วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ตกต่ำกี่ครั้งก็ฟื้นได้

เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ตกต่ำกี่ครั้งก็ฟื้นได้

โดย ซูม
1 ธ.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

เมื่อวานนี้ผมเขียนให้กำลังใจคนจนของประเทศไทย ซึ่งน่าจะมีมากกว่า ครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศให้ประหยัดรัดเข็มขัด เพื่อเตรียมตัวสู้ศึกเศรษฐกิจที่ยังไม่น่าไว้ใจนักอย่างเต็มที่

รัฐบาลเขาอัดฉีดเงินอะไรลงมา เราก็รับไว้ จะขอบคุณท่านเสียหน่อย ก็ไม่ว่ากัน แต่เมื่อรับแล้ว อย่ารีบร้อนใช้เงิน ขอให้กระเหม็ดกระแหม่เอาไว้ หรือหากจำเป็นต้องใช้ ก็ขอให้ใช้อย่างเกิดประโยชน์ให้มากที่สุด

แม้ข้อแนะนำของผมจะขัดกับความต้องการของรัฐบาลอยู่บ้าง เพราะท่านอยากจะให้ใช้เงินเร็วๆ จะได้กระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นเร็วๆ แต่ผมไม่เชื่อว่าเงินเพียงแค่นี้จะกระตุ้นอะไรได้มากนัก

ประกอบกับการยุให้คนจนใช้เงินเร็วๆ ผมถือว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะโดยหลักแล้วคนจนจะต้องรู้จักใช้เงิน จะต้องประหยัด และจะต้องรู้จักอดออมหรือเก็บหอมรอมริบอย่างที่คนโบราณสอนไว้

เรายังไม่รู้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของเราจะดีขึ้นเมื่อไร อาจจะหนึ่งปีสองปี หรือสามปีข้างหน้า? เพราะฉะนั้นจึงควรใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังอย่างประหยัดอย่างกระเหม็ดกระแหม่เอาไว้ก่อน

ส่วนคนไม่จนรวมทั้งคนรวย ซึ่งก็มีอยู่มากในบ้านเรา ประมาณการกันอย่างหยาบๆ ถือเสียว่าเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรของเราซะก็แล้วกัน ไล่ตั้งแต่คนมีรายได้ปานกลางจนถึงรายได้สูงสุด

คนกลุ่มนี้ ผมถือว่าไม่เดือดร้อน และควรจะรีบควักเงินตัวเองออกมาใช้เสียด้วยซ้ำ จึงเห็นด้วยกับรัฐบาลที่อยากให้ใช้เงินมากๆ ช็อปมากๆ เที่ยวมากๆ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในประเทศไทยเราเอง จะมีส่วนช่วย เศรษฐกิจของคนในกลุ่มยากจนได้อย่างมากทีเดียว

เพราะฉะนั้นที่รัฐบาลท่านอยากให้มีการใช้จ่ายเกิดขึ้น ผมก็หวังว่าคนกลุ่มนี้คือกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางเหลือกินเหลือใช้ขึ้นไป จนถึงกลุ่มคนรวยๆทั้งหลายนั่นแหละ

ผมค่อนข้างเชื่อในศักยภาพของระบบเศรษฐกิจไทยที่มีความแข็งแกร่งอย่างมองไม่เห็นอยู่ในตัวเองว่า ไม่เคยตกต่ำนานนัก

อาจจะซวดเซไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยตกตํ่าถึงขั้นจะทำให้ประชาชน เดือดร้อนอย่างแสนสาหัสอย่างที่เคยเกิดขึ้นในหลายๆประเทศ
ทุกครั้งที่เราซวดเซ เราจะฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็วเสมอ

เท่าที่ผมจำความได้นับตั้งแต่ พ.ศ.2500 เป็นต้นมา ประเทศไทยเราดูจะขยายตัวอย่างรวดเร็วและเร็วมากในช่วงของแผนพัฒนาฉบับที่ 1 พ.ศ.2504-2509 และฉบับที่ 2 พ.ศ.2510-2514

หลังจากนั้นเศรษฐกิจดูซวดเซไปบ้าง อันป็นผลจากราคาน้ำมันในโลกถีบตัวสูงขึ้น แต่ประเทศไทยเราก็ฟื้นตัวมาได้อย่างรวดเร็ว
มาตกต่ำอีกครั้งที่ค่อนข้างหนักใน พ.ศ.2527 จนถึงขนาดปู่ สมหมาย ฮุนตระกูล ท่านต้องลดค่าเงินบาทหลายครั้งในยุคนั้น ซึ่งมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ

จำได้ว่ามีการแต่งตั้งศูนย์ประสานงานกอบกู้เศรษฐกิจขึ้น โดยมีเลขาธิการสภาพัฒน์ ดร.เสนาะ อูนากูล และท่านผู้ว่าการแบงก์ชาติ กำจร สถิรกุล เป็นผู้อำนวยการศูนย์ร่วมกัน

การทำงานของแบงก์ชาติกับสภาพัฒน์ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ 2527 เป็นไปอย่างได้ผล เพียง 2 ปีต่อมาใน พ.ศ.2528-2529 เศรษฐกิจประเทศไทยก็ฟื้นและ “นิวส์วีค” ก็ตั้งฉายาให้เราเป็น “เสือตัวใหม่แห่งเอเชีย”

ป๋าเปรมแก้ปัญหาสำเร็จอยู่ในตำแหน่งพักหนึ่งก็ส่งไม้ต่อให้น้าชาติ ใช้ประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่

มาจนถึง 2540 ในสมัยบิ๊กจิ๋วจึงได้เกิดภาวะต้มยำกุ้ง เศรษฐกิจไทยซวดเซอีกครั้ง และทำท่าเหมือนจะบาดเจ็บสาหัสกว่าทุกครั้ง
ปรากฏว่าอีกแผล็บเดียวเท่านั้น เราก็ฟื้นได้อีก คนที่บาดเจ็บจนประกาศว่า “ไม่จ่ายไม่หนี” กลับมาเป็นเศรษฐีอีกครั้งเพียงไม่กี่ปีต่อมา

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่เป็นเพราะโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่หลากหลายกระจายตัว มิได้พึ่งพาสินค้าหรือกิจกรรมเศรษฐกิจใดเศรษฐกิจหนึ่งเพียงไม่กี่กิจกรรมอย่างประเทศอื่นๆ

แต่ของเรามีเป็นร้อยๆกิจกรรมที่เป็นแหล่งสร้างรายได้แก่ประเทศทั้งที่ปรากฏอยู่ในบัญชีประชาชาติของสภาพัฒน์และไม่ปรากฏอยู่ในบัญชีเพราะลงบัญชีไม่ถูก

บางอย่างอาจตกต่ำลง บางอย่างอาจขยายตัวขึ้นชดเชยกันไป ทำให้เราไม่ตกมากและในที่สุดก็เอาตัวรอดกลับฟื้นขึ้นได้
รวมทั้งการซวดเซในปัจจุบันนี้ ผมก็คิดว่าอีกไม่นานก็จะฟื้นมาได้

มิได้เขียนให้ประมาท แต่เขียนเพื่อปลอบใจครับ ขอให้ตั้งสติ ให้มั่นและอย่าหวั่นไหว ค่อยๆแก้ไขปัญหากันไปแล้วเราจะดีขึ้นเอง.

“ซูม”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้