วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อั๋น ควง จ๋า เปิดใจคบนาน 9 ปี ปัดแต่งงานเพื่อธุรกิจ เมินคนมองไม่แมน

อั๋น ภูวนาท เตรียมจูงมือจ๋า อลิสา ทายาทธุรกิจทิฟฟานี่พัทยา วิวาห์ 14 ม.ค. 60 ณ โบสถ์วัฒนา ฉลองแต่ง 16 ม.ค. 60 ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี หลังดูใจนาน 9 ปี ไม่สนกระแสเม้าท์อั๋นเป็นเพศที่ 3 ลั่นพูดไปเหมือนแก้ตัว หลังแต่งมีลูกทันที

เรียกว่าเป็นข่าวเซอร์ไพรส์วงการบันเทิงครั้งใหญ่ทีเดียวสำหรับความรักของดีเจ-พิธีกรหนุ่ม อั๋น ภูวนาท คุนผลิน ที่เตรียมตัวจูงมือนักธุรกิจสาวทายาทเจ้าของธุรกิจทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จ๋า อลิสา พันธุศักดิ์ เพราะนอกจากหลายคนจะสงสัยว่าทั้งคู่คบหาดูใจตั้งแต่ตอนไหนเพราะฝ่ายหนุ่มอั๋นแทบไม่เคยมีข่าวเรื่องความรักมาก่อนแล้ว ยังมีกระแสเม้าท์มาตลอดว่าหนุ่มอั๋นเป็นเพศที่ 3 อีกด้วย ได้เจอทั้งคู่มาอัดรายการ “คลับฟรายเดย์” ที่ร้านอะกาลิโก สุขุมวิท 51 เลยได้โอกาสให้ทั้งคู่เปิดใจถึงความรักครั้งนี้ พร้อมตอบทุกข้อสงสัยที่หลายคนอยากรู้แบบหมดเปลือก

ถามถึงข่าวเรื่องแต่งงาน ดูเหมือนค่อนข้างรวดเร็ว จนหลายคนตกใจ?
อั๋น : จริงๆ ไม่ได้รวดเร็วนะครับ ตอนที่ข่าวออกไปก็ตกใจอยู่ เพราะข่าวเหมือนประกาศว่าแต่งงาน แต่จริงๆ ไม่ได้ประกาศครับ เราทยอยส่งการ์ดกับมือ ยังไม่ได้เริ่มทำการส่งอย่างจริงจังเลย พอมีข่าวก็ไม่เป็นไรเพราะเราเริ่มแจกการ์ดกับบางท่านแล้ว หลังจากนั้นกลายเป็นข่าวใหญ่พอสมควร เราก็งงๆ ว่ามีคนแชร์มีคนพูดถึงว่าเซอร์ไพรส์ แต่สำหรับเรา ครอบครัว คนใกล้ตัว หรือผู้ใหญ่หลายท่าน ผมคิดว่าก็ไม่ได้เซอร์ไพรส์ เพราะเราคุยกันมานานแล้ว
จ๋า : ถ้าคนใกล้ตัวก็จะรู้ตั้งนานแล้วว่าคบกันอยู่ แต่ในช่วงปีที่ผ่านมาทางครอบครัวก็ยุ่ง จริงๆ คุณพ่อเสียปีนี้ด้วยค่ะก็เลยไม่ได้พูดเรื่องนี้กันมาก ก็เลื่อนไปเป็นปีหน้า แต่ทุกคนก็ทราบกันอยู่แล้วค่ะ
อั๋น : แพลนแรกเลยคือแต่งเดือน พ.ย. แต่พอดีมีเหตุว่าคุณพ่อคุณจ๋าเสีย เราก็เลยเลื่อนเป็นเดือน ม.ค.

หลายคนตกใจเพราะที่ผ่านมาไม่มีข่าวว่าอั๋นมีแฟนเลย?
อั๋น : พี่ไม่ได้ประกาศว่ามีแฟน แต่ถ้าดูในไอจีพี่ก็ลงรูปคู่บ้าง แต่คนอาจจะคิดว่าเป็นเพื่อนสาวมากกว่า (หัวเราะ) ก็เลยไม่ได้คิดว่านี่แฟนพี่อั๋น ไม่ได้ปิด แต่ไม่ได้เขียนว่ามาเที่ยวกับแฟน เราไม่ได้ใช้คำนี้กันว่านี่คือแฟน
จ๋า : ไปไหนคนก็นึกว่าเป็นเพื่อนกัน

รู้สึกยังไงที่หลายคนมองว่าเป็นเพื่อนสาวและจะแต่งงานกัน?
อั๋น : ด้วยความเคารพนะ จริงๆ จะพูดอะไรก็เหมือนการแก้ตัวไปซะหมด
จ๋า : แต่จริงๆ จะโกรธเขาก็ไม่ได้
อั๋น : ใช่ เพราะถ้าโกรธคงมีเรื่องให้โกรธทุกวัน โดยเฉพาะในยุคที่คอมเมนต์เกิดขึ้นได้แค่ปลายนิ้ว คนที่คอมเมนต์ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีความเชื่อที่แตกต่างกันได้ แต่ที่สุดกลับมาที่ตัวเราเองว่าเรารู้ว่าเราทำไปทำไม หรือทำไปเพราะอะไร หรือเราตัดสินใจแต่งงานกันด้วยเหตุผลอะไร มันเป็นเรื่องของคนสองคน สองครอบครัว
จ๋า : มันเป็นความไม่รู้ของคนอื่นมากกว่า บางทีเราไปทานข้าวกันสองคน เขาถามว่าไหนแฟนล่ะ เราก็บอกว่านี่ไงแฟน เขาก็ไม่เชื่อ คือมันเป็นความฝังใจไปแล้ว เพราะฉะนั้นสังคมมองว่าอะไรอาจจะไม่ใช่ความจริง

ความฝังใจของคนมีผลกับเราไหม?
จ๋า : เคยมีผลกับพี่สักประมาณหลายปีแล้ว แต่ไปๆ มาๆ มีความรู้สึกว่าเขาเองโดนเยอะกว่าอีก แต่เขาไม่โกรธ รับได้ ไม่รู้จะแก้ตัวยังไง ในที่สุดเหมือนเราเองที่แคร์มาหลายปีเพราะรู้สึกว่าสังคมแคร์ สิ่งที่ห่วงคือพ่อแม่เราจะรู้สึกไปด้วยรึเปล่า แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย เขาไม่ได้รู้สึก แค่ครอบครัวไม่รู้สึกก็โอเคแล้ว แต่จริงๆ อั๋นอยู่ในวงการนี้ไง อาจทำให้คนเข้าใจผิดได้
อั๋น : ผมเองก็งงตอนเป็นข่าวเหมือนกันว่าโห ขึ้นทวิตเตอร์อันดับ 1 เลยเหรอ ผมก็เข้าใจได้ถ้าจะมีใครคิดอย่างนั้น มันก็มีคนที่โดนข่าวแบบนี้เยอะเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ผ่านมาไม่ได้บอกว่าไม่จริง เพราะรู้สึกว่าไม่รู้จะพูดไปทำไม พี่เกิดมาด้วยรูปลักษณ์ หน้าตา น้ำเสียงแบบนี้ ไม่รู้จะทำยังไง ถ้าพูดจะดูแก้ตัวหมดเลย แต่ถ้าคนรู้จักพี่จริงๆ แล้ว พี่เป็นคนง่ายมากๆ ครับ

คนพูดค่อนข้างเยอะ จ๋าเคยแก้ตัวให้ไหม?
จ๋า : พี่เป็นคนไม่แก้ตัวเลย เป็นคนเฉยๆ เลย มันอยู่ที่ความรู้สึกเรา จะไปแก้ตัวก็ไม่ใช่
อั๋น : แม้แต่ตอนนี้ถ้าดูกันอยู่แล้วพี่บอกว่าไม่ เดี๋ยวก็จะมีคนมาคอมเมนต์อีก พี่ว่าถ้าเขาสนุกกับการคอมเมนต์ก็สนุกไปแล้วกัน พี่ไม่ได้อ่านเลยแม้แต่คอมเมนต์เดียว เพราะว่าพี่เดาได้ว่าจะเป็นประมาณไหน มันก็เป็นแบบนี้ พี่ก็นึกถึงว่าเขาจะเป็นอะไรรึเปล่า เพราะข่าวไปไกลกว่าที่คิด แต่สิ่งแรกที่เขาถามพี่คือ "พี่โอเครึเปล่า" เขาก็เหมือนห่วงเรา เราก็ห่วงเขา พอเขาถามประโยคนี้ปุ๊บ พี่ก็ไม่ต้องถามเขากลับ แปลว่าเขาโอเคแล้ว
จ๋า : แต่ที่เรารู้สึกคือทำไมข่าวมันดังจัง อั๋นดังขนาดนั้นเลยเหรอ (หัวเราะ)

ใช้ชีวิตยากไหมพอคนจับผิดเยอะๆ?
อั๋น : ไม่เลย พี่ใช้ชีวิตเหมือนเดิมเลย พี่ว่าง่ายขึ้นด้วยซ้ำเพราะตอนนี้ไม่ต้องบอกละ
จ๋า : นี่ก็ไม่ต้องระวังอะไรเลย
อั๋น : ในช่วงมีข่าวว่าไม่แมนตอนนั้นแล้วเข้าหูเขาบ้าง เขาก็เคยพูดกับพี่ว่าอั๋นต้องทำอะไรบ้างแล้วล่ะ เพื่อที่จะแก้ข่าวนี้ พี่ก็ถามว่าพูดสิว่าให้ทำอะไร เพราะทุกวันนี้ก็ไม่ได้ทำอะไร ทำงานแล้วก็กลับบ้าน ไม่ได้ไปไหนเลย ฉะนั้นจะให้พี่เปลี่ยนอะไร ถ้าไว้หนวดเซอร์ๆ ก็อาจจะพูดอีกว่ากลับใจเป็นเกย์คิงแล้ว (ยิ้ม) คือถ้าคนมันจะพูดก็พูดไปเรื่อย เพราะฉะนั้นเอาที่สบายตัวสบายใจดีกว่า

ตอนแรกจ๋าเครียดกับเรื่องนี้ไหม?
จ๋า : ตอนที่คบเขาแรกๆ ก็คิดว่าเขาเป็นเกย์นะ ไม่ได้บอกว่าไม่ได้คิดนะ คือบุคลิกเขาเป็นแบบนี้ แต่ไปๆ มาๆ ก็ดูกันไปและเรียนรู้ว่าคนเราเนี่ย ครอบครัว สิ่งแวดล้อมที่ทำงานด้วย ทำให้หล่อหลอมให้เขาดูเป็น หรือไม่ก็ครอบครัวเรียบร้อยมาก เขาไม่พูดจาไม่เพราะน่ะ มันแล้วแต่ ถ้าเราจะวิจารณ์ในเรื่องบุคลิก แต่ละคนก็มีนิสัยไม่เหมือนกัน ฉะนั้นเราทำงานกับคนมีความต่างค่อนข้างเยอะ เราไม่ได้รู้สึกว่าความต่างแบบนี้คือเขาเป็นเกย์ มันไม่ใช่ไง เราโตกันแล้วก็รู้สึกว่าน่าจะผ่านประสบการณ์เรื่องนี้มาเยอะค่ะ ที่ไม่ได้ห่วงไม่ได้แคร์เลยเรื่องคอมเมนต์เพราะรู้สึกว่าเขาคงเข้าใจผิด เรายังบอกเลยว่าเราโกรธเขาไม่ได้นะ เพราะจริงๆ บุคลิกเราทำให้เขาเห็นว่าเป็นแบบนี้
อั๋น : เขาจะเตือนตลอดว่าต้องไม่โกรธเขานะ ก็ไม่โกรธเลย เพราะถ้าโกรธคงโกรธนานแล้ว

มีวิธีสแกนยังไง ในเมื่อเขาดูเรียบร้อยแบบนี้?
จ๋า : จ๋าว่าเราก็ต้องรู้จักกันนานมากนะ ไม่ใช่วันสองวันหรือปีสองปี เรารู้จักในพื้นฐานครอบครัวด้วย รู้จักว่าเขาเป็นคนยังไง เอาจริงๆ ในสายตาเราเขาเนิร์ดอะ ดูเป็นคนเรียนหนังสือ เป็นคนอ่านหนังสือเยอะ เขาจะมีโฟกัสของเขาเป็นเรื่องๆ จ๋าว่าไม่มีคำว่าสแกนหรอก แต่เรารู้จักใคร เรามั่นใจว่าเป็นไม่เป็นเรารู้ได้
อั๋น : ผมว่าง่ายที่สุดในทุกความสัมพันธ์ว่าเราจะตัดสินว่าใครเป็นใคร ใช้เวลากับคนคนนั้นให้นาน มันบอกไม่ได้ด้วยว่านานคือแค่ไหน แต่ของพี่คือเกือบ 10 ปีแล้ว พี่คิดว่าก็มากพอน่ะ เรารู้ชีวิตของกันและกันหมด

บางคนก็มองว่าแต่งงานกันเพราะเรื่องธุรกิจรึเปล่า?
จ๋า : ไม่เกี่ยวเลย อั๋นก็มีธุรกิจของเขา อั๋นก็มีอาชีพอยู่เบื้องหน้า ทำงานที่นี่เขาก็ยุ่งพอตัวแล้วล่ะ
อั๋น : นั่นสิ คือเราจะร่วมทุน ควบกิจการเหรอ (ยิ้ม) นึกไม่ออกเลย

แล้วจุดเริ่มต้นล่ะ มาจีบกันได้ยังไง?
อั๋น : พี่จีบสิ คือพี่ก็โสดมานานมากแล้ว 5-6 ปี แล้วเขาจ้างพี่ไปร้องเพลงและเป็นพิธีกรในงานแถลงข่าว เราก็ไปทำงาน เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนเรา แต่เกือบจะไม่ได้รู้จักกันสักเท่าไร พอมาทำงานก็เลยได้เจอกัน หลังจากเจอกันก็เริ่มเห็นกัน มันเหมือนกับเพิ่งมาอยู่ในสายตา เพิ่งตั้งใจมอง เลยคิดว่าอยากรู้จักเขามากขึ้น ก็ถามเขาเลยว่ามีแฟนรึยัง
จ๋า : จริงๆ ก็คบกันแบบผู้ใหญ่มาก ค่อยๆ คุยกันไปเรื่อยๆ ไม่ได้ตั้งใจจีบจริงจัง ยังไม่รู้เลยว่าเป็นแฟนกันตอนไหน แต่ว่าคบกันมานาน ทำให้เข้าใจได้ว่าเขาเป็นคนยังไงค่ะ

อะไรที่ทำให้ตัดสินใจแต่งงานกัน?
อั๋น : ถ้าอายุเท่านี้แล้วไม่แต่ง ก็คงไม่ต้องแต่งแล้วล่ะ จริงๆ ผมว่าการแต่งงานคือการให้เกียรติครอบครัว เพื่อที่เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างให้เกียรติทั้งสองฝ่าย เข้านอกออกในได้สบายใจ หรือแม้แต่การก้าวสู่ขั้นอื่นๆ ของชีวิตร่วมกันอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ซึ่งผมคิดว่าตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ครอบครัวเป็นเรื่องใหญ่อยู่แล้ว เราทั้งสองครอบครัวก็คุยกันตามปกติ

แปลว่าแต่งแล้วจะมีทายาทเลย?
จ๋า : ก็หวังว่าค่ะ แต่จะบอกว่าเราสองคนง่ายๆ มากเลย เพราะจริงๆ พี่มองว่าทุกคนไม่ได้มองว่าพี่มีแฟน แต่ว่าพี่เป็นคนไม่แสดงออก ฉะนั้นเลยดูเซอร์ไพรส์ แต่จริงๆ รู้จักกันมานานมาก
อั๋น : เพียงแต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถ้าเอาไมค์ไปจิ้มแล้วถามเขา เขาจะบอกว่าโสดมาตลอดชีวิต คนก็เลยอ้าว เป็นแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ซึ่งก็นานแล้ว กับเรื่องที่เขาบอกว่าเขาโสดมาตลอดเลยเป็นประเด็นที่วันนี้ต้องมาอัดรายการคลับฟรายเดย์ครับ

ทำไมบอกโสดมาตลอดทั้งที่ก็คบกันอยู่?
จ๋า : พี่เป็นคนทำงาน เรารู้สึกว่าเขิน เรามีลูกน้องเยอะ ไม่อยากตอบคำถาม เรื่องส่วนตัวก็ไม่อยากจะเปิดเผยค่ะ จะเป็นคนแบบนี้ ตอนนี้ลูกน้องยังเขินแทนเลย (หัวเราะ) ก็รู้จักกันมา 9 ปี แต่ออนๆ ออฟๆ ไม่ได้แสดงออกว่าเป็นแฟนกันตลอดเวลา

ตอนเขาขอแต่งงาน มีเซอร์ไพรส์ไหม?
อั๋น : ไม่มีนะ ถามว่าเป็นโมเมนต์ไหน คือเป็นโมเมนต์เลิกกันครับ (หัวเราะ) เลิกไปนานมากเกือบครึ่งปี เราก็กลับมาคุยกันอีกครั้งหนึ่ง ตอนกลับมาคุยก็เลยบอกว่าถ้ากลับมาครั้งนี้แปลว่าพร้อมสำหรับขั้นต่อไปไหม เป็นการคุยด้วยสติมากครับ
จ๋า : เขาก็เข้าไปขอกับพ่อแม่ค่ะ ก็แบบแก่แล้วค่ะ (หัวเราะ)

มีคำพูดอะไรหวานซึ้งให้คำมั่นสัญญามั้ย?
อั๋น : พี่ถูกเขาปฏิเสธมาตลอด เค้าบอกเค้าไม่พร้อม ผมก็ไม่รู้เค้ารออะไร ก็ไปเรื่อยๆ ตอนที่เลิกกันก็เลิกด้วยเหตุผลนี้ ถ้าไม่ไปต่อก็จบ วันที่เราเหมือนจะกลับมา แปลว่าเราเหมือนจะคิดอะไรใหม่แล้วใช่มั้ย เหมือนว่าต่างก็ได้ไปตัดสินใจ เค้าก็ได้ไปตกตะกอนอะไรหลายอย่าง วันที่ขอแต่งงานจริงๆ พี่ไม่อยากฟังว่ารอก่อน เค้าขออีกปี มาทุกครั้ง พี่ไม่อยากได้ยินคำนี้อีก มันอาจจะฟังดูประหลาด แต่ผมถามเค้าผ่านไลน์ วันนั้นไปกินข้าว เป็นวันดีอีก 1 วัน ไม่ได้พีคอะไร แต่เป็นวันที่แฮปปี้หลังจากห่างกันไปนาน กลับมาส่งเค้าที่บ้าน แล้วก็ส่งไลน์หาเค้าเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ ว่า ผมจะขอคุณเป็นภรรยาอย่างเป็นทางการ เค้าก็ตอบว่า Yes of course

จ๋าเซย์เยสเลยมั้ย?
จ๋า : ตอนสุดท้ายก็เซย์เยสเพราะเรามีความรู้สึกว่าเราไปยืดเวลาเค้าตลอด หลายปีแล้ว ทำร้ายจิตใจเค้าหลายหน เราก็เป็นคนแบบนี้ ไม่อยากบอกว่าเป็นแฟนกับใคร เป็นคนไม่พูด
อั๋น : ที่ขอก็ตั้งแต่ปีที่แล้ว 2015 นานแล้ว สำหรับพวกพี่และคนรอบข้าง มันไม่ได้เป็นเรื่องใหม่

จุดไหนที่ทำให้รู้สึกว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่เราจะใช้ชีวิตร่วมกัน?
อั๋น : ก็มีอยู่คนเดียว ไม่ได้ดูคนอื่นเลย ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเราคบกับเค้าอยู่มาโดยตลอด มันเป็นความสบายใจของเราทั้งคู่ที่เราอยู่กับคนนี้แล้วสบายใจ แล้วเค้าก็สบายใจ มันสบายเนื้อสบายตัวอยากทำอะไร พูดอะไรก็พูด
จ๋า : ต่างคนต่างทำงาน งานเราไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย ต่างคนต่างทำงานแล้วก็มาเจอกัน
อั๋น : มันไม่ต้องพูดเยอะ รู้จักกันมานานมากจนเดาทางได้หมด รู้ว่าโกรธกันตรงนี้ต้องหยุด มันมีพื้นฐานจากคำว่าเป็นเพื่อนอยู่สูง เป็นความสบายตัวมาก เป็นการตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตที่ไม่มีความลังเล หรือไม่มีความรู้สึกต้องปรับตัวอะไรต่างไปจากเดิมเลย สมมติวันนี้แต่งงาน พรุ่งนี้ผมและเค้าก็เป็นแบบวันนี้

จ๋าล่ะอะไรที่ทำให้เรามั่นใจผู้ชายคนนี้?
จ๋า : เรามองว่าเราเจอคนมาเยอะ เค้าก็เป็นคนที่ดีกับเรามาก มันหลายปีที่เรารู้จักคนคนนี้ แล้วไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจในการที่จะใช้ชีวิตด้วยกัน เห็นอะไรเหมือนๆ กันและใช้ชีวิตด้วยกันง่าย ก็เลยคิดว่าคนนี้แหละ ไม่จำเป็นต้องฟังเสียงอะไร เมื่อก่อนอาจจะเห็นแก่ตัว คิดอยู่หลายปี แต่ตอนนี้เลิกคิดไปนานแล้ว เพราะถ้าเราคิดว่านี่คือความสุขของเรา เราจะไปแคร์เสียงข้างนอกไม่ได้ โอกาสที่เราจะเจอคนดีๆ คงหายไป
อั๋น : ผมว่าเราเป็นคนโสดสองคนที่มีความสุขมากมาทั้งชีวิตเลย เราชินกับความโสดมาก และเราก็เป็นคนโสดที่เป็นเพื่อนที่ดี มีงานที่ดี มีชีวิตที่ดีมากๆ กับความเป็นโสด ตอนที่เรามาอยู่ด้วยกัน มันต้องมั่นใจว่าเราอยู่ด้วยกันแล้วต้องสุขไม่ใช่แค่เท่าเดิม แต่มันต้องมากขึ้นและมากกว่าเดิม เพราะตอนที่เราโสดเรามีชีวิตที่ดีมากอยู่แล้ว
จ๋า : เราไม่จำเป็นต้องแต่ง เพราะเคยคิดไว้ว่าไม่แต่งงานก็ได้ เราสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้มีความสุขดี แต่พอวันนึงเรามาเจอความสุขเราก็จะเพิ่มขึ้น
อั๋น : เราคิดว่าเราอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขมากขึ้นเลยพร้อมที่จะสละโสด

ได้ฤกษ์เมื่อไหร่?
อั๋น : วันที่ 14 ม.ค. 2560 จะเป็นวันแต่งในโบสถ์เพราะ ”จ๋า” เขาเป็นคริสเตียน ที่โบสถ์วัฒนา เวลา 15.00 น. แล้วก็หลังจากนั้น 16 ม.ค.2560 ก็จะเป็นพิธีไทยตอนเช้าแล้วตอนเย็นก็เป็นงานเลี้ยงที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี

งานแต่งหลายคนจับตาว่าจะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่?
อั๋น : โอ๊ย ไม่ๆ พี่ไม่ได้จะทำเนรมิตอะไรนะ ก็ตามสมควร

มีทายาทเลยหรือเปล่า?
อั๋น : (หัวเราะ) ก็จะพยายาม

ทางบ้านบอกไหมว่าแต่งแล้วน่าจะมีลูกเลย?
จ๋า : ก็คิดอย่างนั้นค่ะเพราะจริงๆ ก็อยากมีลูก อายุมากแล้ว
อั๋น : คงต้องมีเลยด้วยอายุ แต่เราก็พร้อมในทุกๆ ด้าน ไม่ได้รู้สึกว่ามันต้องเร่ง แค่รู้สึกว่ามันเป็นความพร้อมในทุกๆ ด้าน ด้วยวัยด้วยทุกอย่าง

ธรรมชาติใช่ไหม?
จ๋า : ธรรมชาติ
อั๋น : แต่ก็คงไปหาหมอตรวจ ไม่ได้ให้หมอทำ ตั้งใจทำเอง

เห็นในรายการมีร้องไห้ด้วย?
อั๋น : คือเขาแค่ถามว่ารู้สึกยังไงทำไมถึงมั่นใจพี่ ซึ่งเขาก็ไม่เคยพูด ปกติเราไม่ค่อยพูด

แล้วเพราะอะไรถึงมั่นใจ?
จ๋า : คืออย่างที่บอกเขาเสียสละทุกอย่างให้เรา แล้วคือเราเป็นคนที่แข็งมาก ไม่ได้อยู่ด้วยง่าย แต่อั๋นเป็นคนใจดี เขาก็ตามใจ อะไรก็ได้ อยู่ด้วยแล้วแฮปปี้ เราก็โอเค แต่ใช้เวลานานมาก แต่ก็ทำให้เขารู้สึกเสียใจหลายรอบ รู้สึกว่าเราทำไมทำให้คนอื่นเสียใจ ก็เลยน้ำตาแตกนิดหน่อย เหมือนเราขอโทษมากกว่าที่น้ำตาร่วง
อั๋น : อ๋อ ขอโทษเหรอ เขาไม่เคยขอโทษเลย

ปกติแสดงความรักกันยังไงบ้าง?
อั๋น : จริงๆ เราก็หวานปกติไม่ได้มีหวานเลี่ยน

ระหว่างที่คบกัน 9 ปีมีเซอร์ไพรส์อะไรไหม?
อั๋น : ไม่มีวันครบรอบ แต่ปกติวันเกิดวันวาเลนไทน์ ก็ใช้เทศกาลครบ
จ๋า : แต่อั๋นเขาเป็นคนชอบเขียนการ์ดอะไรแบบนี้
อั๋น : จ๋าเขาไม่ค่อยแต่เขาก็ใช้เทศกาลนะ เขาบอกว่าเขาเป็นคนแข็งมาก แต่ผมไม่รู้สึกนะ ผมคิดว่าเขาชอบพูดว่าเขาแข็งมาก ฉันเป็นผู้หญิงแมนๆ แต่ผมว่าเขาพูดว่าเป็นผู้หญิงแมนๆ มากกว่าที่เขาเป็น เขาพูดว่าเป็นผู้หญิงแข็งๆ มากกว่าที่เขาเป็น

ด้วยความที่เป็นผู้หญิงแข็งๆ ชอบทำงาน ทำให้เราเดาใจเค้าถูกมั้ย? 

อั๋น : ผมว่าผมเดาได้นะ
จ๋า : แต่สองคนจะชอบอะไรเหมือนกัน ถ้าสมมติว่าเข้าร้านเฟอร์นิเจอร์ไหน เราก็จะชี้ไปที่ของอันเดียวกัน คือเป็นคนที่มีอะไรคล้ายๆ กัน
อั๋น : หรือผมเดาทางเขาได้ สวยของเขาก็กลายมาเป็นสวยของเรา อย่างเช่นเขาเดินเข้าไปในร้านนี้ก่อนแล้วชั่วโมงหนึ่ง แล้วผมค่อยตามมา ชิ้นแรกที่ผมหยิบก็คือสิ่งที่เขาหยิบ เพราะผมรู้แล้วว่าเขาหยิบชิ้นนี้แล้วแน่ๆ เลย
จ๋า : เขาจะรู้ใจ

อั๋น ภูวนาท เตรียมจูงมือจ๋า อลิสา ทายาทธุรกิจทิฟฟานี่พัทยา วิวาห์ 14 ม.ค. 60 ณ โบสถ์วัฒนา ฉลองแต่ง 16 ม.ค. 60 ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี หลังดูใจนาน 9 ปี ไม่สนกระแสเม้าท์อั๋นเป็นเพศที่ 3 ลั่นพูดไปเหมือนแก้ตัว หลังแต่งมีลูกทันที 29 พ.ย. 2559 16:50 29 พ.ย. 2559 17:47 ไทยรัฐ