) คือวันที่ 3 ธันวาคม 2559 แล้วจึงค่อยพิจารณาดำเนินการต่อไป ทั้งใน ระหว่างเวลานั้น รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อนอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะมีข้อขัดข้องใดๆในราชการบ้านเมือง

บัดนี้ การพระราชพิธีพระบรมศพได้ล่วงเลยเวลาบำเพ็ญพระราชกุศล ทักษิณานุปทานจนเข้าเขตปัญญาสมวาร (50 วัน) ทั้งประชาชนก็มีโอกาส เข้าถวายบังคมพระบรมศพแล้ว ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมถึงบัดนี้ ประมาณ 1 เดือน มีจำนวนประมาณหนึ่งล้านคน รัฐบาลจึงนำความกราบบังคมทูลว่า นับเป็นกาลอันควรดำเนินการต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประเพณีและรัฐธรรมนูญ อันจะยังความปลื้มปีติและสร้างขวัญกำลังใจแก่พสกนิกร ซึ่งทรงทราบฝ่าละอองพระบาทแล้ว...

ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลง และเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาท ไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์ พุทธศักราช 2467 แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธาน รัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบและ ให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหา กษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ...”

ในหนังสือของนายกรัฐมนตรีแจ้งด้วยว่า “เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม 2515 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งการพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระ นามาภิไธย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ เป็น สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ณ พระที่นั่งอนันตสมาคมพระราชวังดุสิต ท่ามกลางมหาสมาคม ประกอบด้วย พระบรมวงศานุวงศ์ คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต ข้าราชการ ทหาร พลเรือน และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ต่อมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหา วชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ตรัสถวายสัตย์ปฏิญาณสาบาน ในการพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ณ พระอุโบสถวัด พระศรีรัตนศาสดารามด้วยแล้ว”

ข้าพระพุทธเจ้า หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลใหม่ ขอพระองค์ทรง พระเจริญ พระพุทธเจ้าข้า.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้