วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระเมรุมาศ เสร็จก.ย.60 พร้อมด้วย โกศจันทน์ ยอดกราบเกือบล้าน

1ถึง2ธันวา บิ๊กคลีนนิ่ง

รัฐบาลเห็นชอบแบบร่าง “พระเมรุมาศ-พระโกศจันทน์” ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่กรมศิลปากรจัดทำตามหลักโบราณราชประเพณี และออกแบบตามแนวคิดคติไตรภูมิ-ความเชื่อเรื่องเทวนิยม โดยพระเมรุมาศเป็นทรงบุษบก 9 ชั้น สูง 50.49 เมตร ด้าน “ธนะศักดิ์” ย้ำจัดทำทั้งหมดอย่างสมพระเกียรติ กำหนดสร้างพระเมรุมาศเสร็จภายใน ก.ย.2560 ขณะที่พสกนิกรยังเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไม่ขาดสาย ยอดรวมเฉียด 1 ล้านคน พร้อมกันนี้ ทั่วประเทศน้อมใจภักดิ์บวชถวายเป็นพระราชกุศล

กรมศิลปากรนำแบบร่างพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ออกแบบเสร็จเรียบร้อย เสนอต่อคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์พระราชรถและพระยานมาศ พร้อมเผยแพร่สู่สาธารณะ ให้ได้เห็นถึงความวิจิตรงดงามของลวดลายที่แสดงถึงเอกลักษณ์ไทย

พระเมรุมาศเสร็จภายใน ก.ย.60

ทั้งนี้ เมื่อช่วงสายวันที่ 28 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์พระราชรถและพระยานมาศ ว่า ขณะนี้แบบพระเมรุมาศเสร็จเรียบร้อยแล้วพร้อมที่จะดำเนินการตามขั้นตอน โดยจะมีการนำแบบที่เสร็จเรียบร้อยแล้วมาให้ที่ประชุมพิจารณาและทำความเข้าใจร่วมกัน ซึ่งแบบดังกล่าวอาจมีการปรับตามสภาพอีกนิดหน่อย เพื่อให้สมพระเกียรติมากยิ่งขึ้น ในส่วนของรัฐบาล ตนได้รายงานนายกฯ ตลอด คิดว่าภายในเดือนนี้น่าจะมีการตอกหมุดจุดกึ่งกลางของพระเมรุมาศ และวันที่ 19 ธ.ค. จะมีการบวงสรวง ตกแต่ง และปรับปรุงพระราชรถและพระราชยาน และในเดือน ธ.ค. จะเริ่มก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างพระเมรุมาศทั้งหมดจะเสร็จไม่เกินเดือน ก.ย.60 และก่อนจะถึงเดือน ก.ย. เราคงจะทราบแล้วว่าจะทรงโปรดเกล้าฯ พระราชพิธีวันไหน

ย้ำดำเนินการอย่างสมพระเกียรติ

จากนั้นเวลา 12.00 น. พล.อ.ธนะศักดิ์ได้แถลงผลการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์พระราชรถและพระยานมาศ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแบบในภาพรวมของพระเมรุมาศ และพระโกศจันทน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนพระบรมโกศพระบรมอัฐิ ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ ทุกขั้นตอนมีการนำกราบบังคมทูลตามระเบียบอย่างถูกต้อง ส่วนกำหนดการสำหรับการตอกหมุดจุดกึ่งกลางพระเมรุมาศอยู่ระหว่างการพิจารณาวันที่เหมาะสม ขณะที่การบวงสรวงก่อสร้างพระเมรุมาศที่ตนจะเป็นประธาน การลงเสาเอกที่นายกฯจะเป็นประธาน และการยกฉัตรที่จะมีเสด็จพระราชดำเนินนั้น ทั้งหมดอยู่ระหว่างการกำหนดวันเวลาที่เหมาะสม อย่างไร ก็ตาม สำหรับการจัดสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆนั้นสามารถบรรจุคนได้ 7,400 คน และบริเวณโดยรอบจะมีการจัดแสดงโครงการตามพระราชดำริด้วย โดยการดำเนินการทั้งหมดจะยึดการดำเนินการอย่างสมพระเกียรติ และตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างในครั้งนี้จะทำทุกอย่างให้ เรียบร้อย เช่น การวางท่อเพื่อร้อยสายไฟ สายเคเบิล อำนวยความสะดวกสื่อมวลชนในการรายงาน งานพระราชพิธีให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

จัดสร้างตามแนวคิดไตรภูมิ

ขณะที่นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า แนวคิดในการก่อสร้างในครั้งนี้เราจะจัดสร้างอย่างสมพระเกียรติ เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยึดตามหลักโบราณราชประเพณีการสร้างพระเมรุมาศของพระมหากษัตริย์ในกรุงรัตนโกสินทร์ รวมทั้งออกแบบตามการใช้แนวคิดคติไตรภูมิตามคัมภีร์พุทธศาสนา และคติความเชื่อเรื่องพระมหากษัตริย์ในสถานะเสมือนสมมติเทพตามระบอบเทวนิยม จึงจัดสร้างพระเมรุมาศจำลองเขาพระสุเมรุ โดยพระ เมรุมาศจะเป็นทรงบุษบก 9 ชั้น สูง 50.49 เมตร เป็นองค์ประธานอยู่ตรงกลาง มีอาคารประกอบต่างๆ ทั้งพระที่นั่งทรงธรรมที่มีขนาดความสูงถึง 20 เมตร และมีซุ้มบุษบกรายรอบ 8 ซุ้ม เปรียบเสมือนเขาสัตตบริภัณฑ์ ที่อยู่รายรอบเขาพระสุเมรุตามความเชื่อในแนวคิดดังกล่าว ประกอบกับจะมีการประดับสัตว์หิมพานต์รอบพื้นที่ อย่างไรก็ตาม พื้นที่โดยรอบจะเป็นผังสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างด้านละ 60 เมตร และใช้เสาโครงแบบครุฑ เพราะครุฑเป็นพาหนะของพระนารายณ์ตามความเชื่อสมมติเทพ ขณะที่พระโกศจันทน์นั้นจะประกอบขึ้นจากลายกนกต่างๆ โดยทุกขั้นตอนจะดูแลจากช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรอย่างใกล้ชิด

เตรียมแจกคู่มือคำศัพท์พระราชพิธี

ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมต.วัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมให้การสนับสนุนการดำเนินการในครั้งนี้อย่างเต็มที่ โดยให้กรมศิลปากรมาช่วยในการดำเนินงานต่างๆ พร้อมกันนี้ในส่วนของกระทรวงจะมีการทำหนังสือคำศัพท์เกี่ยวกับพระราชพิธีแจกจ่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชน จำนวน 1 หมื่นเล่ม เพื่อจะได้ใช้คำศัพท์กันอย่างถูกต้อง รวมทั้งจะมีการจัดทำหนังสือพระบรมราโชวาทแจกจ่ายประชาชนจำนวน 1 ล้านเล่ม โดยจะเร่งดำเนินการ คาดว่าจะสามารถนำมาแจกได้ในวันที่ 29 พ.ย. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล

“สปน.” ปลื้มคนแห่ช่วยบรรจุข้าว

ขณะที่นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงจิตอาสาที่มาช่วยบรรจุข้าวพอเพียง ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ย. มีจิตอาสาเข้ามาช่วยบรรจุข้าวพอเพียงถึง 1,022 คน ซึ่งเป็นวันที่มีจิตอาสามากที่สุด โดยสามารถบรรจุข้าวเปลือกพอเพียงได้ถึง 76,000 ถุง และได้นำไปมอบกับประชาชนที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กว่า 45,000 ถุง อย่างไรก็ตามข้าวเปลือกที่ใช้บรรจุนั้นมาจากกรมการค้าข้าวและกรมสรรพากร โดยให้ทั้งสองหน่วยคัดกรองพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ เพื่อนำมาบรรจุถุง ซึ่งจะเร่งดำเนินการ มั่นใจว่าในวันที่ 20 ธ.ค. จะได้ตัวเลขตามเป้าหมาย 2.4 ล้านถุงให้เพียงพอกับการมอบให้ประชาชนถึงวันที่ 20 ม.ค.60

คนยังแน่นสนามหลวง

สำหรับบรรยากาศประชาชนมารอเข้าถวาย สักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง ตลอดวันที่ 28 พ.ย.นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ยังคงเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่มาจากทั่วทุกสารทิศ ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันก็มีเหล่าบรรดาจิตอาสา ทั้งนักเรียน ยุวกาชาด ลูกเสือ เนตรนารี รวมทั้งประชาชน นำอาหาร น้ำดื่ม ขนม รวมทั้งยาดม คอยแจกให้กับคนที่เข้าคิว โดยไม่ต้องลุกออกจากคิว เพื่อป้องกันการแซงคิว ส่วนผู้ที่จะเข้าห้องน้ำจะได้รับใบลาคิวจากทหาร เพื่อสามารถกลับเข้ามาในแถวตามเดิมได้ในภายหลัง นอกจากนี้ ที่บริเวณสนามหลวงด้านทิศใต้ เจ้าหน้าที่จากสำนักการโยธา กทม. นำรถบดมาบดอัดพื้นที่เตรียมจัดบิ๊กคลินนิ่งเดย์อีกด้วย

นร.ด้อยโอกาสได้กราบพ่อ

นอกจากนี้ ในกลุ่มคนที่มารอเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ก็มีกลุ่มครูและนักเรียนชาวเขาเผ่าลาหู่ ปกากะญอ ละว้า และม้ง จำนวน 750 คน จากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นนักเรียนด้อยโอกาส ที่นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาวเวอร์ น.ส.วรมาศ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายงานพาณิชย์กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ พร้อมด้วย ม.ล.บวรนวเทพ เทวกุล ผอ.ฝ่ายพัฒนาธุรกิจสายการบินไทยแอร์เอเชีย เป็นผู้นำมา ตามโครงการพาน้องกราบพ่อ โดยนายอัยยวัฒน์กล่าวว่า โครงการพาน้องกราบพ่อ เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท คิง เพาเวอร์ กับสายการบินแอร์เอเชีย นำนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ทั้งหมด ซึ่งตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ จำนวน 3,999 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนขาดโอกาสเข้ามากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 เป็นโรงเรียนแรก จากนั้นในวันที่ 29 พ.ย.นี้ จะเป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 12 จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 150 คน เดินทางโดยเครื่องบินชาร์เตอร์ไฟลต์ของสายการบินแอร์เอเชีย ทั้งไปและกลับฟรี และจะทยอยนำนักเรียนมาจนถึงวันที่ 28 ธ.ค.นี้ ขณะที่ ม.ล.บวรนวเทพกล่าวว่า สายการไทยบินแอร์เอเชียสนับสนุนโครงการนี้เต็มที่ โดยเปิดเที่ยวบินพิเศษให้กับนักเรียนได้ใช้เดินทางฟรี ครั้งละ 180 คนต่อหนึ่งไฟลต์

พระผู้จุดประกายการศึกษาชาวเขา

ด้านนายสิริวัฒน์ ไพรสง่า อายุ 19 ปี ชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้มาเป็นตัวแทนนักเรียนเข้ากราบพระบรมศพในหลวง ก่อนหน้านี้ไม่เคยมากรุงเทพฯ แต่เคยผ่านๆไปบ้าง ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสเข้ากราบพระบรมศพจริงๆ ขณะที่ น.ส.จุไรพร ผู้มีมิตร อายุ 18 ปี ชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ นักเรียนชั้น ม.6 กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มากราบพระบรมศพในหลวง ร.9 แม้ว่าจะไม่ได้เคยเห็นองค์จริงก็ตาม ตื้นตันใจมาก แม้จะไม่ได้สัมผัสด้วยกาย แต่ได้สัมผัสด้วยใจ เพราะพระองค์ท่านเป็นผู้ให้ทุกอย่าง ช่วยเหลือชาวเขาทั้งอาชีพและการศึกษาเช่นเดียวกับ น.ส.วรรณวนัส คงคาสัมฤทธิ์ อายุ 18 ปี เผ่าละว้า นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนเดียวกัน กล่าวว่า พระองค์ทรงเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ชาวไทยภูเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเพราะพระองค์ท่าน เมื่อพระองค์เสด็จสู่สรวงสวรรค์แล้ว พวกเราจะยึดถือแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางพระราชดำริมาใช้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิต

กอร.รส.ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ

ส่วนที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ในช่วงเที่ยง พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวภายหลังการประชุมร่วม กอร.รส.ว่า ที่ประชุมได้รับทราบแผนงานบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ทำความเข้าใจกันเรื่องของการนำคนมาร่วมกิจกรรมในวันที่ 1-2 ธ.ค. ในส่วนงานความมั่นคง ยังคงมีการเปิดจุดคัดกรองต่างๆ และปิดพื้นที่สนามหลวงช่วงกลางคืนเหมือนเดิม ถือเป็นการเซ็ตระบบรักษาความปลอดภัยโดยรอบสนามหลวง ทั้งนี้ในวันดังกล่าวนอกจากมีการทำความสะอาดแล้ว ยังมีการซักซ้อมแผนเตรียมเผชิญเหตุฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่ รวมถึงการซักซ้อมของหน่วยแพทย์ให้คอยช่วยเหลือประชาชน รวมถึงการเซ็ตระบบติดต่อสื่อสาร ขณะเดียวกัน ที่บริเวณท่าเรือก็มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินเช่นกัน

อย่าเชื่อพวกอ้างพาลัดคิว

รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่ามีจิตอาสาบางคนแอบอ้างให้ลัดคิวเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพได้โดยเร็ว กอร.รส.ได้กวดขันและตรวจสอบเรื่องนี้ ขอฝากว่าถ้าพบผู้ที่แอบอ้าง สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง ทั้งนี้ กอร.รส. มีความพร้อมที่จะดูแลประชาชนที่เดินทางมาตั้งแต่กลางดึก ซึ่งคนกลุ่มนี้ต้องอดหลับอดนอน จึงได้ให้แพทย์เตรียมความพร้อมตั้งแต่ตีสี่ แต่ไม่ได้เปิดพื้นที่เข้ามาในบริเวณสนามหลวง เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่จะแฝงตัวเข้ามา ซึ่งเราเป็นห่วงเรื่องนี้มาก ขอย้ำอีกครั้งว่า ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ทยอยมาในช่วงสาย หรือช่วงบ่าย โดยในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ประชาชนเดินทางมาร่วม 20,000 คนในเวลา 06.00 น. ซึ่งไม่สามารถให้ทุกคนเข้าไปได้พร้อมกันได้หมด แต่เรื่องการบริการยังคงทำเต็มที่ แต่ถ้ามาพร้อมกันมากก็อาจมีขาดตกบกพร่องบ้าง

1—2 ธ.ค. ปิดท่าเรือยอดพิมาน

ด้าน น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกของ กทม. กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่ต้องการร่วมกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ให้มารวมตัวกันได้ในวันที่ 1 ธ.ค.เวลา 07.30-15.00 น. ที่หน้ากองอำนวยการร่วม กอร.รส.กลางสนามหลวง โดยจะแบ่งพื้นที่ทำความสะอาด 15 จุดรอบพระบรมมหาราชวัง สนามหลวง ซึ่งสามารถเลือกพื้นที่ได้ตามความถนัดของตนเอง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเอาอุปกรณ์เครื่องทำความสะอาดมาเองได้ ส่วนกรณีที่มาเป็นหมู่คณะ ขอให้แจ้งเราทางสายด่วน 1555 ก่อนวันที่ 30 พ.ย.เวลา 16.00 น.ในส่วนของวันดังกล่าว ทางกระทรวงวัฒนธรรมแจ้งของดแจกหนังสือและปิดแสดงนิทรรศการ รวมทั้งงดให้บริการรถชัตเติลบัส และกรมเจ้าท่าประกาศปิดท่าเรือยอดพิมาน ในวันที่ 1-2 ธ.ค.เช่นกัน โดยให้ใช้บริการที่ท่าเรือราชินี และท่าเรือสะพานพุทธแทน

ปิด 8 เส้นทางรอบสนามหลวง

ต่อมาในช่วงบ่าย ที่เต็นท์หน้าประตูวิเศษไชยศรี ตัวแทนธนาคารกรุงเทพนำร่มดำจำนวน 2,000 คันมามอบให้กับ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบก.น.1 เพื่อให้ตำรวจนำไปให้บริการประชาชนได้ใช้ยืมกางกันแดดขณะเข้าไปถวายบังคมพระบรมศพ พร้อมกันนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวถึงกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ว่า ตำรวจนครบาลระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 กองร้อย รวมทั้งหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าร่วมตรวจสอบกับกรุงเทพมหานครในการทำความสะอาดท้องสนามหลวง นอกจากจะร่วมกันตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ได้ติดตั้งโดยรอบสนามหลวงว่า องศามุมกล้อง ความชัดเจน ได้มาตรฐานหรือไม่ ขณะที่ในวันที่ 1-2 ธ.ค.นี้ การจราจรทั้ง 8 เส้นทางรอบพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวงจะยังคงปิดการจราจรเหมือนเช่นเดิม

บำเพ็ญพระราชกุศลวันที่ 46

สำหรับพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 46 ในวันที่ 28 พ.ย.นั้น เวลา 07.00 น. พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.ร.ว.ดนุชโชติ เทวกุล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจำนวน 8 รูป จากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

สักการะพระบรมศพเฉียดล้านคน

ด้านสำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 40,695 คน รวม 30 วัน มี 995,162 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,163,439.50 บาท รวม 30 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 75,587,678.50 บาท

อดีตนายกฯ ญี่ปุ่นร่วมแสดงความอาลัย

ขณะเดียวกัน ช่วงสาย นายยูกิโอะ ฮาโตะยามะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ในสมุดหลวง ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง นอกจากนี้ ยังมี นายเซอร์เกย์ อี.เชเรมิน ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงมอสโก และหัวหน้าฝ่ายการต่างประเทศของรัฐบาลกรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยในสมุดหลวง ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

ทูลกระหม่อมฯ ได้รับหนังสือทรงคุณค่า

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงบ่าย ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ภาพปกหนังสือ “King Bhumibol and the Thai Royal Family in Lausanne” ในแอพพลิเคชั่นอินสตาแกรมส่วนพระองค์ พร้อมข้อความว่า nichax ได้รับหนังสือที่มีคุณค่า “King Bhumibol and the Thai Royal Family in Lausanne” เขียนโดย Lysander C. Seraidaris เป็นรวบรวมความทรงจำของ Cleon Seraidaris ซึ่งเป็นบิดาของผู้เขียน Cleon Seraidaris เป็นพระอาจารย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ตอนทรงพระเยาว์ ขณะที่ทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นหนังสือที่น่าสนใจมาก มีรูปเก่าๆที่เราไม่เคยเห็นมากมาย ขอบคุณผู้เขียนที่ส่งมาให้

ทบ.จัดอุปสมบทหมู่ 90 รูป

ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐและเอกชน ก็ได้พร้อมใจจัดอุปสมบทหมู่ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) โดยเมื่อเวลา 09.20 น.วันที่ 28 พ.ย. ที่วัดพิชยญาติการามวรวิหาร กทม. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.เป็นประธานในพิธีอุปสมบทหมู่จำนวน 90 รูป โดยผู้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นกำลังพลในสังกัดกองทัพบกจากทั่วประเทศ โดยมีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคมและเจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากอุปสมบทแล้วจะไปปฏิบัติศาสนกิจ ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรม “ธรรมโมรี” อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.ถึงวันที่ 9 ธ.ค.

อุปสมบทถวายพระราชกุศล

ส่วนในภูมิภาคมีพิธีอุปสมบทหมู่ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสการบำเพ็ญกุศลครบ 50 วัน ในหลายพื้นที่ เช่น ที่วัดลาดเป้ง ต.นางตะเคียน อ.เมืองสมุทรสงคราม คณะสงฆ์จังหวัดสมุทรสงครามร่วมกับจังหวัด ประกอบพิธีอุปสมบทข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนในพื้นที่ 95 คน โดยมีพระสมุทรธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงครามเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายคันฉัตร ตันเสถียร ผวจ.สมุทรสงคราม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ขณะที่ จ.สุพรรณบุรี ที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร พระอารามหลวง ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองสุพรรณบุรี ว่าที่ ร.ต.สุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผวจ.สุพรรณบุรี นายกังวาฬ โป๊ะลำพงษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานการจัดอุปสมบทพระสงฆ์จำนวน 89 รูป เช่นเดียวกับ จ.พะเยา นายณรงค์ศักดิ์ เฉลิมเกียรติ ผวจ.พะเยา เป็นประธานในพิธีมอบผ้าไตรบรรพชาอุปสมบทนาค 99 รูป ซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปและข้าราชการในจังหวัดพะเยาที่เข้าร่วมโครงการอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศล ณ พระวิหารหลวงวัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง อ.เมืองพะเยา

รองผู้ว่าฯโกนหัวร่วมอุปสมบท

ที่วัดคูยาง พระอารามหลวง อ.เมืองกำแพงเพชร นายธานี ธัญญาโภชน์ ผวจ.กำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีบรรพชาอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศล น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยพระธรรมภาณพิลาศ เจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชรและเจ้าอาวาสวัดคูยางพระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำประกอบพิธี ปลงผมนาคและขอขมา โดยผู้เข้าบรรพชาอุปสมบทประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการและประชาชน จำนวน 111 รูป ในจำนวนนี้มีนายศิริชัย ศรีเหนี่ยง รอง ผวจ.กำแพงเพชร และนายรวีโรจน์ ส่องศรี ประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร ร่วมอุปสมบทด้วย ขณะที่ จ.พิษณุโลก จัดพิธีอุปสมบทหมู่ 89 รูป ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารหรือวัดใหญ่ อ.เมืองพิษณุโลก และ ที่บริเวณศาลาการเปรียญวัดท่าหลวง พระอารามหลวง อ.เมืองพิจิตร พล.อ.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล ผู้ช่วย ผบ.ทบ.เป็นประธานในพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ 89 รูป โดยมีพระราชปัญญาเวที รองเจ้าคณะภาค 4 วัดตากฟ้า พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์และนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.พิจิตรประธานฝ่ายฆราวาส

หลาย จว.อีสานพร้อมใจบวช

ตามด้วย จ.บุรีรัมย์ ที่วัดกลาง (พระอารามหลวง) ต.ในเมือง อ.เมืองบุรีรัมย์ นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผวจ.บุรีรัมย์ เป็นประธานการประกอบพิธีบรรพชาและอุปสมบทหมู่พระภิกษุและสามเณร ซึ่งเป็นเหล่าข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และประชาชนชาว จ.บุรีรัมย์ จำนวน 101 รูป ส่วน จ.มหาสารคาม ที่วัดมหาชัยพระอารามหลวง นายเสน่ห์ นนทะโชติ ผวจ.มหาสารคาม เป็นประธานในพิธีบรรพชาอุปสมบท 89 รูป โดยมีพระเทพสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดมหาชัยพระอารามหลวง และเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคามเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ขณะที่พระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง เขตเทศบาลเมืองหนองคาย มีพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ โดยพระธรรมมงคลรังสี เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์และนายสุชาติ นพวรรณ ผวจ.หนองคาย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ซึ่งมีผู้เข้าร่วมบรรพชาอุปสมบท รวม 89 รูป ส่วน จ.กาฬสินธุ์ ณ วัดกลางพระอารามหลวง เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีบรรพชาอุปสมบท 100 รูป และที่ จ.นครราชสีมา ที่วัดประมวลราษฎร์ ต.จอหอ อ.เมือง พระราชสีมาภรณ์ รักษาการเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์และนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานพิธีฝ่ายฆราวาส ในพิธีอุปสมบทพระ 89 รูป

เมืองคอนตักบาตรพระ 500 รูป

ตามด้วย จ.สุราษฎร์ธานี จัดอุปสมบทหมู่ 90 รูป ที่วัดธรรมบูชา อ.เมืองสุราษฎร์ธานี โดยมีนายธงชน สิทธิคุณ เจ้าของร้านทองเพชรพลอยมณีพรรณ เป็นประธานจัดงานร่วมกับผู้ประกอบการร้านทอง และภาคเอกชน และนายคุณัญพงษ์ ทหารไทย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี และที่ จ.นครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช มอบหมายให้นายดนัย เจียมวิเศษสุข รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรอาหารสดแก่พระสงฆ์จำนวน 500 รูป ที่จาริกธุดงค์ศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมวินัยตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมืองนครศรีธรรมราช

แปรอักษรแสดงความอาลัย

ในส่วนการแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ แสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นั้น ก็ยังมีอยู่หลายพื้นที่ อาทิ ที่โรงเรียนอุ่มเหม้าประชาสรรค์ ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นายปรีชา เจตินัย ผอ.โรงเรียนฯ พร้อมคณะครู บุคลากรทางการศึกษา นำนักเรียน 900 คน ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ยืนสงบนิ่งไว้อาลัย รวมถึงการแปรอักษรของนักเรียนเป็นรูปหัวใจและเลข ๙ และตัวอักษรย่อของโรงเรียน เป็นภาษาอังกฤษ ส่วน จ.ร้อยเอ็ด สมาชิกจักรยานยนต์บิ๊กไบค์กว่า 400 คนขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ไปจอดรวมกันบนทางวิ่งเครื่องบินของร้อยบิน พล.ร.6 มณฑลทหารบกที่ 27 ค่ายประเสริฐสงคราม ต.เหนือเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด แล้วใช้จักรยานยนต์จอดแปรรูปเป็นเลข ๙ ส่วนคนขี่บิ๊กไบค์ แปรอักษรเป็นรูปเลข ๑๐๑

โดยมีนายชยันต์ ศิริมาศ รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด พ.อ.ธวัชชัย แจ้งประจักษ์ เสนาธิการ มทบ.27 และหัวหน้าส่วนราชการร่วมกิจกรรม และที่สนามฟุตบอลโรงเรียนหนองหานวิทยา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี นายสุพรรณ กิ่งมิ่งแฮ ผอ.โรงเรียนหนองหานวิทยา นำคณะครูนักเรียนจำนวน 2,512 คน ร่วมพิธีแสดงความอาลัยโดยนำคณะครูกล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที แล้วร่วมกันแปรอักษรแสดงความอาลัยเป็นเลข ๙ อยู่ตรงกลางหัวใจ

คนไทย 8 ชาติพันธุ์น้อมใจภักดิ์

เช่นเดียวกับที่ลานวัฒนธรรมพื้นเมือง ศูนย์วัฒนธรรม 8 ชาติพันธุ์ วัดวาปีสุทธาวาส อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ช่วงเย็นวันเดียวกัน กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรม ร้อยรวมใจชุมชนคุณธรรม พลังบวร น้อมใจภักดิ์ พระผู้ทรงธรรม โดยกลุ่มคนไทย 8 ชาติพันธุ์ คือ ไทยภาคกลาง ไทย-จีน ไทย-ยวน ไทย-มอญ ไทย-กะเหรี่ยง ไทย-ลาวโซ่ง ไทย-ลาวตี้ และไทย-เขมร ร่วมกันแปรอักษรแสดงความอาลัยเป็นเลข ๙ และอักษรย่อ บ-ว-ร อำเภอจอมบึง เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9

รัฐบาลเห็นชอบแบบร่าง “พระเมรุมาศ-พระโกศจันทน์” ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่กรมศิลปากรจัดทำตามหลักโบราณราชประเพณี และออกแบบตามแนวคิดคติไตรภูมิ-ความเชื่อเรื่องเทวนิยม 29 พ.ย. 2559 07:49 29 พ.ย. 2559 07:52 ไทยรัฐ