วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทช.เตรียมรื้อรีสอร์ตดัง 'เรด ซี รีสอร์ต เกาะเบ็นซ์' พบออกโฉนดโดยมิชอบ

(ภาพจากเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง)

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เตรียมรื้อรีสอร์ตดังเพชรบุรี “เรด ซี รีสอร์ต เกาะเบ็นซ์” ออกโฉนดโดยมิชอบซ้ำใช้หินขนาดใหญ่ถมทะเลสร้างเขื่อนเป็นแนวยาว เกือบ 200 เมตร ทำกัดเซาะชายฝั่งรุนแรง รองอธิบดี ทช.ทำหนังสือถึง ผวจ.เพชรบุรี อธิบดีกรมที่ดิน ให้เพิกถอนโฉนดทันทีก่อนรื้อ

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 59 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายรัชชัย พรพา หัวหน้าชุดปฏิบัติการฉลามขาว ทช. พล.ท.สุพจน์ ถนอมบุญ กอ.รมน.จ.เพชรบุรี พ.ต.ท.มานัส ขันธคีรีวัฒน์ รองสารวัตรสืบสวน สภ.ท่าไม้รวก ช่วยราชการชุดป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ทช. กอ.รมน. ทหาร ตำรวจ กว่า 50 นาย ได้ร่วมกันเปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าชายเลนที่เรด ซี รีสอร์ต เลขที่ 101 หาดเบนซ์ หมู่ 3 ต.ปึกเตียน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นรีสอร์ตหรู ตั้งอยู่ในเขตป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2530

เมื่อมาถึงพบว่าบริเวณด้านหน้าเรด ซี รีสอร์ต มีชาวบ้านประมาณ 100 คนได้มารอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และขอให้มีการรื้อถอนรีสอร์ตดังกล่าวโดยเร็ว เพราะมีปัญหากับชาวบ้านมาโดยตลอด ทั้งนี้มี นายอ้วน สะอาดดี อ้างว่าเป็นผู้ดูแลรีสอร์ตดังกล่าว มาแสดงตัว พร้อมกับระบุว่า เจ้าของตัวจริงคือ นางอุไรรัตน์ ศักดิ์วรรณา ซึ่งจะเดินทางมาที่รีสอร์ตทุกวันหยุด นายศักดา จึงขอตรวจสอบและตรวจวัดพิกัดพื้นที่ว่ามีการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติมหรือไม่ โดยรีสอร์ตดังกล่าวเป็นอาคารหรู 5 หลัง มีทั้งหมด 16 ห้อง ด้านหลังรีสอร์ตติดกับทะเล วิวทะเลสวยงามมาก โดยบริเวณที่ติดกับทะเล ได้มีการนำหินขนาดใหญ่มากั้นเป็นแนวกำแพงป้องกันคลื่นคล้ายเขื่อน ยาวประมาณ 200 เมตร

ทั้งนี้ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรังวัด ได้มี นายสุรพงษ์ ลิ้มสุคนธ์ อ้างว่าเป็นเจ้าของของรีสอร์ตดังกล่าวมาแสดงตัวพร้อมนำเอกสารหลักฐานมาแสดง พร้อมกล่าวว่า ตนทำรีสอร์ตดังกล่าวและซื้อที่ดินแห่งนี้มา 30 ปีแล้ว ต่อมาได้ขายให้คนรู้จัก ไม่ทราบว่ามีการนำหินขนาดใหญ่มาถมทะเล และมีการดำเนินการอะไรไปบ้าง แต่จากนั้นเจ้าของมีปัญหาโดนฟ้องร้อง ตนจึงมารับซื้อรีสอร์ตคืน เมื่อวันที่ 8 พ.ย.59 ที่ผ่านมา ในราคา 129 ล้าน รีสอร์ตมีพื้นที่ 18 ไร่เศษ ยินดีจะให้ตรวจสอบว่าที่ดินที่ตนครอบครองถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องตนพร้อมยุติและให้ราชการรื้อรีสอร์ตดังกล่าว


ขณะที่ นายศักดิ์ดา กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น โฉนดของรีสอร์ตดังกล่าวเลขที่ 4825 หน้าสำรวจ 185 เนื้อที่ 18 ไร่ 3 งาน 65 ตารางวา ออกเป็นการเฉพาะรายให้แก่ นายฉลาด ชลภาพ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2534 โดยอาศัยหลักฐานหนังสือแสดงการทำประโยชน์ของนิคมสหกรณ์ (กสน.5) เลขที่ 208/2534 ลงวันที่ 7 พ.ค.2534 ซึ่งออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะ ครม. มีมติเมื่อปี 2530 กำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าชายเลน แต่รีสอร์ตดังกล่าวออกโฉนดปี 2534 และ ป.ป.ป. ในขณะนั้นได้สอบสวนแล้วมีความเห็นว่า ที่ดินตามโฉนดดังกล่าว แต่เดิมเป็นทะเล หาดทรายชายทะเล และคลองบางส่วน อันเป็นที่สาธารณประโยชน์ เป็นที่หวงห้ามตามประกาศราชการ

นอกจากนี้ ที่ดินบางส่วนไม่ได้อยู่ในเขตนิคมสหกรณ์ชะอำ และได้มีการออกโฉนดที่ดิน ไม่ตรงตามแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมกสิกรรมในรูปสหกรณ์ใน จ.เพชรบุรี พ.ศ. 2499 จึงเป็นโฉนดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต่อมา ป.ป.ป. ได้เพิกถอนโฉนดในปี 2542 จากนั้นกรมที่ดินได้ตั้งกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ให้เพิกถอนที่ดินผืนดังกล่าวแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่มีการเพิกถอน

อย่างไรก็ตาม ตนจะทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และอธิบดีกรมที่ดิน ให้มีการเพิกถอนโฉนดแห่งนี้ให้เร็วที่สุด ที่สำคัญจากการตรวจสอบยังพบว่ารีสอร์ตดังกล่าวยังถมหินขนาดใหญ่ลงทะเล ถือเป็นการถมทะเล มีความผิด จนทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เมื่อทำหนังสือถึงกรมที่ดินขอให้มีการเพิกถอนโฉนดแล้ว ทช.จะรื้อรีสอร์ตดังกล่าวทันที เพื่อคืนชายหาดให้ประชาชนต่อไป

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เตรียมรื้อรีสอร์ตดังเพชรบุรี “เรด ซี รีสอร์ต เกาะเบ็นซ์” ออกโฉนดโดยมิชอบซ้ำใช้หินขนาดใหญ่ถมทะเลสร้างเขื่อนเป็นแนวยาว เกือบ 200 เมตร ทำกัดเซาะชายฝั่งรุนแรง 29 พ.ย. 2559 17:28 29 พ.ย. 2559 18:11 ไทยรัฐ