วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนเทพา เชื่อมั่น 'เทพาโมเดล' สู่การพัฒนาท้องถิ่น ให้ความสำคัญวิถีชุมชน

ภาพจาก : กฟผ.

ผู้นำชุมชนปัตตานี-คณะผู้นำชุมชน เชื่อมั่นโครงการโรงไฟฟ้าเทพา สามารถทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนสังคม พร้อมอธิบายสร้างความเข้าใจกับกลุ่มผู้เห็นต่างในพื้นที่ สู่การพัฒนาท้องถิ่น ให้ความสำคัญวิถีชุมชน

เมื่อวันที่ 29 พ.ย.59 นายมะแอ สะอะ ผู้นำชุมชนปัตตานี พร้อมด้วย นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกวุฒิสภา จ.ยะลา และคณะผู้นำชุมชน จ.ปัตตานี เข้าพบ นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ณ สำนักงานกลาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ภายหลังจากการดูงานโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ

โดย นายมะแอ กล่าวว่า การที่ได้ไปทัศนศึกษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะทำให้ได้รับข้อมูลที่ชัดเจน ในการไปอธิบายสร้างความเข้าใจกับกลุ่มผู้ที่เห็นด้วย และยังเห็นต่างในพื้นที่ ซึ่งเมื่อก่อนไม่สามารถตอบคำถามกลุ่มที่เห็นต่างได้ในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ แต่จากการไปดูงานที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะแล้ว ได้เห็นความจริงว่า โรงไฟฟ้าแม่เมาะมีอากาศดี สัตว์เลี้ยงอยู่ได้ไม่มีมลพิษอะไรเลย พร้อมจะช่วยสนับสนุนโครงการนี้ ด้วยใจที่ต้องการให้ประเทศชาติมีความมั่นคงทางพลังงาน ประชาชนในพื้นที่มีงานทำ

"ตนอยู่มาเลเซียมา 20 ปี มาเลเซียอากาศเหมือนประเทศไทย แต่มีโรงไฟฟ้าใหญ่กว่าแม่เมาะ มาเลเซียยังพัฒนาได้ จึงเห็นว่าไทยก็ควรจะพัฒนาได้เช่นกัน" นายมะแอ ระบุ

ด้าน นายกรศิษฏ์ กล่าวว่า ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยือน กฟผ. และสนับสนุนเพื่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนสังคม โครงการโรงไฟฟ้าเทพามีความจำเป็นสำหรับภาคใต้ ซึ่งทุกวันนี้ ต้องรับไฟฟ้าจากส่วนกลางวันละ 200-300 เมกะวัตต์ โดยเฉพาะช่วงจะนะหยุดซ่อมท่อก๊าซ กฟผ. ต้องส่งไฟฟ้าไปถึง 650 เมกะวัตต์ ซึ่งคิดเป็นกำลังผลิตสำรองถึงร้อยละ 27 ดังนั้น กำลังผลิตสำรองที่กล่าวว่าร้อยละ 15 จึงไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าโรงไฟฟ้าจะนะเกิดขัดข้อง การมีโรงไฟฟ้าในพื้นที่ ชุมชนยังจะได้ประโยชน์จากการเงินกองทุนรอบโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิทธิของชุมชนในการบริหารจัดการเงินกองทุนเอง เช่น การดำเนินงานตามเทพาโมเดล

นายกรศิษฏ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ กฟผ.ให้ความสำคัญที่สุด คือ วิถีของชุมชน แม้ว่าในชุมชนจะมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับโครงการ แต่ กฟผ. ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง เพราะเคารพในสิทธิของชุมชน และเห็นว่าความเห็นต่างเป็นเรื่องธรรมดา หลายเรื่องเป็นมุมมองที่ดี ที่ทำให้ กฟผ. มีความรอบคอบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากการดำเนินงานผ่านขั้นตอนต่างๆ จนเกิดโครงการแล้ว กฟผ.ก็ยังจะต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับ รวมทั้งจะพยายามสร้างความเข้าใจต่อไป

สำหรับเหตุผลที่ควรสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้เป็นโรงไฟฟ้าหลักนั้น เพราะช่วยเสริมความมั่นคงการใช้พลังงานทดแทนและช่วยให้ค่าไฟฟ้าถูก เพราะหากโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่สามารถสร้างได้ จะมีความจำเป็นต้องใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวเป็นเชื้อเพลิงทดแทน ประมาณ 200 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน หรือประมาณ 3 ล้านตันต่อปี ซึ่งทำให้ค่าไฟมีราคาสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง.

ผู้นำชุมชนปัตตานี-คณะผู้นำชุมชน เชื่อมั่นโครงการโรงไฟฟ้าเทพา สามารถทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนสังคม พร้อมอธิบายสร้างความเข้าใจกับกลุ่มผู้เห็นต่างในพื้นที่ สู่การพัฒนาท้องถิ่น ให้ความสำคัญวิถีชุมชน 29 พ.ย. 2559 17:18 29 พ.ย. 2559 18:00 ไทยรัฐ